วิเคราะห์การสื่อสารออนไลน์ในกรณีคดีผู้กำกับโจ้

สิงหาคม 2564 เกิดเหตุการณ์ที่กลายเป็นคดีสั่นสะเทือนวงการตำรวจไทย เมื่อปรากฏคลิปตำรวจทรมานผู้ต้องหาคดียาเสพติด ภายในห้องสอบสวน ด้วยการใช้ถุงดำคลุมศีรษะ และทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ชีวิต โดยผู้กระทำความผิดเป็นตำรวจระดับผู้กำกับการ คือ พ.ต.อ. ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ ผู้กำกับโจ้ ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ ซึ่งร่วมกระทำการกับลูกน้องตำรวจอีก 6 นาย ท้ายที่สุดผู้กำกับโจ้และตำรวจทุกคนได้รับการแจ้งข้อกล่าวหาและถูกจับกุมตามลำดับต่อมา

จากการกระทำที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยิ่งทำให้ประเด็นดังกล่าวได้รับความสนใจจากประชาชน เกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่อกระบวนการทำงานของตำรวจไทยอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ จนทำให้คำว่า “ผู้กำกับโจ้” ติดคำค้นใน Google Trends และแฮชแท็ก #ผู้กำกับโจ้ ติดเทรนด์ทวิตเตอร์นานนับสัปดาห์ Media Alert กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จึงได้จัดให้มีการศึกษาวิเคราะห์ความคิดเห็น อารมณ์ ความรู้สึกในสื่อออนไลน์ต่อคลิปตำรวจซ้อมผู้ต้องหา : กรณีศึกษาผู้กำกับโจ้ วิเคราะห์ข้อความจากการทวีต (Tweet) ของกลุ่มตัวอย่างบุคคลทั่วไป จำนวน 100 ข้อความ พบว่า ร้อยละ 96 สะท้อนความรู้สึกเชิงลบต่อคดีผู้กำกับโจ้ โดยจัดเป็นกลุ่มความเห็น ความรู้สึกต่อ เหตุการณ์ซ้อมทรมานในคลิปวิดีโอที่ปรากฏ การสืบสวนสอบสวนดำเนินคดี ข้อมูลผู้กำกับโจ้ในเรื่องชีวิต ทรัพย์สิน ทั้งบ้าน รถหรู รวมถึงระบบ ระบอบ วิถีและวัฒนธรรมตำรวจ และการเชื่อมโยงไปถึงประเด็นทางการเมือง ประเด็นทางสังคม นอกจากนี้ยังมีการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของสื่อเกี่ยวกับการรายงานข่าว หรือการแสดงความเห็นจุดยืนของดาราและคนดัง

เกี่ยวกับเรื่องนี้ รศ. พ.ต.ท. ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายรักษาความสงบเรียบร้อย และประธานคณะกรรมการคณะอาชญาวิทยา มหาวิทยาลัยรังสิต อดีตนายตำรวจที่ปัจจุบันทำงานด้านวิชาการ ตลอดจนเป็นวิทยากรและให้ความเห็นเกี่ยวกับตำรวจในด้านต่าง ๆ เช่น การปฏิรูปตำรวจ กระบวนการยุติธรรม อาชญาวิทยา เป็นต้น รศ. พ.ต.ท. ดร.กฤษณพงค์  วิเคราะห์ว่า เหตุที่พฤติกรรมของผู้กำกับโจ้และตำรวจที่ปรากฏในคลิปสร้างความสะเทือนใจให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก และเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่าง ๆ ตามมา เพราะการกระทำในลักษณะดังกล่าวนั้น ไม่ใช่พฤติกรรมของตำรวจที่เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ หากแต่เป็นพฤติกรรมของโจร เพราะตามปกติแล้วตำรวจสมควรเป็นผู้ผดุงกระบวนการยุติธรรม หากแต่ในกรณีของผู้กำกับโจ้ สะท้อนให้เห็นถึงข้อปัญหาที่ทำลายกระบวนการดังกล่าว นั่นย่อมส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อตำรวจไทยอย่างแน่นอน

นอกจากนี้แล้วยังสะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของตำรวจไทย ที่มีโครงสร้างแบบรวมศูนย์ ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 กำหนดให้นายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) และประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ทำให้ตำรวจอยู่ภายใต้การเมืองโดยสมบูรณ์ จึงเป็นการเปิดโอกาสให้ฝ่ายการเมืองเข้ามากำหนดทิศทาง นโยบาย การบริหารงาน และเป็นอุปสรรคในการพัฒนากระบวนการยุติธรรม จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการปฏิรูปตำรวจให้เป็นไปตามหลักสากล เพื่อให้เกิดการกระจายอำนาจจากส่วนกลางไปสู่ระดับท้องถิ่น หรือในระดับภูมิภาค เพื่อให้เกิดความใกล้ชิดระหว่างตำรวจกับประชาชน รวมถึงมีการวางระบบการตรวจสอบ การถ่วงดุลอำนาจระหว่างจังหวัด ภูมิภาคหรือระดับท้องถิ่น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้เกิดความโปร่งใส และเรียกศรัทธาจากประชาชนที่มีต่อการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจให้กลับคืนมาได้

นอกจากนี้ เรื่องการสื่อสารของภาครัฐก็สำคัญ โดย รศ. พ.ต.ท. ดร.กฤษณพงค์ ได้แสดงความเห็นว่า ในกรณีของผู้กำกับโจ้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ต้องตระหนักว่าเรื่องนี้เป็นการส่งสารไปยังประชาชนจำนวนมาก ดังนั้น ต้องมั่นใจและแน่ใจว่าสารที่ส่งออกไปนั้นเป็นความจริง เพื่อไม่ให้เกิดความคลางแคลงใจของประชาชนในภายหลัง

ในส่วนการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน ปัจจุบันสื่อกระแสหลักมีการหลีกเลี่ยงที่จะนำเสนอข่าวที่มีความหมิ่นเหม่ในประเด็นจริยธรรมและความรุนแรง โดยมีการใช้ภาพอินโฟกราฟิกเพื่อจำลองเหตุการณ์นั้น ๆ แทน อย่างไรก็ตาม ยังมีสื่อที่พยายามนำเสนอประเด็นข่าวในมิติมุมมองอื่น ๆ ที่แตกต่างจากสื่อกระแสหลัก เพื่อพยายามดึงดูดความสนใจของผู้รับสารให้ได้มากที่สุด ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้รับสารเป็นสำคัญว่าเลือกที่จะรับสารในลักษณะและประเด็นใด

รศ. พ.ต.ท. ดร.กฤษณพงค์ ให้ข้อเสนอแนะอีกว่า ควรให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบพฤติกรรมตำรวจและบุคลากรภาครัฐอย่างต่อเนื่องและจริงจัง เช่น ในกรณีของผู้กำกับโจ้ ที่มีอัตราในการเติบโตของตำแหน่งที่เร็วกว่า เมื่อเทียบกับรุ่นเพื่อนหรือแม้รุ่นพี่นักเรียนนายร้อยตำรวจ ที่รับราชการมาด้วยกัน ตลอดจนการครอบครองทรัพย์สินต่าง ๆ อย่างที่อยู่อาศัย และรถยนต์หรูเป็นจำนวนมาก เหล่านี้สะท้อนถึงช่องว่างของระบบการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่รัฐ ตลอดจนไม่มีการตั้งคำถามถึงพฤติกรรมที่ได้มาซึ่งตำแหน่งและทรัพย์สินนั้น ๆ ดังนั้น จำเป็นที่ต้องให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อสร้างมาตรการโปร่งใส ถูกต้องตามหลักธรรมาภิบาล และสามารถแลกเปลี่ยนเพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันอย่างเปิดเผย ซึ่งประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างฮ่องกงหรือสิงคโปร์ จะมีตำแหน่งที่เรียกว่าผู้ช่วยเจ้าพนักงานตำรวจ คอยทำหน้าที่อย่างเข้มแข็ง แบ่งเบาภาระเจ้าหน้าที่มืออาชีพ ภายใต้ 3 มาตรการ คือ มาตรการเชิงป้องกัน ประชาชนสามารถเป็นผู้ร้องเรียนหน่วยงานรัฐ เมื่อพบเห็นเจ้าหน้าที่รัฐกระทำความผิด เพื่อทำการสืบสวนหาความจริงต่อไป มาตรการเชิงปราบปราม คือ ความต่อเนื่องและเอาจริงเอาจังกับเจ้าหน้าที่ทุกระดับชั้น ให้รางวัลและค่าตอบแทนแก่เจ้าหน้าที่รัฐและผู้ที่ช่วยงานเจ้าหน้าที่รัฐอย่างชัดเจน และมาตรการให้ความรู้ โดยเฉพาะเยาวชนคนรุ่นใหม่ โดยการบ่มเพาะแนะแนวทางที่ถูกต้อง เพื่ออนาคตต่อไป กลุ่มคนเหล่านี้จะมีวิจารณญาณที่ถึงพร้อมจะตัดสินเองได้ว่าสิ่งใดถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง ควรทำหรือไม่ควรทำ วิธีการเช่นนี้เป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่การพัฒนาระบบยุติธรรมในวงการตำรวจไทย และสร้างต้นแบบของพฤติกรรมที่ดีให้กับเยาวชนต่อไปในอนาคต

ในส่วนประชาชนผู้ใช้สื่อออนไลน์ จำเป็นที่จะต้องพิจารณาว่าสิ่งที่สื่อนำเสนอนั้น เป็นความจริง หรือความเท็จ ตลอดจนต้องเพิ่มความระมัดระวังในการส่งข้อมูลข่าวสารต่อไปยังผู้คนหมู่มาก ไม่ว่าจะเป็นข้อมูล ข้อความ ภาพ และเสียง ยิ่งเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนต่อสังคม ยิ่งต้องตระหนักมากเป็นพิเศษ และควรตั้งอยู่บนพื้นฐานเพื่อประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ ไม่ใช่เพื่อจุดประสงค์สร้างความตื่นเต้น สนุก และท้าทาย ทั้งนี้ ถ้าหากร่วมกันสร้างบรรทัดฐานการใช้สื่อออนไลน์ไปในทิศทางที่ถูกต้อง จะนำมาซึ่งประโยชน์ต่าง ๆ ตลอดจนการตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ และป้องกันการกระทำความผิดจากการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ อันอาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคตภายภาคหน้า

แชร์ลิงก์
Facebook
LinkedIn
X
Threads

บทความล่าสุด

การค้นหา

บทความล่าสุด :

การค้นหา

บทความล่าสุด :

นายปราโมทย์ บุญนำสุข

รองผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

  • ปริญญาตรี การบริหาร และการจัดการ สาขา การตลาด มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญบริหารธุรกิจ
  • ปริญญาโท การบริหาร และการจัดการวิทศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญบริหารธุรกิจ
  • ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายยุทธศาสตร์ และวิจัย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
  • หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ธุรกิจใหม่ บริษัทไทยคม จำกัด มหาชน
  • ผู้จัดการทั่วไป บริษัทไทย แอดวานซ์ อินโนเวชั่น จำกัด
  • ผู้จัดการฝ่ายการตลาดบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านดาวเทียม บริษัทไทยคม จำกัด มหาชน
  • ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ซีเอสล็อกอินโฟร์ จำกัด มหาชน

ดร. ชำนาญ งามมณีอุดม

รองผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

  • ปริญญาตรี การจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค)
  • ปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจ (การตลาด) มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค)
  • ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาบริหารธุรกิจ (Commerce) Magadh University, India
  • ตัวแทนประเทศไทยในการเข้าร่วมเป็นวิทยากร การประชุม และเจรจาระหว่างประเทศ
  • กรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติ องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2564
  • ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการจัดตั้งหน่วยงานเพื่อบริหารการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดเล็ก และขนาดย่อย สภานิติบัญญัติแห่งชาติ
  • นักวิชาการประจำคณะกรรมาธิการพาณิชย์ และทรัพย์สินทางปัญญา
  • ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการเขตเศรษฐกิจพิเศษ กรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน
  • หัวหน้าภาควิชาการจัดการธุรกิจโลก (Global Business Management)
  • หัวหน้าศูนย์พัฒนาสมรรถนะทรัพยากรมนุษย์ วิทยาลัยพาณิชยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
  • อาจารย์ ผู้สอน และกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ในระดับปริญญาโท และปริญญาเอก หลายมหาวิทยาลัย อาทิ มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยศรีปทุม เป็นต้น
  • ที่ปรึกษาด้านการจัดทำแผนแม่บท ด้านธุรกิจระหว่างประเทศ ด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม

ดร.ธนกร ศรีสุขใส

ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

  • นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (พัฒนาสังคม) คณะพัฒนาสังคม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
  • ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (เศรษฐศาสตร์การเมือง) คณะเศรษฐศาสตร์
  • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (สื่อสารมวลชน)
    คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ สมัยที่ 2
  • คณะกรรมการประจำคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • อนุกรรมการพิจารณาอนุญาตด้านกิจการกระจายเสียง สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.)
  • ผู้ปฏิบัติงานประจำ กสทช. พลโท ดร.พีระพงษ์ มานะกิจ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.)
  • อนุกรรมการเรียกคืนคลื่นความถี่และเยียวยาคลื่นความถี่ 700 MHz สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.)
  • อนุกรรมการพิจารณาอนุญาตด้านกิจการโทรทัศน์ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.)
  • อนุกรรมการส่งเสริมการกำกับดูแลกันเองของผู้ประกอบกิจการด้านการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.)
  • อนุกรรมการกำหนดลักษณะและประเภทของการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.)
  • ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี (TITV) ก่อนเปลี่ยนผ่านเป็น Thai PBS สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
  • ผู้บริหารและผู้ดำเนินรายการกลุ่มบริษัท สำนักข่าว  INN
  • หัวหน้าคณะทำงานโครงการประชาสัมพันธ์เชิงรุกในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย
  • อบรมหลักสูตร นักบริหารการเงินการคลังภาครัฐ (บงส.) รุ่นที่ 9
  • เป็นผู้แทนสำนักงาน กสทช. ร่วมคณะกับกระทรวงการต่างประเทศศึกษาแนวทางการต่อต้านแนวคิดสุดโต่งที่นิยมความรุนแรงและการสร้างเรื่องเล่าโต้ตอบ (Counter-Narratives) ณ ประเทศสหรัฐอาหรับอิมิเรตส์ ระหว่างวันที่ 30 กันยายน- 3 ตุลาคม 2561
  • อบรมหลักสูตร Boardcast and Content Regulation จัดโดยสำนักงาน กสทช. ร่วมกับ Thomson Foundation ประเทศสหราชอาณาจักร และ intitute for Defense & Business ประเทศสหรัฐอเมริกา

การค้นหา

บทความล่าสุด :

ร้อยโท ดร.ธนกฤษฏ์ เอกโยคยะ

รองผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

  • ปริญญาตรี (นบ.) คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
  • ปริญญาโท (Master of Laws) จาก The University of Auckland ประเทศนิวซีแลนด์
  • ปริญญาเอก (Doctor of Philosophy) ด้านกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและเทคโนโลยีสารสนเทศ จาก The University of Southampton ประเทศอังกฤษ
  • อุปนายกสมาคมนักเรียนทุนรัฐบาลไทย
  • รักษาการผู้อำนวยการสำนักเครื่องหมายการค้า
  • หัวหน้ากลุ่มงานจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศ
  • หัวหน้ากลุ่มงานความร่วมมืออาเซียน เอเปค และจีน ณ กรมทรัพย์สินทางปัญญา
  • เข้าร่วมคณะทำงานเจรจา FTA ไทย-อินเดีย และ WTO ขณะดำรงตำแหน่งนักวิชาการพาณิชย์ ณ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
  • ดำรงตำแหน่งอัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายการพาณิชย์ ณ กรุงบรัสเซลส์
  • รับผิดชอบการจัดตั้งบริษัทลูกของ AOT เพื่อดำเนินการด้านการขนส่งสินค้าเน่าเสียง่ายผ่านช่องทางพิเศษ
  • อาจารย์พิเศษและกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกหลายมหาวิทยาลัย อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และ มหาวิทยาลัยศรีปทุม เป็นต้น

ดร. ชำนาญ งามมณีอุดม

รองผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

  • ปริญญาตรี การจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค)
  • ปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจ (การตลาด) มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค)
  • ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาบริหารธุรกิจ (Commerce) Magadh University, India
  • ตัวแทนประเทศไทยในการเข้าร่วมเป็นวิทยากร การประชุม และเจรจาระหว่างประเทศ
  • กรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติ องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2564
  • ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการจัดตั้งหน่วยงานเพื่อบริหารการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดเล็ก และขนาดย่อย สภานิติบัญญัติแห่งชาติ
  • นักวิชาการประจำคณะกรรมาธิการพาณิชย์ และทรัพย์สินทางปัญญา
  • ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการเขตเศรษฐกิจพิเศษ กรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน
  • หัวหน้าภาควิชาการจัดการธุรกิจโลก (Global Business Management)
  • หัวหน้าศูนย์พัฒนาสมรรถนะทรัพยากรมนุษย์ วิทยาลัยพาณิชยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
  • อาจารย์ ผู้สอน และกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ในระดับปริญญาโท และปริญญาเอก หลายมหาวิทยาลัย อาทิ มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยศรีปทุม เป็นต้น
  • ที่ปรึกษาด้านการจัดทำแผนแม่บท ด้านธุรกิจระหว่างประเทศ ด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม

ดร.ธนกร ศรีสุขใส

ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

  • นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (พัฒนาสังคม) คณะพัฒนาสังคม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
  • ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (เศรษฐศาสตร์การเมือง) คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (สื่อสารมวลชน) คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ สมัยที่ 2
  • คณะกรรมการประจำคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • อนุกรรมการพิจารณาอนุญาตด้านกิจการกระจายเสียง สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.)
  • ผู้ปฏิบัติงานประจำ กสทช. พลโท ดร.พีระพงษ์ มานะกิจ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.)
  • อนุกรรมการเรียกคืนคลื่นความถี่และเยียวยาคลื่นความถี่ 700 MHz สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.)
  • อนุกรรมการพิจารณาอนุญาตด้านกิจการโทรทัศน์ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.)
  • อนุกรรมการส่งเสริมการกำกับดูแลกันเองของผู้ประกอบกิจการด้านการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.)
  • อนุกรรมการกำหนดลักษณะและประเภทของการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.)
  • ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี (TITV) ก่อนเปลี่ยนผ่านเป็น Thai PBS สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
  • ผู้บริหารและผู้ดำเนินรายการกลุ่มบริษัท สำนักข่าว  INN
  • หัวหน้าคณะทำงานโครงการประชาสัมพันธ์เชิงรุกในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย
  • อบรมหลักสูตร นักบริหารการเงินการคลังภาครัฐ (บงส.) รุ่นที่ 9
  • เป็นผู้แทนสำนักงาน กสทช. ร่วมคณะกับกระทรวงการต่างประเทศศึกษาแนวทางการต่อต้านแนวคิดสุดโต่งที่นิยมความรุนแรงและการสร้างเรื่องเล่าโต้ตอบ (Counter-Narratives) ณ ประเทศสหรัฐอาหรับอิมิเรตส์ ระหว่างวันที่ 30 กันยายน- 3 ตุลาคม 2561
  • อบรมหลักสูตร Boardcast and Content Regulation จัดโดยสำนักงาน กสทช. ร่วมกับ Thomson Foundation ประเทศสหราชอาณาจักร และ intitute for Defense & Business ประเทศสหรัฐอเมริกา