เลือกหน้า

กองทุนพัฒนาสื่อฯ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และเครือข่าย มอบรางวัลการประกวดคลิปสั้น TikTok ภายใต้แคมเปญ “ฮักบ่Hate” ร่วมกันสร้างพื้นที่ออนไลน์ที่ปลอดภัยจาก Hate speech

(27 มีนาคม 2567) กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) มูลนิธิฟรีดริช เนามัน ประเทศไทย ,Tiktok Thailand, บริษัท เทลสกอร์ จำกัด ,COFACT Thailand ,มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย และ เครือข่ายเสริมสร้างอินเทอร์เน็ตปลอดภัย ประเทศไทย จัดเสวนาหัวข้อ “ฮักบ่Hate พื้นที่ออนไลน์ที่ปลอดภัยเพื่อการสื่อสารที่ไม่ใช้ความรุนแรง” และพิธีมอบรางวัลการประกวดคลิปสั้น TikTok แคมเปญ “ฮักบ่Hate” ภายใต้โครงการรณรงค์เสริมสร้างความตระหนักรู้เรื่องการสื่อสารที่ไม่สร้างความเกลียดชัง (Hate Speech)  ณ SCBX Next Tech  ชั้น 4 สยามพารากอน

นางสาวพรประไพ กาญจนรินทร์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวเปิดงาน สรุปว่า การสื่อสารที่สร้างความเกลียดชัง หรือ Hate Speech ในสังคมไทย เป็นประเด็นสำคัญที่ทุกภาคส่วนและทุกสถาบันทางสังคมต้องให้ความสำคัญโดยเฉพาะการสื่อสารในโลกออนไลน์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทุกคนต่างมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น แต่มักพบสถานการณ์การสื่อสาร ทั้งด้วยข้อความ คำพูด หรือแม้แต่รูปภาพ ที่แสดงถึงการเหยียดหยาม ใส่ร้ายป้ายสี ดูถูก รวมถึงการยุยง ปลุกระดมให้เกิดความเกลียดชังระหว่างกลุ่มบุคคล ในประเด็นต่าง ๆ ที่อ่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเชื้อชาติ ศาสนา ชาติพันธุ์ ภาษา รูปลักษณ์ เพศสภาพ อาชีพ หรือแม้แต่อุดมการณ์ความเชื่อของบุคคล Hate Speech จึงเป็นบ่อเกิดความเสียหาย อับอาย ลดทอนคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งผู้ถูกกระทำในหลายกรณีได้รับผลกระทบทางจิตใจ และนำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิตที่รุนแรง โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นกลุ่มที่น่าห่วงใยที่สุด ในสถานการณ์ดังกล่าว ด้วยเหตุนี้ สังคมจึงต้องร่วมมือกันผลักดันให้เกิดการสื่อสารที่สร้างสรรค์เพื่อให้พื้นที่ออนไลน์เป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยจาก Hate Speech สำหรับทุกคน

ภายในงานมีการเสวนาหัวข้อ “ฮักบ่Hate พื้นที่ออนไลน์ที่ปลอดภัยเพื่อการสื่อสารที่ไม่ใช้ความรุนแรง” โดย
นายชำนาญ งามมณีอุดม รองผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยเเละสร้างสรรค์ นางสาวอัยยา ตันติเสรีรัตน์
Head of Partnerships & Co-Managing Director บริษัท เทลสกอร์ จำกัด นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์
ผู้ร่วมก่อตั้ง
COFACT ประเทศไทย นายสันติ ศิริธีราเจษฎ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านงานคุ้มครองเด็ก องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย และนายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ร่วมแลกเปลี่ยนสถานการณ์ความรุนแรงของปัญหาการสื่อสารที่สร้างความเกลียดชัง ผลกระทบโดยเฉพาะด้านสิทธิมนุษยชน ตลอดจนข้อเสนอแนะ
ในการรับมือ และการส่งเสริมการสื่อสารที่สร้างสรรค์

จากนั้น มีการมอบรางวัลการประกวดคลิปสั้น TikTok แคมเปญ “ฮักบ่Hate” ซึ่งมีการเปิดรับผลงานระหว่างวันที่ 7 กุมภาพันธ์ – 8 มีนาคม 2567 และมีเยาวชน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไปร่วมส่งผลงานที่เป็นการแบ่งปันมุมมอง ความเข้าใจ และความตระหนักต่อเรื่องการสื่อสารที่ไม่สร้างความเกลียดชัง เข้าร่วมการประกวดกว่า 200 คลิป โดยมีผู้ได้รับรางวัลเกียรติบัตรพร้อมเงินรางวัล รางวัลละ 10,000 บาท รวมทั้งสิ้น 6 รางวัล ดังต่อไปนี้

รางวัลคลิปวิดีโอคุณภาพ จำนวน 3 รางวัล ได้แก่

(1) ผลงานเรื่อง “เรียนรู้ เข้าใจ ไม่สร้าง #HateSpeech” โดย เด็กหญิงวรกมล ไหมเพ็ชร

(2) ผลงานเรื่อง “ครูกะเทย” โดย นายธรินทร์ญา คล้ามทุ่ง

(3) ผลงานเรื่อง “หยุด Hate Speech วาทะสร้างความเกลียดชัง” โดย นางสาววัชโรบล แก้วสุติน

รางวัลยอดรับชมสูงสุด จำนวน 2 รางวัล ได้แก่

(1) ผลงานเรื่อง “ร่วมด้วยช่วยกันนะคะ เราหยุดเขาก็หยุด” โดย นางสาวจิดาภา เข็มเพ็ชร

(2) ผลงานเรื่อง “ไม่ว่าเราจะเป็นเพศอะไร ยังไง ก็ขอแค่ให้เราเป็นคนดี และไม่ต้องคิดและสนใจกับคำพวกนั้น” โดย นายดลวีย์ คำประดิษฐ

และรางวัลถูกใจกรรมการ จำนวน 1 รางวัล ได้แก่ ผลงานเรื่อง “คำพูดที่แม้แต่ตัวเองยังไม่ชอบ ก็อย่ามอบมันให้คนอื่น” โดย นายไชยวุฒิ มณีวรรณ

สามารถติดตามรับชมผลงานของผู้ได้รับรางวัลและผู้เข้าร่วมการประกวดได้ที่
TikTok : สำนักงาน กสม. (@nhrc_thailand)

กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทานโล่และเกียรติบัตรแก่ผู้ได้รับรางวัลหนังสือดีเด่น รางวัลชมเชย และ ผู้สนับสนุนงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 52 โดยผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อฯ ได้เข้ารับรางวัลในฐานะผู้จัดพิมพ์หนังสือดีเด่นอันเป็นผลงานผู้รับทุนด้วย

(28 มี.ค. 67) สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดงาน สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 52 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติครั้งที่ 22
ณ ฮอลล์ 7 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ในการนี้ได้ทรงมีพระราชดำรัสเปิดงาน “สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 52 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 22”
(52st National Book Fair & 22st Bangkok International Book Fair 2024) พร้อมเสด็จพระราชดำเนินไปฉายพระรูปร่วมกับคณะกรรมการจัดงานภาครัฐ และภาคเอกชน ทั้งนี้ ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เข้ารับพระราชทานโล่และเกียรติบัตรผู้ชนะการประกวดหนังสือดีเด่น ประจำปี พ.ศ.2567 ผลงานจากผู้รับทุน ประจำปี 2565 ประเภทเปิดรับทั่วไป กลุ่มเด็กและเยาวชน นิทานเรื่อง “เมื่อมะลิผลิบาน”

นางสาวศรัญญ์ทิตา ชนะชัยภูวพัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและพัฒนาสื่อสำหรับเด็กแชะเยาวชน เข้ารับพระราชทานโล่และเกียรติบัตร รางวัลชมเชยหนังสือสวยงาม ผลงานจากผู้รับทุน ประจำปี 2565 ประเภทเปิดรับทั่วไป กลุ่มเด็กและเยาวชน นิทานเรื่อง “ วิทยาศาสตร์น่ารู้ สู่หัวใจเรียนรู้รักษ์สิ่งแวดล้อม”

นายปิยพงษ์ เชื้ออาษา ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารองค์กร ร่วมเข้ารับพระราชทานโล่ ในฐานะที่ให้การสนับสนุนงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 52 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติครั้งที่ 22 ด้วย

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เป็นอีกหน่วยงานที่ร่วมสนับสนุน และได้จัดบูธนิทรรศการ สื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ อาทิ สัมมาทิฏฐิ ทะลุมิติมายา, โขนภาพยนตร์ HANUMAN WHITE MONKEY, A Time To Fly บินล่าฝัน, ครูของฉัน, มีนา-ฟ้าใส น้องกระต่ายตื่นตูม, Edible story Thailand SS.2 และ มหัศจรรย์เมล็ดพันธุ์เหนือมิติ เป็นต้น

ทั้งนี้ “งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 52 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 22”
จัดตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม – 8 เมษายน 2567 ณ ฮอลล์ 5-7 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ผู้ที่สนใจสามารถมาเยี่ยมชมได้ ที่บูธนิทรรศการ A22 กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ โซนหนังสือต่างประเทศ

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัด “โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ผลิตสื่อ (บ่มเพาะ) ปีที่ 2”พื้นที่ภาคกลางและกรุงเทพมหานคร พร้อมมอบใบประกาศออนไลน์ผู้ผ่านการอบรมทั่วประเทศ

(23-24 มีนาคม 2567) กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัดอบรม “โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ผลิตสื่อ (บ่มเพาะ) ปีที่ 2” โดยผู้เข้าอบรมประกอบด้วย นักจัดรายการวิทยุ ผู้กำกับภาพยนตร์ นักเขียน ช่างภาพ content creator และอื่นๆ ที่อาศัยอยู่ในเขตภาคกลางและกรุงเทพมหานคร ณ โรงแรม TK Palace กรุงเทพมหานคร 
โดยก่อนหน้านี้ได้มีการจัดอบรมขึ้นที่ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดนครพนม และภาคใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งภายในงานมีการมอบใบประกาศนียบัตรแบบออนไลน์แก่ผู้ผ่านการอบรมทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 143 คน

ภายในงาน ดร.ชำนาญ งามมณีอุดม รองผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เป็นวิทยากร
ร่วมกับทีมนักวิชาการด้านสื่อและการสื่อสาร ได้แก่ อ.ดร.ภัทธิรา ธีรสวัสดิ์, ผศ.ดร.ศศิธร ยุวโกศล
และคุณภานุพันธ์ สุภาพันธ์
Executive Creative Director คอยให้คำแนะนำผู้เข้าอบรมในการเขียนโครงการให้สามารถสร้างผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ โดยผู้เข้าร่วมการอบรมยังได้รับฟังประสบการณ์ตรงจากผู้ที่เคยได้รับทุนจากกองทุนพัฒนาสื่อฯ และช่วงท้ายของกิจกรรมยังได้มีการนำเสนอโครงการพร้อมรับคำแนะนำเพื่อปรับปรุงข้อเสนอโครงการ (Pitching Project) อีกด้วย

ทั้งนี้ ภายหลังจากการจัดกิจกรรมในพื้นที่ภาคกลางและกรุงเทพมหานคร ดร.ชำนาญ งามมณีอุดม
รองผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ได้กล่าวปิดโครงการว่า โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้สังคมและเศรษฐกิจของประเทศ ผ่านการบ่มเพาะความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคนิคการเขียนโครงการเพื่อพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ได้อย่างตรงตามวัตถุประสงค์ของกองทุนฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ในประเด็นของการสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของ “จรรยาบรรณ” และ “ความรับผิดชอบ” ในผลกระทบต่อสังคมจากการผลิตสื่อที่จะเผยแพร่ออกสู่สาธารณะ ซึ่งผู้เข้าอบรมจะได้รับประโยชน์และมองเห็นแนวทางในการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม สร้างรายได้ให้กับประเทศ และเกิดเครือข่ายความร่วมมือขับเคลื่อนสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ซึ่งในพิธีปิดโครงการได้มีผู้เข้าร่วมโครงการจากทุกภูมิภาคเข้าร่วมงานผ่านระบบประชุมออนไลน์ โดยมีตัวแทนผู้เข้าอบรมในแต่ละภาคแสดงความรู้สึกเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการเข้าร่วมอบรมในโครงการนี้อีกด้วย

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ รุกต่อเนื่อง เปิดตัวละครสะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น ฮัลโหลไทยแลนด์ (Hello Thailand) ปีที่ 2 “อมรพิมาน” และ “ออนแอร์หรรษาบ้านนาโฮแซว”

  “กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์” มีนโยบายในการผลิต พัฒนา และ เผยแพร่สื่อที่มีคุณภาพที่ส่งเสริมการเรียนรู้และพฤติกรรมที่ดีของเด็กและเยาวชน ความสัมพันธ์อันดีในครอบครัว และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ที่ผ่านมาได้ร่วมกับ สมาคมนักเขียนบทละครโทรทัศน์ ดำเนินการ ผลิตละครสะท้อนความเป็นท้องถิ่น ชุด ฮัลโหล ไทยแลนด์ (Hello Thailand) ซึ่งเป็นผลผลิตจากกระบวนการพัฒนาศักยภาพนักเขียนบทละครหน้าใหม่จากแต่ละภูมิภาค นำมาพัฒนาจนได้เป็นบทละครที่มีอัตลักษณ์ความเป็นท้องถิ่น จำนวน 5 เรื่อง 5 ภูมิภาค ล่าสุดได้เปิดตัวละครโทรทัศน์ที่สะท้อนความเป็นท้องถิ่น
ชุด ฮัลโหลไทยแลนด์ (
Hello Thailand) ปีที่ 2″  จำนวน 2 เรื่อง 2 ภูมิภาค ได้แก่ “อมรพิมาน” (ภาคกลางและภาคตะวันออก) และ “ออนแอร์หรรษาบ้านนาโฮแซว” (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) เป็นการเล่าเรื่องในมิติที่มีกรอบแนวความคิดสร้างสรรค์ เน้นการผลิตละครโทรทัศน์ที่มีคุณภาพ เป็นประโยชน์ สามารถเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม และสร้างการมีส่วนร่วมจากภาคีเครือข่ายในพื้นที่ โดยมี  นายเทินพันธ์ แพนสมบัติ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและพัฒนาสื่อสำหรับประชาชน  นายคฑาหัสต์ บุษปะเกศ นายกสมาคมนักเขียนบทละครโทรทัศน์ พร้อมเหล่านักแสดงเข้าร่วมงาน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเสวนา หัวข้อ “พลังแห่งเรื่องเล่า..สู่ละครสะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น ฮัลโหลไทยแลนด์” นำโดย  คุณศุภชัย สิทธิอำพรพรรณ สมาคมนักเขียนบทละครโทรทัศน์ ที่ปรึกษาเขียนบทละครเรื่อง “ออนแอร์หรรษาบ้านนาโฮแซว” ผศ.ดร.เธียรชัย อิศรเดช ผู้เขียนบทละครเรื่อง “อมรพิมาน” คุณพรรณพันธ์ ทรงขำ ผู้กำกับการแสดง คุณอรุโณทัย นฤนาท ผู้กำกับการแสดง ฯลฯ พร้อมนักแสดงหลักและนักเขียน เข้าร่วม (วันจันทร์ที่ 18 มีนาคม 2567 ณ โรงภาพยนตร์ 1 เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน)

นายเทินพันธ์ แพนสมบัติ ผู้อำนวยการฝ้ายส่งเสริมและพัฒนาสื่อสำหรับประชาชน  กล่าวว่า สำหรับโครงการฮัลโหลไทยแลนด์ เป็นโครงการที่กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ได้มีการร่วมมือกับทาง สมาคมนักเขียนบทละครโทรทัศน์ จัดทำขึ้น เพื่อพัฒนาศักยภาพนักเขียนหน้าใหม่ๆในประเทศไทย โดยมีการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ ให้ผู้ร่วมการอบรมได้สร้างสรรค์ผลงานในรูปแบบของตนเอง ซึ่งก็มีนักเขียนมืออาชีพมาเป็นพี่เลี้ยง โดยทางโครงการได้ส่งเสริมให้มีการนำเรื่องเล่าจากในท้องถิ่นสื่อสารออกมาเป็นบทละครสร้างสรรค์ สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นในแต่ละภูมิภาค ทั้งภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออก ภาคอีสาน ภาคกลาง และผลิตออกมาเป็นละครโทรทัศน์ ชุด ฮัลโหลไทยแลนด์ จำนวน 5 เรื่อง 5 อรรถรส ซึ่งนอกจากได้บทละครคุณภาพมาถึง 5 เรื่องแล้ว ในขั้นตอนของการผลิตเป็นละครโทรทัศน์เราได้มีการคัดเลือกนักแสดงจากท้องถิ่นนั้นๆ มาร่วมถ่ายทอดบทละคร รวมไปถึงใช้สถานที่จริง วัฒนธรรมในท้องถิ่นจริงๆมาถ่ายทอดบทละครด้วยเป็นการส่งเสริมความร่วมมือของภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ทำให้โครงการออกมาสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น  ในโครงการฮัลโหลไทยแลนด์ปีที่ 1 ได้มีการผลิตผลงานออกสู่สายตาประชาชนแล้ว 3 เรื่องด้วยกัน คือ ใต้สมุทรสุดปลายฟ้า เภรีระบัดชัย และพัทยาซอยสุดท้าย ซึ่งทั้ง 3 เรื่องก็ได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนและได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายเป็นอย่างดี และสำหรับปีนี้ โครงการฮัลโหลไทยแลนด์ ปีที่ 2 ก็ได้มีการผลิตผลงานออกมาอีก 2 เรื่อง นั่นก็คือ อมรพิมาน และ ออนแอร์หรรษาบ้านนาโฮแซว ซึ่งทั้ง 2 เรื่องนี้ก็ถ่ายทำแล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อย อีกไม่นานก็จะได้รับชมกัน

จะเห็นได้ว่า โครงการฮัลโหลไทยแลนด์ เป็นโครงการที่ดีและเป็นประโยชน์กับทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นนักเขียนหน้าใหม่ๆก็สามารถพัฒนาศักยภาพของตนเอง ได้นำเรื่องเล่าในท้องถิ่นออกมานำเสนอในรูปแบบของบทละครทำให้คนทั่วไปได้รู้จัก และสัมผัสกับท้องถิ่นนั้นๆมากยิ่งขึ้น วงการละครก็ได้บทละครที่สร้างสรรค์ สามารถสื่อสารผ่านบทละครที่ยอดเยี่ยม สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น ผ่านมุมมองของนักแสดงและผู้กำกับมากฝีมือ ทำให้ส่งสารไปถึงท่านผู้ชมได้อย่างเข้าใจในแง่คิดที่เป็นประโยชน์ที่แต่ละเรื่องได้แฝงไว้ สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย และยังทำให้ภาคีเครือข่ายในแต่ละท้องที่ได้มีส่วนร่วมกับโครงการ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อตนเอง และสังคม  ความสำเร็จทั้งหมดนี้ของโครงการฮัลโหลไทยแลนด์ทั้งปีที่ 1 และ ปีที่ 2 เราได้รับความร่วมมือจากในทุกๆภาคส่วนที่ช่วยกันผลักดันให้โครงการได้ดำเนินการมาจนถึงช่วงท้ายที่สุดของโครงการแล้ว ทางกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ รวมถึงสมาคมนักเขียนบทละครโทรทัศน์ยังมีความมุ่งหวังว่า หลังจากนี้เราจะยังสามารถมีโครงการดีๆแบบนี้ที่จะสร้างสรรค์สื่อที่ดี มีประโยชน์ให้กับประชาชนต่อไปในอนาคต และยังหวังว่าเราจะยังได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายในทุกภาคส่วนแบบนี้ต่อไปอีกในอนาคต สุดท้ายในนามของผู้จัด​ ทีมงาน และนักแสดงทุกท่าน ขอฝากละครคุณภาพอีก 2 เรื่อง ของโครงการฮัลโหลไทยแลนด์ ปีที่ 2 อมรพิมาน และ ออนแอร์หรรษาบ้านนาโฮแซว หวังว่าทุกท่านที่ได้ติดตามโครงการมาตั้งแต่ต้น จะได้รับโยชน์และความสุขจากโครงการไปไม่มากก็น้อย และรอติดตามโครงการดีๆของเราได้ในทุกช่องทางครับ

กองทุนสื่อร่วมงานแถลงข่าวการจัดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 52 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 22

(18 มีนาคม 2567) ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เข้าร่วมงานแถลงข่าวการจัดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 52 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 22 โดยกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เป็นองค์กรร่วมจัดงานร่วมกับสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย

ณ Meeting Room 109 ชั้น 1 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

คุณสุวิช รุ่งวัฒนไพบูลย์ นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน “สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 52 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 22” ภายใต้ธีม “Booklympics” เพื่อต้อนรับมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ “โอลิมปิกเกมส์ 2024” ซึ่งจะจัดขึ้นในปีนี้ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

ภายในงานได้รับเกียรติจาก 2 ฮีโร่ ไอดอลนักกีฬาไทย คุณวิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์ อดีตนักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย,ร้อยเอกหญิง ปวีณา ทองสุก นักยกน้ำหนักหญิงทีมชาติไทย มาร่วมเผยหนังสือเล่มโปรด พร้อมกับเชิญชวนให้มาร่วมงานสัปดาห์หนังสือที่ปีนี้จัดอย่างยิ่งใหญ่สุดในรอบ 52 ปี อีกทั้งได้รับเกียรติจากคุณแจน Tiktoker จากช่อง janjanuary1 ,นักแสดงจาก GMMTV อาทิ คุณพรรษา วอสเบียน,คุณภัทรานิษฐ์ ลิ้มปติยากร ,คุณเบญญาภา จีนประสม, คุณวรรณวิมล เจนอัศวเมธี , คุณปรียาภัทย์ หล่อสุวรรณศิริ, คุณอรัญญ์ อัศวสืบสกุล ร่วมพูดถึง Booklympics หรือผู้ที่เป็นแรงบันดาลใจให้รักการอ่าน รวมไปถึงแนะนำหนังสือเล่มโปรด

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 52 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 22 จะมีการออกบูธจำหน่ายหนังสือกว่า 1 ล้านเล่ม จาก 322 สำนักพิมพ์ รวม 914 บูธ พร้อมกับนิทรรศการและกิจกรรมกว่า 100 กิจกรรม แบ่งหนังสือออกเป็น 7 หมวด ได้แก่ 1) หนังสือนิยายและวรรณกรรม 2) หนังสือการ์ตูนและวัยรุ่น 3) หนังสือเด็กและการศึกษา 4) หนังสือต่างประเทศ 5) หนังสือทั่วไป 6) หนังสือเก่า 7) Non-Book สามารถเข้าร่วมงานได้ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น. ทุกวัน ระหว่างวันที่ 28 มีนาคม 2567 ถึง วันที่ 8 เมษายน 2567 (รวม 12 วัน)

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook เพจ Thai Book Fair  https://www.facebook.com/bookthai