10 ประเด็นที่ได้รับความสนใจ ประจำเดือนตุลาคม 2568

 เดือนตุลาคม 68 พบ “สถานการณ์ไทย-กัมพูชา” ครองอันดับ 1 แรงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5  อันดับ 2 เทศกาลเจนนี่ ไลฟ์ขายของมาราธอน โดยสื่อฯ ยังคงมีบทบาทสูงเรื่องการเมือง-ความมั่นคง ส่วน Influencer มีบทบาทสูงในเรื่องบันเทิง

จากการสำรวจประเด็นการสื่อสารในโลกออนไลน์ผ่าน 5 แพลตฟอร์มหลักคือ 1) Facebook 2) X 3) Instagram 4) YouTube และ 5) TikTok พบว่า ในเดือนตุลาคม 2568 “สถานการณ์ไทย-กัมพูชา” ได้รับความสนใจเป็นอันดับ 1 ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 สาเหตุที่สื่อสังคมออนไลน์ยังคงให้ความสนใจต่อ “สถานการณ์ไทย-กัมพูชา”อย่างต่อเนื่อง เกิดจากสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณบ้านหนองจาน และบ้านหนองหญ้าแก้ว เนื่องจากทางการไทยกำหนดให้ชาวกัมพูชาที่รุกล้ำพื้นที่อธิปไตยต้องอพยพออกไปภายในวันที่ 10 ตุลาคม 2568 และความเคลื่อนไหวของมวลชนในพื้นที่นำโดยวีระ สมความคิด รวมตัวกันเพื่อทวงคืนพื้นที่บ้านหนองจาน นอกจากนี้ยังพบความพยายามของรัฐบาลทั้งสองประเทศในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยการลงนามในถ้อยแถลงร่วมเพื่อสันติภาพที่มาเลเซีย โดยมีนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และประธานาธิบดีสหรัฐฯ เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน

ผลการสำรวจยังพบว่า สื่อ สำนักข่าว มีบทบาทสูงในการสร้าง Engagement ประเด็นการเมือง-ความมั่นคง ทั้งเรื่องสถานการณ์ไทย-กัมพูชา เช่นเดียวกับเดือนที่แล้ว และข่าวการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 ส่งผลให้ประเด็นดังกล่าวถูกกล่าวถึงในสื่อสังคมออนไลน์ ในขณะที่ประเด็นบันเทิง ยังคงเป็นเรื่องกระแสนิยม ความชื่นชอบในศิลปิน ละคร/ซีรีส์ เช่น นักแสดงคู่จิ้น หลิง-ออม วง BUS ซีรีส์เขมจิราต้องรอด คอนเสิร์ต BamBam Hometown เป็นต้น โดยมีกลุ่มผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ เป็นผู้มีบทบาทสูงในการสร้าง Engagement ผ่านแพลตฟอร์มหลากหลาย ทั้ง Facebook, X, Instagram และ TikTok

นอกจากนี้ ในเดือนตุลาคม 2568 ยังพบประเด็นสาธารณะที่ไม่ได้ติดอยู่ใน 10 อันดับแรก แต่ได้รับความสนใจจากสังคมอีก 1 ประเด็น คือ โครงการคนละครึ่งพลัส

10 ประเด็นที่ได้รับความสนใจ มีการสื่อสาร และมีส่วนร่วมมากที่สุดในโลกออนไลน์ เดือนตุลาคม 2568

จากการศึกษาการสื่อสารในโลกออนไลน์ของสังคมไทย โดยใช้เครื่องมือ ZocialEye สำรวจข้อมูลจาก 5 แพลตฟอร์มสื่อสารหลัก ได้แก่ 1) Facebook 2) X 3) Instagram 4) YouTube และ 5) TikTok ในช่วงเดือนตุลาคม 2568 พบ 10 ประเด็นที่ได้รับความสนใจ มีการสื่อสาร และมีส่วนร่วมมากที่สุด ดังนี้

อันดับที่ 1 สถานการณ์ไทย-กัมพูชา (117,424,380 Engagement)

ในเดือนตุลาคม 2568 พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะบริเวณบ้านหนองจาน และบ้านหนองหญ้าแก้ว จังหวัดสระแก้ว เกิดความตึงเครียด และมีเหตุการณ์รุนแรงต่อเนื่อง ซึ่งในเดือนตุลาคม 2568 เกิดเหตุการณ์สำคัญหลายเหตุการณ์ เช่น ทีมงานของกัน จอมพลัง นำเครื่องขยายเสียงเปิดซาวด์หนังผี และเสียงเครื่องบินรบกวนใกล้แนวชายแดน เพื่อกดดันให้ชาวกัมพูชาออกจากพื้นที่ ส่งผลให้นักสิทธิมนุษยชนตำหนิพฤติกรรมดังกล่าวของกัน จอมพลัง ขณะที่กัน จอมพลังก็กล่าวหานักสิทธิมนุษยชนว่าไม่ปกป้องประชาชนชาวไทย มวลชนในพื้นที่นำโดยวีระ สมความคิด ได้เคลื่อนย้ายไปยังบ้านหนองจานเพื่อทวงคืนพื้นที่ จนทำให้สถานการณ์ในบริเวณดังกล่าวตึงเครียดยิ่งขึ้น การระดมทุนจากกองทุนหทัยทิพย์เพื่อสร้างกำแพงตามแนวชายแดนเพื่อป้องกันปัญหาความขัดแย้งในอนาคต เป็นต้น

จากข้อมูลพบว่า ตัวอย่างบัญชีที่มียอด Engagement สูง เช่น บัญชี duckdarknews (TikTok) และ siamnews (TikTok) รายงานเกี่ยวกับกัน จอมพลัง โต้กลับนักสิทธิมนุษยชนกรณีถูกตั้งคำถามเรื่องการเปิดเครื่องขยายเสียงรบกวนกัมพูชา บัญชีกันจอมพลัง (Facebook) ประกาศยกเลิกกิจกรรมรถแห่ และแสดงความไม่พอใจต่อนักสิทธิมนุษยชนที่ออกมาตำหนิการเปิดเครื่องขยายเสียงรบกวน บัญชี dailynewsonline (TikTok) โพสต์ภาพไวรัลการสลับป้ายประเทศของนายอนุทิน ชาญวีรกุล ในการลงนามปฏิญญาร่วม ไทย – กัมพูชา โดยมี โดนัล ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และ อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เป็นสักขีพยาน เป็นต้น

ในส่วนของผู้สื่อสารพบว่า สื่อ สำนักข่าว สามารถสร้างการมีส่วนร่วมในประเด็นดังกล่าวได้สูงที่สุดที่ 59.60% ตามด้วย ผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ 36.67% ผู้ใช้งานทั่วไป 3.57% และอื่น ๆ อีก 0.16% โดยแพลตฟอร์ม Facebook มีสัดส่วนการมีส่วนร่วมสูงที่สุดถึง 64.72% ตามด้วย TikTok 24.10% YouTube 8.54% Instagram 1.56% และ X 1.08%  

อันดับที่ 2 เทศกาลเจนนี่ (88,033,425 Engagement)

เจนนี่ รัชนก สุวรรณเกตุ หรือ “เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” นักร้องลูกทุ่ง และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ได้เผชิญปัญหาครอบครัวครั้งใหญ่ จากปัญหาหนี้สินที่คุณแม่สร้างไว้ เจนนี่ได้ไลฟ์สดผ่าน TikTok พูดเรื่องทั้งหมดของแม่ให้คนอื่นรู้ พร้อมประกาศจะใช้หนี้ให้เป็นครั้งสุดท้าย เรื่องดราม่าระหว่างเจนนี่ และคุณแม่ได้รับความสนใจจากผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นอย่างมาก จากการระบายความในใจเรื่องแม่สู่การขายสินค้าผ่าน TikTok ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ “เทศกาลเจนนี่” ที่เปิดพื้นที่ให้ศิลปิน ดารา ผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ และเจ้าของแบรนด์ทั้งรายเล็กและรายใหญ่มาขายสินค้าด้วยตัวเอง ซึ่งการไลฟ์สดขายสินค้าแต่ละครั้งมีผู้ชมไลฟ์สดจำนวนมาก ทำให้ขายสินค้ารวมได้หลายร้อยล้านบาทในระยะเวลาอันสั้น

จากข้อมูลพบว่า โพสต์ส่วนใหญ่เน้นการโพสต์เรื่องชีวิตส่วนตัว การไลฟ์สดขายสินค้า และประเด็นดราม่าที่เกิดขึ้น โดยบัญชีที่พูดถึงเรื่องนี้มากที่สุด คือ บัญชีของเจนนี่ ได้แก่ janeydm (TikTok) ซึ่งมีโพสต์ที่สร้างการมีส่วนร่วม (Engagement) สูงสุดหลายโพสต์ ทั้งการไลฟ์ขายสินค้า “ไลฟจนลูกตื่นนนน วันนี้ปิดยอดที่ 80 ล้าน เลยค่าาาา” การแชร์โมเมนต์กับลูกสาว “#เจนนี่ได้หมดถ้าสดชื่น #โมเน่ #ยูจิน” และการไปออกรายการ “โหนกระแส” พูดถึงประเด็นดราม่า เป็นต้น ในขณะเดียวกัน บัญชีตุ๊ดย่อยข่าว (Facebook) ก็มีโพสต์ที่มี Engagement สูง ได้แก่ โพสต์ “เดือดมาก!! #เจนนี่ได้หมดถ้าสดชื่น โพสต์เดือด คู่กรณีคือแม่”

ในส่วนของผู้สื่อสารจึงพบว่า ผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ สามารถสร้างการมีส่วนร่วมในประเด็นดังกล่าวได้สูงที่สุดที่ 87.65% ตามด้วย สื่อ สำนักข่าว 10.23% ผู้ใช้งานทั่วไป 2.12% โดยแพลตฟอร์ม TikTok มีสัดส่วนการมีส่วนร่วมสูงที่สุด 78.38% ตามด้วย Facebook 18.60% Instagram 2.19% X 0.60% และ YouTube 0.23%

อันดับที่ 3 ดราม่ามูลนิธิ กัน จอมพลัง (45,928,548 Engagement)

จากกรณีที่ กัน จอมพลัง เข้าไปมีบทบาทในสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงบทบาทดังกล่าว และเริ่มมีการขุดคุ้ยประเด็นความสัมพันธ์ของกัน จอมพลังกับนักการเมือง โดยมีการเปิดโปงหลักฐานว่ามูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ มีความเชื่อมโยงกับมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า จึงทำให้สังคมตั้งคำถามต่อความโปร่งใสของเงินที่บริจาคมให้มูลนิธิ หนึ่งในนั้นคือนายณวัฒน์ อิสระไกรศรี ที่ออกมาประกาศขอเงินบริจาคคืน เพื่อแสดงความรู้สึกไม่เชื่อมั่น และไม่ต้องการมีความเกี่ยวโยงกับมูลนิธิดังกล่าว

จากข้อมูลพบว่า โพสต์ส่วนใหญ่เน้นไปที่การรายงานข่าว และชี้แจงประเด็นดราม่าต่าง ๆ ของ กัน จอมพลัง และมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ โดยเฉพาะเรื่องเงินบริจาค และการประกาศยุติบทบาทช่วยเหลือสังคมชั่วคราว ตัวอย่างบัญชีที่มียอด Engagement สูง เช่น บัญชีของอนุวัต จัดให้ (Facebook) ที่เสนอข่าวกัน จอมพลังหลั่งน้ำตาพร้อมประกาศพักงานลงพื้นที่ บัญชีเรื่องเล่าเช้านี้ (Facebook) ที่เสนอข่าวความขัดแย้งระหว่างกัน จอมพลังกับ ไอซ์ รักชนกกรณีที่บริษัทของกัน จอมพลังได้งานจากกระทรวงเกษตรฯ หลายงาน และตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์กับธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ บัญชีของมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ (Facebook) โพสต์ไลฟ์สดแถลงข้อเท็จจริงของสถานะทางการเงินของมูลนิธิ และความเชื่อมโยงกับธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นต้น

ในส่วนของผู้สื่อสารพบว่า สื่อ สำนักข่าว สามารถสร้างการมีส่วนร่วมในประเด็นดังกล่าวได้สูงที่สุดที่ 65.02% ตามด้วย ผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ 33.76% ผู้ใช้งานทั่วไป 1.22% โดยแพลตฟอร์ม Facebook มีสัดส่วนการมีส่วนร่วมสูงที่สุดถึง 73.45% ตามด้วย TikTok 18.12% YouTube 6.24% Instagram 1.34% และ X 0.85%

อันดับที่ 4 สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงสวรรคต (44,391,445 Engagement)

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 สำนักพระราชวังออกประกาศอย่างเป็นทางการถึงการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ภาครัฐประกาศแนวทางการไว้อาลัย และมาตรการช่วงไว้ทุกข์สำหรับข้าราชการ และประชาชนทั่วไป การปรับรูปแบบงานรื่นเริง ประชาชนชาวไทยต่างโศกเศร้า และร่วมอาลัยต่อการสูญเสียครั้งใหญ่นี้

จากข้อมูลพบว่า โพสต์ส่วนใหญ่เน้นการแสดงความอาลัยต่อการสวรรคตของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง การน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และการแบ่งปันความรู้สึกโศกเศร้าของพสกนิกรชาวไทย ตัวอย่างบัญชีผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ที่มียอด Engagement สูง เช่น บัญชี Mask_50223 (TikTok) ซึ่งโพสต์คลิปวิดีโอระลึกถึงพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ที่ทรงรู้สึกหึงหวงและอิจฉาช่างภาพที่ถ่ายภาพสมเด็จพระพันปีหลวง บัญชี panita1305 (TikTok) ที่โพสต์ขอความน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย และกล่าวถึงเดือนตุลาคมว่าเป็นเดือนแห่งการสูญเสียบุคคลสำคัญในราชวงศ์หลายพระองค์ เป็นต้น

ในส่วนของผู้สื่อสารจึงพบว่า ผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ สามารถสร้างการมีส่วนร่วมในประเด็นดังกล่าวได้สูงที่สุดที่ 69.97% ตามด้วย สื่อ สำนักข่าว 25.71% ผู้ใช้งานทั่วไป 4.26% อื่น ๆ อีก0.06% โดยแพลตฟอร์ม TikTok มีสัดส่วนการมีส่วนร่วมสูงที่สุดถึง 56.61% ตามด้วย Facebook 33.12% Instagram 6.66% X 2.99% และ YouTube 0.62%

อันดับที่ 5 วง BUS Because of you I shine (43,741,064 Engagement)

“BUS because of you I shine” กลุ่มศิลปินชาย T-Pop สัญชาติไทย ได้มีการนำเสนอโปรเจกต์พิเศษ “BUS COVER PROJECT” ซึ่งเป็นนำผลงานเพลงมาตีความ และขับร้องใหม่เพื่อสื่อสารไปยังกลุ่มผู้ติดตาม ซึ่งในเดือนตุลาคม 2568 เป็นผลงานของ JINWOOK และ NEX รวมถึงการที่สมาชิกในวงร่วมเต้นโปรโมตเพลง WONDERING ของ แบมแบม กันต์พิมุกต์ ส่งผลให้วง BUS ถูกกล่าวถึงบนสื่อสังคมออนไลน์อย่างมาก 

จากข้อมูลพบว่า โพสต์ส่วนใหญ่เน้นเนื้อหาส่วนใหญ่มุ่งเน้นการนำเสนอไลฟ์สไตล์ส่วนตัวของสมาชิก เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับแฟนคลับ ควบคู่ไปกับการประชาสัมพันธ์กิจกรรมและโปรเจกต์พิเศษของวง เช่น “BUS COVER PROJECT” (เพลง ‘Lemon’ และ ‘Heather’) ตัวอย่างบัญชีที่มียอด Engagement สูง เช่น บัญชีสมาชิกวง ได้แก่ aa.busofficial (TikTok) ที่โชว์เล่นกีตาร์ (“fashion but rock… #guitar”) และ khunpol.busofficial (TikTok) ที่โพสต์คลิปสั้นเพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์กับแฟนคลับ (“พี่ปองกด1”) เป็นต้น ในขณะที่บัญชีทางการของวงอย่าง bus.becauseofyouishine (Instagram) ก็มีโพสต์ที่ได้รับ Engagement สูง ส่วนใหญ่จะมีบทบาทหลักในการประชาสัมพันธ์ผลงานเพลง และโปรเจกต์สำคัญของวงเป็นหลัก

ในส่วนของผู้สื่อสาร พบว่า ผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกในวง BUS สามารถสร้างการมีส่วนร่วมในประเด็นดังกล่าวได้สูงสุดที่ 96.78% ตามด้วย ผู้ใช้งานทั่วไป 2.89% แบรนด์ 0.30% และ สื่อ สำนักข่าว 0.03% โดยแพลตฟอร์ม Instagram มีสัดส่วนการมีส่วนร่วมสูงที่สุด 39.18% ตามด้วย TikTok 37.95% X 19.27% Facebook 2.44% และ YouTube 1.16% 

อันดับที่ 6 แบมแบม กันต์พิมุกต์ เปิดตัวอัลบั้ม Hometown (43,257,501 Engagement)

แบมแบม กันต์พิมุกต์ ศิลปินระดับโลกสายเลือดไทย หนึ่งในสมาชิกวง GOT7 เปิดตัวอีพีอัลบั้มเพลงภาษาไทยครั้งแรก เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2568 โดยมีศิลปินไทยร่วมร้องหลายคน ได้แก่ อิงค์ วรันธร ธามไท และ เจฟ ซาเตอร์ และมีการเดินสายออกรายการต่าง ๆ เพื่อโปรโมทอัลบั้ม เช่น เฮ็ดอย่างเซียนหรั่ง OHANA บ้าพลังเป็นต้น จนกลายเป็นกระแสในสื่อสังคมออนไลน์

จากข้อมูลพบว่า โพสต์ส่วนใหญ่เน้นการโปรโมตอัลบั้ม ‘HOMETOWN’ ซึ่งมีเพลงทั้งหมด 5 เพลง และการไปออกรายการทางออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อโปรโมทอัลบั้ม ตัวอย่างบัญชีที่มียอด Engagement สูง เช่น บัญชีของช่องรายการ oneplayground (TikTok) และ oneบันเทิง (Facebook) ที่ทำคลิปโปรโมตแบมแบมไปออกรายการ “เฮ็ดอย่างเซียนหรั่ง” บัญชีของ nychaa (TikTok) และ yuikchk (Facebook) ที่โปรโมตเพลงจากอีพีอัลบั้มใหม่ โดยใช้ข้อความจากเนื้อเพลงมาประกอบการโปรโมต เป็นต้น

ในส่วนของผู้สื่อสาร พบว่า ผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ สามารถสร้างการมีส่วนร่วมในประเด็นดังกล่าวได้สูงสุดที่ 88.91% ตามด้วย ผู้ใช้งานทั่วไป 6.22% สื่อ สำนักข่าว 4.41% และ อื่น ๆ อีก 0.46% โดยแพลตฟอร์ม TikTok มีสัดส่วนการมีส่วนร่วมสูงที่สุด 35.86% ตามด้วย Instagram 27.67% X 24.88%  Facebook 10.01% และ YouTube 1.58%

อันดับที่ 7 คู่จิ้น หลิง-ออม (42,980,872 Engagement)

หลิงหลิง คอง และ ออม กรณ์นภัส สร้างกระแสแรงในซีรีส์แนว Girls’ Love เรื่อง “เพียงเธอ” (Only You The Series) ที่เข้าสู่ตอนอวสานในช่วงกลางเดือนตุลาคม และทั้งคูได้เข้าร่วมงานแฟชั่นโชว์ Dior Spring-Summer 2026 ที่ปารีสแฟชั่นวีก (PFW) ในฐานะบุคคลที่มีอิทธิพลในวงการแฟชั่นของประเทศไทยและเอเชีย

จากข้อมูลพบว่า โพสต์ส่วนใหญ่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับ การเข้าร่วมงาน Dior Spring-Summer 2026 ที่ปารีส ตัวอย่างบัญชีที่มียอด Engagement สูง เช่น บัญชี Instagram ของ orm.kornnaphat, linglingkwong, achirakul เป็นต้น ส่วนการโปรโมตซีรีส์ เพียงเธอ Only You The Series ส่วนใหญ่จะมาจากบัญชีอย่างเป็นทางการของช่อง 3 ได้แก่ ch3thailand (TikTok) รวมถึงแฟนละครที่ช่วยโปรโมตโดยการตัดคลิปสั้น และทำคลิปล้อเลียนฉากในซีรีส์ เช่น บัญชี notrealneab (TikTok) ที่คลิปล้อเลียนฉากคุ้มกันไอร่า เป็นต้น

ในส่วนของผู้สื่อสาร พบว่า ผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ สามารถสร้างการมีส่วนร่วมในประเด็นดังกล่าวได้สูงสุดที่ 87.99% ตามด้วย ผู้ใช้งานทั่วไป 7.06% สื่อ สำนักข่าว 4% แบรนด์ 0.95% และ โดยแพลตฟอร์ม X มีสัดส่วนการมีส่วนร่วมสูงที่สุด 45.74% ตามด้วย TikTok 38.37% Instagram 13.71% Facebook 1.96% และ YouTube 0.22% 

อันดับที่ 8 ซีรีส์เขมจิราต้องรอด (38,288,360 Engagement)

“เขมจิราต้องรอด” (Khemjira the Series) ซีรีส์ไทยแนวสยองขวัญผสมโรแมนติก ผลิตโดยบริษัท มันดีเวิร์ค จำกัด ได้รับความสนใจจากผู้ชมอย่างต่อเนื่อง สร้างกระแสตั้งแต่ตอนแรกที่เปิดตัวในเดือนสิงหาคม 2568 และในเดือนตุลาคม 2568 ซีรีส์เดินทางมาถึงตอนอวสาน ตัวละครผีรำพึงเรียกวิญญาณร้ายมาจัดการพ่อครูภรัณ และการตัดสินใจเด็ดขาดของเขมจิราที่จะทำให้คำสาปของตระกูลสิ้นสุดลง

จากข้อมูลพบว่า ตัวอย่างบัญชีที่ได้รับ Engagement สูงจะมาจากนักแสดง และสื่อ โดยเฉพาะบัญชีของนักแสดง อย่าง janistarrr (TikTok) ที่โพสต์พาชมเบื้องหลังซีนหลอน และที่มาความแค้นของผีรำพึง บัญชี harit_keng (Instagram) ซึ่งเป็นบัญชีของนักแสดงนำ (เก่ง หฤษฎ์) มีการพูดถึงเนื้อหาในตอนที่ 10 และชวนแฟน ๆ พูดคุย แสดงความรู้สึก “ไม่อยากให้จบ” นอกจากนี้ยังมีโพสต์จากบัญชี one31 (Instagram) ที่เน้นการโปรโมตความสำเร็จของซีรีส์ที่ติดอันดับยอดนิยมบนแอปพลิเคชัน iQIYI เป็นต้น

ในส่วนของผู้สื่อสาร พบว่า ผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ สามารถสร้างการมีส่วนร่วมในประเด็นดังกล่าวได้สูงสุดที่ 83.58% ตามด้วย ผู้ใช้งานทั่วไป 13.12% สื่อ สำนักข่าว 3.30% โดยแพลตฟอร์ม X มีสัดส่วนการมีส่วนร่วมสูงที่สุด 41.61% ตามด้วย TikTok 37.10% Instagram 16.62% Facebook 4.19% และ YouTube 0.48% 

อันดับที่ 9 กชเบล ศรัณย์รัชต์ คว้ารองอันดับ 1 Miss Grand International (35,918,747 Engagement)

กชเบล ศรัณย์รัชต์ เผือกพิพัฒน์ ตัวแทนจากจังหวัดภูเก็ต เจ้าของตำแหน่ง Miss Grand Thailand 2025 ได้คว้าตำแหน่งรองอันดับ 1 ในการประกวด Miss Grand International 2025 พร้อมกวาด 2 รางวัลสำคัญ ทั้งชุดประจำชาติยอดเยี่ยม และชุดว่ายน้ำยอดเยี่ยม ซึ่งในปีนี้มีการจัดการประกวดที่ MGI Hall ศูนย์การค้า  Bravo BKK เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2568

จากข้อมูลพบว่า โพสต์ส่วนใหญ่เน้นการแสดงความยินดี การเล่าบรรยากาศในช่วงประกวด โดยเฉพาะกิจกรรมบนเวที และความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมกองประกวด ตัวอย่างบัญชีที่มียอด Engagement สูง เช่น บัญชี gotchabell  (TikTok) ที่โพสต์แสดงความรู้สึกภาคภูมิใจในความสำเร็จ บัญชี sparkupdate (TikTok) ที่เน้นการรายงานข่าวการประกวด บัญชี Davinclinic ดวินคลินิก (Facebook) ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักที่โพสต์แสดงความยินดีกับตำแหน่งที่ได้รับ เป็นต้น

ในส่วนของผู้สื่อสาร พบว่า ผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ สามารถสร้างการมีส่วนร่วมในประเด็นดังกล่าวได้สูงที่สุดที่ 90.85% ตามด้วยผู้ใช้งานทั่วไป 7.55% สื่อ สำนักข่าว 1.56% และ แบรนด์ 0.04% โดยแพลตฟอร์ม TikTok สัดส่วนการมีส่วนร่วมสูงที่สุด 75.48% ตามด้วย Facebook 13.98% Instagram 9.09% YouTube 0.73% และ X 0.72%

อันดับที่ 10 คอนเสิร์ต Blackpink Deadline in Bangkok (33,076,057 Engagement)

“BLACKPINK WORLD TOUR <DEADLINE> IN BANGKOK” คอนเสิร์ตเวิลด์ทัวร์ครั้งใหญ่ของวง Blackpink ไอดอลเกิร์ลกรุ๊ป จัดขึ้นที่ราชมังคลากีฬาสถาน กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 24-26 ตุลาคม 2568 บรรยากาศเป็นไปด้วยความสนุกสนาน มีแฟน ๆ “บลิงค์” เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก แต่หลังจัดคอนเสิร์ตได้ 1 วัน เกิดเหตุการณ์สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงสวรรคต ทำให้ผู้จัดคอนเสิร์ตต้องปรับรูปแบบการจัดงาน และขอความร่วมมือให้ผู้เข้าชมสวมใส่เสื้อผ้าสีดำหรือสีขาว เพื่อเป็นการแสดงความไว้อาลัย

จากข้อมูลพบว่า โพสต์ส่วนใหญ่เน้นการพูดถึงบรรยากาศ และความประทับใจจากการเข้าร่วมคอนเสิร์ต รวมถึงการแสดงของสมาชิกในวง ตัวอย่างบัญชีที่ที่มียอด Engagement สูง เช่น aonsomrutai (TikTok) ที่โพสต์ข้อความแสดงความรักและความประทับใจต่อการแสดง บัญชี amnotlion (TikTok) ที่เน้นการเล่าประสบการณ์พิเศษ บัญชีสื่ออย่าง THE STANDARD POP (Facebook) จะเน้นการนำเสนอเรื่องราวเบื้องหลังที่น่าสนใจ เช่น ม้าม่วง หรือหนุ่ม สิทธิ์เดช ที่แต่งกายเป็น Rose’ จนโด่งดังไปไกลถึงเกาหลีใต้ เป็นต้น นอกจากนี้หลังจัดคอนเสิร์ตได้ 1 วัน เกิดเหตุการณ์สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงสวรรคต ทำให้มีการแบ่งปันภาพการยืนสงบนิ่งถวายความอาลัยในคอนเสิร์ต จากบัญชีของ rto_the_vv (TikTok) ซึ่งเป็นโพสต์ที่ถูกพูดถึงอย่างมากบนสื่อสังคมออนไลน์

 

ในส่วนของผู้สื่อสาร พบว่า ผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ สามารถสร้างการมีส่วนร่วมในประเด็นดังกล่าวได้สูงที่สุดที่ 84.26% ตามด้วยผู้ใช้งานทั่วไป 14.45% สื่อ สำนักข่าว 1.29% โดยแพลตฟอร์ม TikTok สัดส่วนการมีส่วนร่วมสูงที่สุด 56.71% ตามด้วย X 20.28% Instagram 15.39% Facebook 7.59% และ YouTube 0.03%

ประเด็นสาธารณะอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

นอกจากประเด็นที่ได้รับความสนใจสูงสุด 10 อันดับแรกแล้ว ในเดือนตุลาคมยังมีประเด็นสาธารณะอื่นที่น่าสนใจ และติดอยู่ในอันดับ 11-20  อีก 1 ประเด็น ได้แก่ โครงการคนละครึ่งพลัส โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

โครงการคนละครึ่งพลัส (27,085,206 Engagement)

โครงการ “คนละครึ่งพลัส” เป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ต่อยอดมาจากโครงการ “คนละครึ่ง” เดิม มีวัตถุประสงค์เพื่อลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน และกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ เปิดให้ประชาชนทั่วไปลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิร่วมจ่ายกับภาครัฐ ซึ่งประชาชนให้การตอบรับกับโครงการนี้เป็นจำนวนมาก โดยภาครัฐประกาศให้ประชาชนเริ่มลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 20 – 26 ตุลาคม 2568 และเริ่มใช้งานวันแรก 29 ตุลาคม 2568  

จากข้อมูลพบว่า โพสต์ส่วนใหญ่เน้นการให้ข้อมูล คำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนการลงทะเบียน และวิธีการใช้งาน ปัญหาการลงทะเบียน เช่น คุณสมบัติผู้ลงทะเบียน การใช้แอพลิเคชั่น เป็นต้น ตัวอย่างบัญชีที่มียอด Engagement สูง เช่น บัญชีอนุวัต จัดให้ (Facebook) ซึ่งโพสต์อย่างต่อเนื่องในเรื่องนี้ ตั้งแต่การให้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับโครงการ ช่วงเวลาลงทะเบียน ไปจนถึงวิธีการใช้งานหลังได้รับสิทธิ บัญชี yokanakorn (TikTok) ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ และความพร้อมของแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” บัญชี veerayatainam (Facebook) ที่สะท้อนปัญหาของผู้สูงอายุในการเข้าถึงสิทธิเนื่องจากข้อจำกัดด้านอุปกรณ์ เป็นต้น

ในส่วนของผู้สื่อสาร พบว่า ผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ สามารถสร้างการมีส่วนร่วมในประเด็นดังกล่าวได้สูงที่สุดที่ 76.62% ตามด้วยสื่อ สำนักข่าว 19.14% ผู้ใช้งานทั่วไป 3.87% อื่น ๆ อีก 0.37 % โดยแพลตฟอร์ม TikTok สัดส่วนการมีส่วนร่วมสูงที่สุด 51.20% ตามด้วย Facebook 42.11% Instagram 3.90% YouTube 1.56% และ X 1.23%

Loading

แชร์ลิงก์
Facebook
LinkedIn
X
Threads

บทความล่าสุด

การค้นหา

บทความล่าสุด :

นายปราโมทย์ บุญนำสุข

รองผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

  • ปริญญาตรี การบริหาร และการจัดการ สาขา การตลาด มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญบริหารธุรกิจ
  • ปริญญาโท การบริหาร และการจัดการวิทศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญบริหารธุรกิจ
  • ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายยุทธศาสตร์ และวิจัย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
  • หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ธุรกิจใหม่ บริษัทไทยคม จำกัด มหาชน
  • ผู้จัดการทั่วไป บริษัทไทย แอดวานซ์ อินโนเวชั่น จำกัด
  • ผู้จัดการฝ่ายการตลาดบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านดาวเทียม บริษัทไทยคม จำกัด มหาชน
  • ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ซีเอสล็อกอินโฟร์ จำกัด มหาชน

ดร. ชำนาญ งามมณีอุดม

รองผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

  • ปริญญาตรี การจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค)
  • ปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจ (การตลาด) มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค)
  • ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาบริหารธุรกิจ (Commerce) Magadh University, India
  • คณะกรรมการประจำคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • ตัวแทนประเทศไทยในการเข้าร่วมเป็นวิทยากร การประชุม และเจรจาระหว่างประเทศ
  • กรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติ องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2564
  • ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการจัดตั้งหน่วยงานเพื่อบริหารการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดเล็ก และขนาดย่อย สภานิติบัญญัติแห่งชาติ
  • นักวิชาการประจำคณะกรรมาธิการพาณิชย์ และทรัพย์สินทางปัญญา
  • ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการเขตเศรษฐกิจพิเศษ กรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน
  • หัวหน้าภาควิชาการจัดการธุรกิจโลก (Global Business Management)
  • หัวหน้าศูนย์พัฒนาสมรรถนะทรัพยากรมนุษย์ วิทยาลัยพาณิชยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
  • อาจารย์ ผู้สอน และกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ในระดับปริญญาโท และปริญญาเอก หลายมหาวิทยาลัย อาทิ มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยศรีปทุม เป็นต้น
  • ที่ปรึกษาด้านการจัดทำแผนแม่บท ด้านธุรกิจระหว่างประเทศ ด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม

ดร.ธนกร ศรีสุขใส

ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

  • นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (พัฒนาสังคม) คณะพัฒนาสังคม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
  • ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (เศรษฐศาสตร์การเมือง) คณะเศรษฐศาสตร์
  • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (สื่อสารมวลชน)
    คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ สมัยที่ 2
  • คณะกรรมการประจำคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • อนุกรรมการพิจารณาอนุญาตด้านกิจการกระจายเสียง สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.)
  • ผู้ปฏิบัติงานประจำ กสทช. พลโท ดร.พีระพงษ์ มานะกิจ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.)
  • อนุกรรมการเรียกคืนคลื่นความถี่และเยียวยาคลื่นความถี่ 700 MHz สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.)
  • อนุกรรมการพิจารณาอนุญาตด้านกิจการโทรทัศน์ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.)
  • อนุกรรมการส่งเสริมการกำกับดูแลกันเองของผู้ประกอบกิจการด้านการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.)
  • อนุกรรมการกำหนดลักษณะและประเภทของการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.)
  • ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี (TITV) ก่อนเปลี่ยนผ่านเป็น Thai PBS สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
  • ผู้บริหารและผู้ดำเนินรายการกลุ่มบริษัท สำนักข่าว  INN
  • หัวหน้าคณะทำงานโครงการประชาสัมพันธ์เชิงรุกในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย
  • อบรมหลักสูตร นักบริหารการเงินการคลังภาครัฐ (บงส.) รุ่นที่ 9
  • เป็นผู้แทนสำนักงาน กสทช. ร่วมคณะกับกระทรวงการต่างประเทศศึกษาแนวทางการต่อต้านแนวคิดสุดโต่งที่นิยมความรุนแรงและการสร้างเรื่องเล่าโต้ตอบ (Counter-Narratives) ณ ประเทศสหรัฐอาหรับอิมิเรตส์ ระหว่างวันที่ 30 กันยายน- 3 ตุลาคม 2561
  • อบรมหลักสูตร Boardcast and Content Regulation จัดโดยสำนักงาน กสทช. ร่วมกับ Thomson Foundation ประเทศสหราชอาณาจักร และ intitute for Defense & Business ประเทศสหรัฐอเมริกา

ร้อยโท ดร.ธนกฤษฏ์ เอกโยคยะ

รองผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

  • ปริญญาตรี (นบ.) คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
  • ปริญญาโท (Master of Laws) จาก The University of Auckland ประเทศนิวซีแลนด์
  • ปริญญาเอก (Doctor of Philosophy) ด้านกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและเทคโนโลยีสารสนเทศ จาก The University of Southampton ประเทศอังกฤษ
  • อุปนายกสมาคมนักเรียนทุนรัฐบาลไทย
  • รักษาการผู้อำนวยการสำนักเครื่องหมายการค้า
  • หัวหน้ากลุ่มงานจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศ
  • หัวหน้ากลุ่มงานความร่วมมืออาเซียน เอเปค และจีน ณ กรมทรัพย์สินทางปัญญา
  • เข้าร่วมคณะทำงานเจรจา FTA ไทย-อินเดีย และ WTO ขณะดำรงตำแหน่งนักวิชาการพาณิชย์ ณ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
  • ดำรงตำแหน่งอัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายการพาณิชย์ ณ กรุงบรัสเซลส์
  • รับผิดชอบการจัดตั้งบริษัทลูกของ AOT เพื่อดำเนินการด้านการขนส่งสินค้าเน่าเสียง่ายผ่านช่องทางพิเศษ
  • อาจารย์พิเศษและกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกหลายมหาวิทยาลัย อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และ มหาวิทยาลัยศรีปทุม เป็นต้น

ดร. ชำนาญ งามมณีอุดม

รองผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

  • ปริญญาตรี การจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค)
  • ปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจ (การตลาด) มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค)
  • ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาบริหารธุรกิจ (Commerce) Magadh University, India
  • คณะกรรมการประจำคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • ตัวแทนประเทศไทยในการเข้าร่วมเป็นวิทยากร การประชุม และเจรจาระหว่างประเทศ
  • กรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติ องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2564
  • ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการจัดตั้งหน่วยงานเพื่อบริหารการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดเล็ก และขนาดย่อย สภานิติบัญญัติแห่งชาติ
  • นักวิชาการประจำคณะกรรมาธิการพาณิชย์ และทรัพย์สินทางปัญญา
  • ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการเขตเศรษฐกิจพิเศษ กรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน
  • หัวหน้าภาควิชาการจัดการธุรกิจโลก (Global Business Management)
  • หัวหน้าศูนย์พัฒนาสมรรถนะทรัพยากรมนุษย์ วิทยาลัยพาณิชยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
  • อาจารย์ ผู้สอน และกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ในระดับปริญญาโท และปริญญาเอก หลายมหาวิทยาลัย อาทิ มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยศรีปทุม เป็นต้น
  • ที่ปรึกษาด้านการจัดทำแผนแม่บท ด้านธุรกิจระหว่างประเทศ ด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม

ดร.ธนกร ศรีสุขใส

ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

  • นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (พัฒนาสังคม) คณะพัฒนาสังคม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
  • ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (เศรษฐศาสตร์การเมือง) คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (สื่อสารมวลชน) คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ สมัยที่ 2
  • คณะกรรมการประจำคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • อนุกรรมการพิจารณาอนุญาตด้านกิจการกระจายเสียง สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.)
  • ผู้ปฏิบัติงานประจำ กสทช. พลโท ดร.พีระพงษ์ มานะกิจ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.)
  • อนุกรรมการเรียกคืนคลื่นความถี่และเยียวยาคลื่นความถี่ 700 MHz สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.)
  • อนุกรรมการพิจารณาอนุญาตด้านกิจการโทรทัศน์ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.)
  • อนุกรรมการส่งเสริมการกำกับดูแลกันเองของผู้ประกอบกิจการด้านการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.)
  • อนุกรรมการกำหนดลักษณะและประเภทของการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.)
  • ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี (TITV) ก่อนเปลี่ยนผ่านเป็น Thai PBS สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
  • ผู้บริหารและผู้ดำเนินรายการกลุ่มบริษัท สำนักข่าว  INN
  • หัวหน้าคณะทำงานโครงการประชาสัมพันธ์เชิงรุกในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย
  • อบรมหลักสูตร นักบริหารการเงินการคลังภาครัฐ (บงส.) รุ่นที่ 9
  • เป็นผู้แทนสำนักงาน กสทช. ร่วมคณะกับกระทรวงการต่างประเทศศึกษาแนวทางการต่อต้านแนวคิดสุดโต่งที่นิยมความรุนแรงและการสร้างเรื่องเล่าโต้ตอบ (Counter-Narratives) ณ ประเทศสหรัฐอาหรับอิมิเรตส์ ระหว่างวันที่ 30 กันยายน- 3 ตุลาคม 2561
  • อบรมหลักสูตร Boardcast and Content Regulation จัดโดยสำนักงาน กสทช. ร่วมกับ Thomson Foundation ประเทศสหราชอาณาจักร และ intitute for Defense & Business ประเทศสหรัฐอเมริกา