สังคมประกอบไปด้วยการอยู่ร่วมกันของคนหลายเจเนอเรชั่น แต่ละช่วงวัยเติบโตจากสถานการณ์แวดล้อมที่ทำให้มีประสบการณ์ชีวิตแตกต่างกัน แล้วเราจะอยู่ด้วยกันอย่างไรให้เข้าใจกัน ทั้งในมิติสื่อและความสัมพันธ์
เข้าใจแนวคิดเจเนอเรชั่นจากหลายมุมมอง
ในแต่ละเจเนอเรชั่น (เจน) มีองค์ประกอบที่แตกต่างกันอย่างมาก สถานการณ์ในช่วงของการเติบโตก็มีความหลากหลาย ตั้งแต่เจเนอเรชั่นเบบี้บูมเมอร์ (babyboomer) ซึ่งเป็นวัยผู้สูงอายุ เจเนอเรชั่นเอ็กซ์ (x) วาย (y) ซี (แซด, z) และปัจจุบันที่พูดถึงกันมากคือเจนซี เจนอัลฟ่า (alpha) และ เจนเบต้า (beta) โดยเจเนอเรชั่นล่าสุดนั้นเพิ่งมีมาเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2568 จึงนับเป็นช่วงเวลาท้าทายที่สังคมต้องเรียนรู้ไปด้วยกัน โดยการเรียนรู้นั้น ไม่ควรใช้เรื่องอายุมาเป็นตัวแบ่งแยกจัดกลุ่มจนกลายเป็นอคติจากการแบ่งแยกกีดกัน เพราะทุกวัยต่างมีองค์ประกอบที่ต้องพึ่งพาเป็นห่วงโซ่ซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่สังคมกำลังเติบโตไปพร้อมกับโลกดิจิทัล ที่เริ่มมาตั้งแต่ยุคของเจเนอเรชั่นซีที่มีอินเทอร์เน็ต ต่อด้วยเจนอัลฟ่าที่เป็นดิจิทัลเนทีฟ (digital native) และเจนเบต้าที่เป็นโลกเอไออย่างทุกวันนี้ แต่ละเจเนอเรชั่นที่เกิดมาท่ามกลางเทคโนโลยีที่แตกต่าง จึงจำเป็นต้องรู้เท่าทันกันและกัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้เพื่ออยู่ร่วมกันในสังคม
ในด้านการเท่าทันสื่อ อาจเป็นการยากที่จะบอกว่าเจเนอเรชั่นไหนมีทักษะการเท่าทันสื่อมากกว่า เพราะขึ้นอยู่กับบริบทของสื่อ ประสบการณ์การใช้ชีวิต ข้อมูลแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง ฯลฯ ในขณะที่มิจฉาชีพก็มีการพัฒนาตัวเอง ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการหลอกลวงที่แนบเนียนมากขึ้น ดังนั้นความฉลาดทางการเท่าทันสื่อจะต้องมาพร้อมกับความเฉลียว ในการที่จะต้อง ‘เอ๊ะ’ กับหลายๆ เรื่องรอบตัวและรู้จักตั้งคำถามกับสิ่งที่ไม่ชอบมาพากล
ลดช่องว่างของเจเนอเรชั่นผ่านความเข้าใจเรื่องวัยและเทคโนโลยี
สัมพันธภาพในครอบครัวเป็นเครื่องมือแก้ปัญหาช่องว่างระหว่างวัยที่ดีในการป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากความไม่เข้าใจระหว่างเจเนอเรชั่น เช่น เจนเอ็กซ์เป็นกลุ่มวัยที่ต้องสื่อสารกับทั้งวัยเด็กและวัยสูงอายุ เป็นเสมือนคนตรงกลาง หรือที่เรียกว่า sandwich generation ในการสื่อสารให้เกิดความเข้าใจ เป็นคนที่ช่วยเชื่อมช่องว่าง ทั้งรุ่นพ่อแม่ และรุ่นเด็ก ให้เข้าใจว่าแต่ละเจเนอเรชั่นเติบโตขึ้นมาจากสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน ยิ่งภายหลังจากการเกิดขึ้นของเจนเบต้า อันเป็นปัจจัยหลักที่กำลังบอกว่าโลกนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ทุกอย่างกำลังขับเคลื่อนด้วยสื่อ ด้วยความเร็ว สำหรับยุคใหม่คือการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด ระบบดิจิทัลและเอไอเข้ามาอย่างรวดเร็ว จากที่เคยพูดกันว่าดิจิทัล disrupt ปัจจุบันมันก็ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนที่ยากจะปฏิเสธ จนกลายเป็นปัญหาที่เกิดขึ้น เมื่อสังคมไม่แน่ใจว่าจะรับมือกับความเปลี่ยนแปลงอย่างไร
เจเนอเรชั่นเบต้าอยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรง นำมาซึ่งความกังวลของผู้ใหญ่ว่าจะสามารถแยกโลกเสมือนออกจากโลกจริงได้หรือไม่ ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการเตรียมความพร้อมให้กับเด็ก ให้รู้เท่าทันสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยให้ความสำคัญในการปลูกฝังทักษะตั้งแต่ในครรภ์ แรกเกิดไปจนถึงหกขวบปีแรกของชีวิต เป็นโจทย์ท้าทายว่าสังคมจะหล่อหลอมเด็กอย่างไร เพื่อให้เรียนรู้ทักษะของความเป็นมนุษย์ รวมถึงเข้าใจอารมณ์และความรู้สึก แววตา ความจริงใจ อ้อมกอด สัมผัสแบบมนุษย์ที่เอไอไม่มีวันเข้าใจ ทักษะของความเป็นมนุษย์จะทำให้เด็กกลับไปมาระหว่างโลกเสมือนและโลกจริงได้อย่างปลอดภัย และในวัยผู้ใหญ่ ทักษะเหล่านี้จะช่วยให้หาสมดุลได้ระหว่างชีวิต ความเป็นมนุษย์ และเทคโนโลยี
แต่ละเจเนอเรชั่นกับเรื่องที่ต้องเท่าทัน
หากพิจารณาดูตามเจเนอเรชั่นจะเห็นได้ว่ามีเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจแตกต่างกัน ซึ่งจะส่งผลต่อความอ่อนไหวในระดับของการเท่าทันสื่อ
- เบบี้บูมเมอร์ ให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพเป็นหลัก มักถูกหลอกให้กดลิงค์ โอนเงิน ซื้อของจำนวนมากจากมิจฉาชีพ ซึ่งมีทั้งกลุ่มที่ซื้อเองและให้ลูกหลานซื้อให้
- เจนเอ็กซ์ เป็นช่วงรอยต่อใกล้เกษียณ จะถูกหลอกมากเรื่องการลงทุน เรื่องการได้เงินจากการเกษียณ ซึ่งมิจฉาชีพมักมีข้อมูลว่าคนวัยนี้จะได้เงินพิเศษอะไรบ้าง โอกาสในการตกหลุมพรางจึงมีอยู่
- เจนวาย มักเกี่ยวข้องกับเรื่องตกหลุมรัก หลอกให้รัก หลอกให้โอนจากชาวต่างชาติ เป็นช่วงวัยที่อยากเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ประเด็นนี้จึงเป็นเหมือนแบบแผนของการถูกหลอกสำหรับเจเนอเรชั่นนี้
- เจนซี สิ่งที่อ่อนไหวมักเป็นเรื่องเกี่ยวกับการซื้อของ มักมาจากโลกดิจิทัล บางทีมาจากเพื่อน จากการซื้อของออนไลน์ รวมถึงเรื่องการกลั่นแกล้งออนไลน์ที่มีลักษณะเฉพาะกลุ่ม
- เจนอัลฟ่า เกี่ยวข้องกับเรื่องการกลั่นแกล้งออนไลน์ (bully) ถ้อยคำที่ก่อให้เกิดความเกลียดชัง (hate speech) รวมไปถึงปัญหาเรื่องวิกฤตอัตลักษณ์ (identity crisis) ทำให้เกิดความสับสนระหว่างความเป็นตัวเอง ภาพลักษณ์ ความจริง ความปลอม ฯลฯ
จุดเด่นของแต่ละเจนที่จะร่วมสร้างสังคมคุณภาพ
- เจนเบบี้บูมเมอร์ สิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือการใช้ความลำบากในการขับเคลื่อนชีวิต มีเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจน สู้ชีวิตและไม่ย่อท้อต่อปัญหา
- เจนเอ็กซ์ มีลักษณะซึมซับบทเรียนจากเบบี้บูมเมอร์ แล้วสร้างแรงบันดาลใจใหม่ด้วยตัวเอง เป็นเจนที่ต้องการหาแรงบันดาลใจเพื่อไปข้างหน้า
- เจนวาย เป็นรอยต่อของยุคสมัย เป็นจุดเริ่มต้นของเจนอื่นๆ ที่เข้าสู่เทคโนโลยีต่อไป ไม่ได้มองรูปแบบความสำเร็จเหมือนที่ผ่านมา แต่มีรูปแบบการใช้ชีวิตเป็นของตัวเอง
- เจนซี จะมีอัตลักษณ์ชัดเป็นของตนเองและมีความพยายามสร้างอัตลักษณ์ รักเสรีภาพ ไม่ชอบการถูกบังคับ
- เจนอัลฟ่า เติบโตขึ้นมาท่ามกลางความขัดแย้งที่สูงมากในสังคมไทย เจอสภาพแวดล้อมที่จัดการได้ยากทั้งเรื่องโลกร้อน ปัญหาสงคราม ความขัดแย้งทางการเมือง สังคมจึงต้องเปิดโอกาสให้เจนนี้ได้คิดได้แสดงออก
- เจนเบต้า เติบโตขึ้นมาท่ามกลางความคาดหวังที่สูงมากจากสังคมที่อัตราการเกิดน้อย โครงสร้างประชากรมีความผันผวน เจนนี้จึงถูกจับตาและถูกคาดหวังในขณะที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันในอนาคต
ทั้งหมดนี้คือความเข้าใจเรื่องความแตกต่างของช่วงวัย การมีความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกันที่จะนำมาซึ่งสติและการตั้งรับกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและสื่อได้อย่างมีคุณภาพ การเรียนรู้ ปรับตัว สร้างสมดุล สร้างภูมิต้านทาน จึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับทุกเจเนอเรชั่นเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ในสังคมจากนี้เป็นต้นไป
………………………………………………………………..
สรุปข้อมูลจากโครงการผลิตสื่อวิดีโอพอดแคสต์เชิงวิชาการ ‘มีเดียมีเรื่อง’ เพื่อขับเคลื่อนการสื่อสารสาธารณะเรื่องทักษะการรู้เท่าทันสื่อสารสนเทศและสื่อดิจิทัล (MIDL) โดย Media Alert กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับกลุ่มวิชาวารสารศาสตร์ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน EP3 เจเนอเรชั่นทันสื่อ โดยดร.สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน ที่ปรึกษาประจำ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน และอดีตผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษา คณะกรรมการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และสาธิต สูติปัญญา (สื่อมวลชน)
![]()