ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องสำคัญต่อการรับรู้ของคนทั่วโลก แต่มีข้อสังเกตว่าสังคมไทยอาจรับรู้ปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่องโลกร้อนจากมุมมองของชนชั้นกลางที่ได้รับผลกระทบเป็นส่วนใหญ่ ทั้งที่ปัญหาสิ่งแวดล้อมส่งผลต่อทุกคน จากโจทย์นี้เราจะผลักดันให้สื่อขยับการรายงานประเด็นสิ่งแวดล้อมให้ครอบคลุมและนำไปสู่การสร้างจิตสำนึกของสังคมด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้อย่างไร
พัฒนาการของการนำเสนอประเด็นสิ่งแวดล้อมในสังคมไทย
เนื้อหาข่าวสิ่งแวดล้อมในระยะ 20-30 ปี มานี้ มักเป็นเรื่องการแย่งชิงทรัพยากรจากคนท้องถิ่น การขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ เช่น นิคมอุตสาหกรรม การสร้างเขื่อน การสร้างเหมืองแร่ ในหากมองประเด็นสิ่งแวดล้อมในระยะใกล้ 10-15 ปี นี้ ก็มีประเด็นสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ เช่น คาร์บอนเครดิต ปัญหา PM 2.5 ซึ่งมีมานานแล้วที่เชียงใหม่ แต่ด้วยความรู้ที่มากขึ้น เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น ก็ทำให้มีข้อมูลมากขึ้น รวมถึงประเด็นโลกร้อนที่พูดกันมานาน แต่ ณ วันนี้มนุษย์ได้รับผลกระทบที่ชัดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโลกรวน โลกเดือด ข่าวสิ่งแวดล้อมที่เป็นการนำเสนอปัญหาที่เกิดขึ้นในระยะยาว ไม่เห็นผลทันที จึงต้องอาศัยการให้ความสำคัญในการรายงานอย่างต่อเนื่อง
ข่าวสิ่งแวดล้อมในประเทศไทยนับว่าเป็นประเด็นปัญหาที่ซับซ้อนและอาจเชื่อมโยงกับผลประโยชน์ในการทำงานของระบบทุน สื่อมวลชนจำเป็นต้องหาข้อมูลให้มาก เมื่อเทียบกับอื่นแล้ว ความท้าทายจะต่างกันออกไป สำหรับประเทศเพื่อนบ้าน ผู้สื่อข่าวอาจมีข้อจำกัดเรื่องการนำเสนอผลกระทบแบบตรงไปตรงมา แต่เมื่อเทียบกับทางยุโรปหรืออเมริกา สื่อมวลชนก็ถูกกดดันด้านการนำเสนอข้อมูลที่น้อยกว่า
ประเทศไทยควรต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการรายงานเรื่องสิ่งแวดล้อมไม่ได้เป็นข่าวที่ทำเงินให้กับบริษัทได้เมื่อเทียบกับประเด็นอื่น ในทางกลับกันเป็นข่าวที่มีโอกาสให้แหล่งทุนหรือสปอนเซอร์ถอนตัวจากการสนับสนุนด้วยซ้ำหากการตีแผ่ปัญหาที่เกิดขึ้นมีผลกระทบต่อองค์กรที่สนับสนุน
ประเด็นสิ่งแวดล้อมแบบใดที่คนไทยต้องทำความเข้าใจ
ปัญหาสิ่งแวดล้อมหลายๆ เรื่องมีความซับซ้อนสูง เช่น ปัญหาปลาหมอคางดำที่แพร่พันธุ์ไปยังแหล่งน้ำและเป็นชนิดการแพร่พันธุ์จากต่างถิ่นที่รุกราน คือมีการคุกคามสัตว์น้ำท้องถิ่น ทำให้ลดจำนวนลง ประเด็นนี้ทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม เรื่องนี้มีการนำเสนออย่างหลากหลาย และทำให้เห็นความเชื่อมโยงกับข่าวอื่นๆ เช่น มุมเศรษฐกิจ มุมทุน ซึ่งสังคมก็กำลังจ้องมองอยู่ว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร สื่อเองนำเสนอเรื่องนี้ทั้งเรื่องของการลดจำนวนปลา คือการจับมาทำลาย รวมทั้งการนำปลาหมอคางดำมาทำอาหาร มีการเชิญเชฟชื่อดังมาแนะนำ ซึ่งการนำเสนอข่าวในมุมนี้จำเป็นต้องตั้งคำถามด้วยว่าเป็นการเบี่ยงเบนประเด็นหรือไม่ และใครเป็นคนที่ทำให้เกิดการนำเสนอในรูปแบบนี้ นับเป็นหน้าที่สื่อมวลชนในการค้นหาข้อมูลและนำเสนอรายงานที่ตรงกับข้อเท็จจริง ส่วนประเด็นคาร์บอนเครดิต จะมีการนำเสนอที่แตกต่างกันระหว่างกลุ่มสนับสนุนที่ผลักดันให้เกิดการนำมาใช้ เช่น ธุรกิจเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยตรง ซึ่งมีส่วนได้ส่วนเสียอยู่
เทรนด์ประเด็นสิ่งแวดล้อมก็เป็นอีกเรื่องที่สังคมควรรู้ เช่น ปลายปีจะนำเสนอปัญหาเรื่อง PM 2.5 ปัญหาน้ำท่วมช่วงฤดูฝน ซึ่งในมุมสื่อก็สามารถเตรียมการได้ อีกแบบหนึ่งคือการมีองค์กรต่างประเทศมาสนับสนุนทุนในการทำข่าว โดยองค์กรเหล่านี้อาจมีแนวคิดหรือวาระในแต่ละช่วง เช่น องค์กรที่ทำเรื่องเด็กและเยาวชนก็อาจให้ทุนในการทำข้อมูลเรื่องโรคร้อนที่เกี่ยวกับเด็กและเยาวชน แล้วก็เผยแพร่ในเวลาไล่เลี่ยกัน ลักษณะนี้คือข้อมูลไปตามทุนที่ได้รับ นอกจากนี้ก็มมีเรื่องรูปแบบการลงพื้นที่ เช่น ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อมพาสื่อมวลชนลงพื้นที่ที่มีประเด็นเกี่ยวข้องอยู่ในแต่ละช่วงเวลา รวมถึงการนำเสนอข่าวในลักษณะการเบี่ยงประเด็นไปเนื้อหาอื่นๆ แทนที่จะเกาะติดกับวิธีการแก้ไขปัญหาหรือมุมมองกฎหมายโดยตรงเพื่อลดโทนความรุนแรงของประเด็นปัญหา เช่น กรณีของปลาหมอคางดำ และเรื่อง PM 2.5
ผู้เสพสื่อกับการยืนระยะความเข้าใจเรื่องสิ่งแวดล้อม
ความสนใจของคนแต่ละกลุ่มในสังคมไม่เหมือนกัน คำว่าข่าวสิ่งแวดล้อมของชาวบ้านพื้นที่ชายขอบ ชาติพันธุ์ ก็อาจแตกต่างจากข่าวสิ่งแวดล้อมของชนชั้นกลางในเมือง เช่น หากเป็นการรณรงค์เพื่อสร้างเขื่อน คนเมืองอาจรู้สึกอ่อนไหวว่าพื้นที่สร้างเขื่อนจะส่งผลกระทบต่อสัตว์ใกล้สูญพันธุ์หรือต้นไม้บริเวณนั้น เป็นเรื่องที่ต้องคัดค้าน แต่หากเป็นมุมมองของคนพื้นที่ ก็อาจมองไปที่ปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อตัวเองหรือครอบครัวโดยตรง เช่น หากน้ำท่วมจะต้องอพยพอย่างไร หรือไม่อยากให้ป่าสูญเสียจากมุมมองว่าป่าคือต้นทางของการใช้ชีวิต
Greenwashing หรือการฟอกเขียวก็เป็นประเด็นที่มีมานานแล้วเช่นกัน โดยหมายถึงการนำเสนอภาพลักษณ์ขององค์กรว่าใส่ใจปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่จริงๆ แล้วกลับใช้ทรัพยากรธรรมชาติจำนวนมาก เรื่องนี้เป็นข้อถกเถียงเสมอ ทั้งในมุมแนวคิดและทัศนคติ เพราะองค์กรก็มองว่าตรงนี้เป็นการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่สำหรับสื่อมวลชนก็ต้องตั้งคำถาม สืบค้น หาข้อมูล ตรวจสอบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร
สื่อสังคมออนไลน์กับการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม
สื่อสังคมออนไลน์ส่วนหนึ่งเปิดพื้นที่ให้ผู้คนเปิดประเด็นใหม่ๆ เรื่องสิ่งแวดล้อมโดยไม่ต้องรอสื่อหลักเหมือนสมัยก่อน โดยในยุคนี้ก็จะมาพร้อมกับเรื่องคลังข้อมูลมหาศาลหรือ Big Data ที่สามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ประโยชน์ได้ สำหรับผู้สื่อข่าวก็จะมีกลุ่ม Data Journalist ที่นำเสนอข่าวจากเทคโนโลยีข้อมูลเหล่านั้น เป็นการใช้สื่อออนไลน์เพื่อนำเสนอข้อมูลมากขึ้น
ข่าวสิ่งแวดล้อมต้องมาจากการลงพื้นที่รายงานข่าว เป็นเรื่องสำคัญที่ทำให้เห็นข้อเท็จจริงและเปิดประสาทสัมผัสทุกด้านในการเก็บข้อมูลนอกเหนือจากที่เห็นและทำให้ข่าวนั้นรอบด้านมากขึ้น ขณะเดียวกัน ถึงแม้ผู้สื่อข่าวจะมีข้อจำกัดในการนำเสนอข่าว แต่ก็ควรหาทางดันเพดานการนำเสนอของตัวเองให้สูงขึ้น โดยเฉพาะข่าวสำคัญที่มีส่งผลกระทบต่อคนส่วนใหญ่ รวมทั้งหมั่นตรวจสอบอคติของตัวเองอยู่เสมอเพื่อให้การรายงานที่ออกมาถูกต้องตามหลักการและรอบด้าน
ประชาชนทุกคนมีส่วนสำคัญในการลดโลกร้อนและดูแลสิ่งแวดล้อมได้ โดยการเห็นความสำคัญของปัญหา และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมหรือนโยบายที่จะดูแลสิ่งแวดล้อมในอนาคต แต่ต้องร่วมมือกันและทำอย่างต่อเนื่อง
………………………………………………………………..
สรุปข้อมูลจากโครงการผลิตสื่อวิดีโอพอดแคสต์เชิงวิชาการ ‘มีเดียมีเรื่อง’ เพื่อขับเคลื่อนการสื่อสารสาธารณะเรื่องทักษะการรู้เท่าทันสื่อสารสนเทศและสื่อดิจิทัล (MIDL) โดย Media Alert กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับกลุ่มวิชาวารสารศาสตร์ คณะวารสารศาสตร์ EP7 เข้าใจโลกเดือด โลกร้อน แบบไม่ให้ชีวิตเดือดร้อน โดยคุณฐิติพันธ์ พัฒนมงคล กองบรรณาธิการสารคดี และคุณอนรรฆพร ลายวิเศษกุล สื่อมวลชนและศิษย์เก่าคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
![]()