เพื่อนสาว1 : แก พรุ่งนี้วันหยุด ไปหาอะไรกิน แล้วไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์กันไหม
เพื่อนสาว2 : ห๊า…หาอะไรอร่อยกินกันเนี่ย พอเข้าใจ แต่คิดยังไงอยากไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ ดูแก่ ล้าสมัย โบร่ำโบราณมาก
บทสนทนาของสองเพื่อนสาว เมื่อพูดถึงพิพิธภัณฑ์อาจจะใกล้เคียงกับอารมณ์ความรู้สึกของอีกหลายคน ที่มองว่าพิพิธภัณฑ์ในไทยที่มีมากมายกว่า 2,000 แห่ง เป็นแค่ที่รวมของเก่าและที่เที่ยวของคนแก่แต่กลายเป็นความสนใจและท้าทายของ ลักษณา จีระจันทร์ อดีตบรรณาธิการ ผู้แปลข่าวและนักเขียนบทสารคดีฝีมือดี ที่อยากจุดประกายให้ผู้คนหันมาสนใจเรื่องราวที่น่าสนใจมากมายในพิพิธภัณฑ์ไทยเหมือนในต่างประเทศ
“จุดตั้งต้นมีโจทย์ที่ต้องคิดให้แตกว่าจะทำอย่างไรให้คนหันมาสนใจเรื่องราวเหล่านี้ ก็เลยมองว่าโจทย์แรกที่คนไม่สนใจเพราะว่าเวลาเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ ไปดูของโบราณ ของเก่าที่มันตายไปแล้ว ถ้าเราสามารถดึงจุดทำให้คนรู้ว่าจริง ๆ แล้ว เรื่องราวเหล่านั้นมันยังมีอยู่ มันยังมีคุณค่ามีประโยชน์กับท้องถิ่นชุมชน หรือกับประเทศเรา กับคนรุ่นหลัง สะท้อนเรื่องราวเก่าๆเหล่านั้นให้มันออกมามีชีวิตได้ ก็เลยมองว่ามันเป็นได้ไหมว่า ถ้าเราเข้าไปในพิพิธภัณฑ์แล้วดึงเอาเรื่องเหล่านั้นมาค้นหา หรือสืบค้นต่อว่าวันนี้มันยังมีพื้นที่จริง ๆ ที่เรื่องราวเหล่านั้นยังอยู่หรือเปล่า มันก็เลยเป็นที่มาของ ‘นักสืบมิวเซียม’ เกิดขึ้นมา”
หลังสารคดี นักสืบมิวเซียม ซีซั่น 1 ซึ่งได้รับการสนับสนุนโครงการจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เน้นการสืบค้นต้นทางจากพิพิธภัณฑ์สู่การคงอยู่ในท้องถิ่นต่าง ๆ ผ่านพิธีกรมาดนุ่ม อย่างหนุ่ม สุวินิต ปัญจมะวัต ตัวแทนนักสืบมิวเซียม ภายใต้สโลแกน “ทุกการค้นพบของผมคือการค้นพบของคุณ” จากซีซั่น 1 ต่อเนื่องถึง ซีซั่น 2 ได้อย่างลงตัว และสร้างความประทับใจหลายเรื่องราวตั้งแต่ซีซั่น1 อย่าง พิณเปี๊ยะ เครื่องดนตรีล้านนาจากพิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนาเชียงใหม่ จากที่มีผู้เล่นเป็นเหลือแค่ 6 คน สู่การสืบค้นจนพบอาจารย์ที่สอนเด็ก ๆ ให้เล่นพิณเปี๊ยะได้กว่า100 คน
มาถึงนักสืบมิวเซียม ซีซั่น 2 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เรื่องเก่าที่ยังอยู่” สืบค้นต้นทางจากพิพิธภัณฑ์สู่ปลายทางของเรื่องในวิถีชีวิต อย่างตอน “ถ้วยก๋าไก่” ที่บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์เมืองลำปาง สู่การค้นหาที่มาของถ้วยก๋าไก่หรือชามตราไก่ หนึ่งในผลิตภัณฑ์บ่งชี้ทางภูมิศาสตร์และเอกลักษณ์ของลำปาง ก่อนสืบค้นย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นของชามตราไก่ เมื่อเกือบ 70 ปีก่อน ค่อย ๆ สืบเสาะความพิเศษและพัฒนาการของชามตราไก่ ตั้งแต่ยุคเฟื่องฟู ซบเซา จนกลับมาฟื้นตัวและก้าวสู่การพัฒนาชามตราไก่สู่อนาคต
หรือนักสืบมิวเซียม ซีซั่น 2 ตอนสินไซ วรรณคดีมีชีวิตแห่งแดนอีสาน ที่เปิดภาพด้วยความสวยงามชวนสงสัย จากประติมากรรมสินไซ สังข์ทอง และสีโห ตัวละครในวรรณคดีเรื่องสินไซ ที่ประดับอยู่บนเสาไฟเรียงรายตามถนนในเมืองขอนแก่น สู่การสืบค้นที่มาและเรื่องราวในวรรณคดี ไปจนถึงความเชื่อ เชื่อมไปถึงวิถีชีวิตชุมชนไปจนถึงการสืบทอดการอนุรักษ์สู่คนรุ่นใหม่ได้อย่างน่าสนใจ
รวมทั้งนักสืบมิวเซียมซีซั่น 2 ทั้ง 13 ตอน ทั้ง เมืองคนไต, ถิ่นโนราห์, เรือพญานาค, กินพืชเป็นยา, ทุเรียนนนท์ ราชาแห่งผลไม้, จากความเชื่อสู่เครื่องประดับและอีกหลายตอนที่ล้วนแต่น่าสนใจ มีการสืบค้นเรื่องราวได้อย่างสนุกสนาน ซึ่งเป็นงานที่ท้าทายสำหรับทีมงาน ทั้งการหาข้อมูล ถารถ่ายทำที่ต้องสัมพันธ์กับจังหวะของเทศกาลในแต่ละเรื่อง เพื่อให้ได้ภาพและเรื่องราวที่สมบูรณ์ที่สุด
นักสืบมิวเซียม ซีซั่น 2 ออนแอร์ทุกวันอาทิตย์ 18.00-18.30 น. ทาง ALTV ช่อง 4 ของไทยพีบีเอส ช่วงเดือน ต.ค.-ธ.ค.2567 และสามารถดูย้อนหลังได้ผ่านช่องทางออนไลน์ ALTV และ เฟซบุ๊กนักสืบมิวเซียม ซึ่งได้รับเสียงตอบรับจากผู้ชมมากมาย ที่บอกว่าชอบ ดูแล้วดี ดูแล้วได้ความรู้
“เราทำเพื่อเผยแพร่เรื่องของเขา แต่สิ่งที่เราได้ เราทำให้เขาเกิดกำลังใจ เกิดแรงบันดาลใจ ที่จะรักษาของที่เขามีอยู่ต่อไป เพราะเขารู้สึกว่าคนข้างนอกเห็นคุณค่าในสิ่งที่เขามี อันนี้คือผลตอบรับที่มันทำให้ของที่เราทำเนี่ย มันสามารถยืนยาว สืบสานต่อไปได้”
ลักษณา ทิ้งท้ายด้วยความภูมิใจในสารคดีชุดนี้ ที่ช่วยจุดประกายให้ผู้คนเห็นคุณค่าในการค้นหาประวัติศาตร์ วัฒนธรรมและวิถีชีวิตในอดีตกันมากขึ้น และหวังว่าหากมีผู้คนสนใจร่วมเป็นนักสืบมิวเซียมมากขึ้น จะช่วยกันสืบค้นเรื่องราวคุณค่าความเป็นไทย ที่ซ่อนตัวอยู่ในหลายพื้นที่ทั่วไทยได้มากขึ้นด้วย
ติดตามรับชมรายการย้อนหลังได้ที่ https://www.facebook.com/profile.php?id=61550253953284&locale=th_TH
![]()