“เอามือจับติ่งหู เตรียมตัว ระวัง 1 2 3 ปรี๊ด!”
ทันทีที่เสียงนกหวีดจากคุณครูดังขึ้น เด็ก ๆ ประถม ชั้นป.4-ป.6 ที่ล้อมวงกัน 4-6 คน เล่นบอร์ดเกม “คุณครู เพื่อนหนูเสี่ยง” ต่างหยิบการ์ดพฤติกรรมเสี่ยงที่เล็งไว้ ซึ่งมีทั้งการ์ดเด็กซ้อนมอเตอร์ไซค์ไม่สวมหมวกกันน็อก การเลือกหมวกกันน็อกที่ไม่ได้มาตรฐาน การกระโดดลงไปช่วยเพื่อนที่ตกน้ำ หรือภัยจากโลกออนไลน์ทั้งการทักขอเบอร์โทร ขอเลขบัตรประชาชน และสถานการณ์สมมุติต่าง ๆ ที่เป็นความเสี่ยงภัยของเด็ก ๆ ที่รวมไว้ในการ์ดทั้ง 72 ใบ โดยครูจะให้เด็กแต่ละคนอธิบายความเสี่ยงในการ์ดของตัวเอง หากอธิบายได้ถูกต้อง อย่างการ์ดเด็กซ้อนมอเตอร์ไซค์ไม่สวมหมวกกันน็อก “เนี่ยเด็กคนนี้ไม่ใส่หมวกกันน็อก ถ้าเกิดอุบัติเหตุ รถล้ม หัวเขาก็อาจจะฟาดพื้น เลือดออก ได้รับบาดเจ็บ” อธิบายชัดเจนแบบนี้ จะได้คะแนน 1 แต้ม หากอธิบายไม่ถูกจะไม่ได้แต้ม
หรือผู้เล่นในวงหากไม่เห็นด้วย เพราะมองว่าเพื่อนอธิบายผิด หรือคิดว่าอธิบายได้ดีกว่า สามารถยกมือขึ้นพร้อมพูดว่า “ขอ Challenge” ครูจะให้โอกาส หากอธิบายได้ดีกว่าจะได้เหรียญคะแนนไปแทน จากนั้นจึงแจกการ์ดรอบต่อไป เล่นตามกติกาเดิม จนไพ่หมดกอง หรือหมดเวลา แล้วจึงจะเปิดการ์ดภารกิจลับที่ผู้เล่นทุกคนจะได้รับแจกก่อนการเล่น ซึ่งจะเป็นการ์ดสีรูปทรงต่าง ๆ ทั้ง สามเหลี่ยม วงกลม หรือรูปนกสีฟ้า ซึ่งเป็นโลโก้ของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ หากมีสัญลักษณ์ตรงกับการ์ดความเสี่ยงที่ตอบถูก จะได้คะแนนเพิ่มอีก 1 คะแนน ผู้ที่ได้คะแนนสูงสุดเป็นผู้ชนะ ซึ่งคุณครูจะมีคำชม หรือรางวัลให้ กลายเป็นบอร์ดเกมส์ที่สร้างความสนุกสนานและให้เด็ก ๆ แถมได้เรียนรู้ถึงความเสี่ยงและภัยที่อยู่รอบตัวได้อย่างเข้าใจมากขึ้น
“พอมาปรับเป็นเกมการศึกษา จะทำยังไงให้เด็กสนุก มันเป็นหลุมดำของคนที่ทำเรื่องเชิงสังคม แล้วต้องทำบอร์ดเกมไปสร้างการเรียนรู้อะไรบางอย่าง ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ก็เลยตั้งโจทย์ว่าทำบอร์ดเกม แต่ต้องดูสนุกและง่ายสำหรับเด็กประถม คำถามคือ ถ้าจะต้องทำให้มันสนุก จะต้องทำยังไง เราก็ต้องนึกถึงลูกค้าหลักของเรา ก็คือเด็กที่จะมาเล่นบอร์ดเกม ก็เลยให้เขามามีส่วนร่วมในการออกแบบด้วย”
กรวิการ์ บุญตานนท์ มูลนิธิสร้างเสริมความปลอดภัยในเด็ก เล่าถึงความยากและโจทย์ที่ท้าทาย ในการออกแบบและผลิตบอร์ดเกมชุดนี้ขึ้น หลังเห็นปัญหาความปลอดภัยของเด็กประถมศึกษาตอนปลายของไทยที่อยู่บนความเสี่ยงภัยรอบด้าน ทั้งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ การจมน้ำ ถูกทำร้ายหรือการถูกบูลลี่ในโซเชียลมีเดีย จึงอยากสร้างทักษะให้เด็ก ๆ และคุณครูได้เรียนรู้ถึงความปลอดภัยในโรงเรียนได้อย่างสนุกสนาน
หลังได้รับการสนับสนุนโครงการจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ประเภทเปิดรับทั่วไป ปี 2566 ทีมงานเริ่มออกแบบบอร์ดเกม ที่เต็มไปด้วยสาระ แต่ต้องให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้อย่างเข้าใจและสนุกสนาน จึงจัดโฟกัสกรุ๊ปเด็กประถมปลาย จาก 7 โรงเรียน ทดสอบความรู้เรื่องความปลอดภัยและทักษะการเอาชีวิตรอด นำความรู้ที่ขาดไปหรือในประเด็นที่เด็ก ๆ มักเข้าใจผิด อย่างการวิ่งข้ามถนน หรือกระโดดไปช่วยเพื่อนที่จมน้ำ นำมาออกแบบการ์ดเกมทั้ง 72 ใบ ใช้เวลาพัฒนาและผลิตรวม 6เดือน ทดสอบกับกลุ่มเป้าหมายไม่ต่ำกว่า 5 รอบ จนได้รับเสียงตอบรับที่ดี
“สิ่งสำคัญของเกมนี้ ไม่ได้อยู่ที่คำชม หรือรางวัลที่ได้รับ แต่มันอยู่ที่ตอนจบเกม คุณครูจะทบทวนความรู้จากการเล่นเกม พฤติกรรมความเสี่ยงต่าง ๆ ถ้าเราไปเจอสถานการณ์แบบนี้
เด็ก ๆ จะทำยังไง สุดท้ายแล้ว เราอยากให้เด็กได้รู้จักความเสี่ยงและประเมินเป็น หลีกเลี่ยงความเสี่ยง สื่อสารขอความช่วยเหลือเป็นและเตือนเพื่อนได้ เหมือนที่เขาได้เคยอธิบายการ์ดพฤติกรรมเสี่ยงเมื่อตอนเล่นเกม”
และนี่คือเป้าหมายที่อยากให้เด็กได้เรียนรู้จากการเล่นบอร์ดเกม “คุณครู เพื่อนหนูเสี่ยง” ซึ่งช่วงแรกผลิตขึ้น 500 กล่อง พร้อมคู่มือและอุปกรณ์ แจกจ่ายให้โรงเรียนในเครือข่ายที่ร่วมทำโฟกัสกรุ๊ป จนกลายเป็นกระแสบอกต่อ ทำให้โรงเรียนมากมายร้องขอบอร์ดเกมชุดนี้ จนต้องผลิตเพิ่มอีก 300 กล่อง ซึ่งมีการประเมินผลตอบรับจากเด็กและคุณครู พบมีความรู้ความเข้าใจเรื่องความปลอดภัยมากขึ้น
“อีกเรื่องที่ประทับในจิตมาก มีเด็กคนหนึ่งพูดว่า พี่ ที่หนูได้เล่นเกมนี้ หนูชอบมากเลย มันทำให้หนูได้พูด เพราะตอนอยู่ในห้องหนูไม่ค่อยได้พูด เขาเหมือนเด็กหลังห้องที่ไม่มีตัวตน แต่พอมาได้เล่นบอร์ดเกม เขาบอกว่ามันทำให้เขารู้สึกมีคุณค่า มีคนมองเห็นเขา และก็มีคนฟังเขาจริง ๆ นั่นคือสิ่งที่ทำให้เขามีตัวตน มีความมั่นใจ”
กรวิการ์ เล่าด้วยเสียงหัวเราะเจือด้วยรอยยิ้ม เมื่อนึกถึงสีหน้าแววตาเด็ก ๆ ที่นอกจากได้ความสนุกสนานจากการเล่นบอร์ดเกมส์แล้ว ยังช่วยฝึกการฟังกติกา ความอดทน ไตร่ตรองและยั้งคิด ที่สำคัญนำสิ่งที่ได้ไปใช้ในชีวิตจริงให้มีความปลอดภัยได้มากขึ้น กลายเป็นสิ่งที่ทีมงานผู้ผลิตบอร์ดเกมชุดนี้ภูมิใจมากที่สุด
![]()