ภาพของกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของไทย เมืองฟ้าอมรในความรู้สึกของหลาย ๆ คน ที่เต็มไปด้วยตึกสูงระฟ้า ถนนทั้งบนดินและลอยฟ้าเต็มไปด้วยรถรามากมาย ไม่รวมทั้งรถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดิน ที่ผู้คนหลายล้านคนใช้เดินทางและใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวงที่ความเจริญไม่น้อยหน้าเมืองใหญ่ทั่วโลก ทั้งประเทศฝั่งตะวันตกและซีกตะวันออก หลังใช้การพัฒนามาไม่น้อยกว่า 160 ปี นับตั้งแต่การสร้างถนนเจริญกรุง ถนนแบบตะวันตกสายแรกของสยามประเทศ ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความเจริญรุ่งเรืองของกรุงเทพฯและของไทยมาถึงทุกวันนี้ เหมือนช่วงหนึ่งของการบรรยายไว้ในสารคดีชุด ‘เจริญกรุง รุ่งอรุณแห่งสยามประเทศ’ ที่บอกไว้ว่า ถนนเจริญกรุงเหมือนเป็น “รุ่งอรุณแห่งความศิวิไลซ์และยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนผ่านวิถีชีวิตทางน้ำ สู่การพัฒนาทางบกเป็นครั้งแรก”
สารคดี ‘เจริญกรุง รุ่งอรุณแห่งสยามประเทศ’ สารคดีที่เหมือนพาเราก้าวผ่านกระจกแห่งกาลเวลา ย้อนไปยังยุคเริ่มต้นของการสร้างถนนเจริญกรุง เมื่อปี พ.ศ. 2405 ในสมัยรัชกาลที่ 4 ที่ทรงมีพระราชดำรัสไว้ว่า
“พวกยุโรปเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ มากขึ้นทุก ๆ ปี ด้วยประเทศบ้านเมืองเขา มีถนนหนทางก็ราบรื่น สะอาด ไปทุกบ้านทุกเมือง บ้านเมืองเรามีรกเรี้ยว หนทางก็เป็นตรอกซอกเล็กซอกน้อย หนทางใหญ่ก็เปรอะเปื้อน ไม่เป็นที่เจริญตา ขายหน้าแก่ชาวนานาประเทศ เขาว่าเข้ามา เป็นการเตือนสติให้งดงามขึ้น”
นั่นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างถนนเจริญกรุง ซึ่งสารคดีชุดนี้ถ่ายทอดทั้งเรื่องราวและภาพความสวยงามของการเปลี่ยนผ่านของกาลเวลาของถนนเจริญกรุง สู่ถนนบำรุงเมืองและถนนเฟื่องนคร รวมทั้งศิลปวัฒนธรรมที่หลากหลายบนถนนสายนี้ ทั้ง มุสลิม จีน ญวน วัดไทย ซิกข์ รวมถึงมุมมองด้านศิลปกรรม ตึกรามบ้านช่องไปจนถึงวิถีชีวิตและมุมมองของผู้คนบนถนนเจริญกรุง ผ่านพิธีกรมากฝีมืออย่าง คุณปู จิตรกร บุษบา ผู้เชี่ยวชาญด้านอักษรศาสตร์และประวัติศาสตร์ รวมทั้งนักวิชาการด้านต่าง ๆ ที่มาเติมความรู้ให้ได้อย่างน่าสนใจและเต็มอิ่ม
“เจริญกรุง รุ่งอรุณแห่งสยามประเทศ” เริ่มมาจากการไปรู้จักกับคนที่บางคอแหลม ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่บนถนนเจริญกรุง และในย่านนั้นก็มีตลาดเจริญกรุง 103 ที่ขายอาหารมุสลิม เราก็สงสัยว่าทำไมแถวนั้นถึงมีมุสลิมด้วย เลยไปหาข้อมูลและคุยกับผู้รู้ จนได้ข้อมูลมาชุดหนึ่งว่า เขาเป็น “แขกมาเลย์” “แขกตานี” ก็เลยมองว่าชุมชนในกรุงเทพฯ ก็มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ที่เชื่อมโยงมาจากพหุวัฒนธรรมหลาย ๆ ถิ่น มีทั้งคนญวน คนจีน อิสลาม คริสต์ ฯลฯ ก็เลยคิดธีมขึ้นมาเป็นเจริญกรุง ซึ่งสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่4 เป็นช่วงเปิดประเทศ เชื่อมโยงกับผู้คน สังคม ชุมชน เศรษฐกิจ เกิดปฏิสัมพันธ์ทางบกเกิดขึ้น จากเมื่อก่อนที่เชื่อมโยงกันทางน้ำ”
อรรฆพันธ์ อภิรักษ์พงศ์ หัวหน้าโครงการ เล่าถึงจุดเริ่มต้นความสนใจในการผลิตสารคดีชุด ‘เจริญกรุง รุ่งอรุณแห่งสยามประเทศ’ โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ประเภทเชิงยุทธศาสตร์ ปี 2566 ซึ่งใช้เวลารวบรวมข้อมูล ภาพถ่าย และถ่ายทำตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อให้ได้ภาพที่สวยงามและเล่าเรื่องราวได้ชัดเจน ใช้เวลาราว 1 ปี จึงผลิตสารคดีได้ทั้ง 20 ตอน ความยาวตอนละไม่เกิน 15 นาที ออกมาเผยแพร่ทาง เฟซบุ๊ก ยูทูบ และติ๊กต็อก ในชื่อว่า ‘เจริญกรุง’ จากนั้นต่อยอดมาสู่ บทความ พอดแคสต์ และรายการทอล์ค ซึ่งได้รับความสนใจในวงกว้างและยังมีส่วนช่วยจุดประกายในการสร้างแผนที่ชุมชน รวมทั้งการท่องเที่ยวในย่านเจริญกรุงให้ได้รับความสนใจมากขึ้นด้วย
“ตอนส่งงาน จะมีตัวชี้วัดเป็นยอดวิว เราก็ได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด ส่วนอิมแพคคุณภาพ ก็มีทั้งด้านสังคม การสร้างแผนที่การท่องเที่ยวชุมชน เราพาคนไปเที่ยวในที่ต่าง ๆ ของเจริญกรุงด้วย โดยมีนักวิชาการมาช่วยเติมความรู้ให้ เช่นพาไปดูประวัติศาสตร์ ร้านยาแถวเสือป่า โรงพยาบาลกลาง กิจกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากเรานำเสนอสารคดีชุดนี้ การทำสารคดีเพื่อตอบโจทย์กับคนที่ชื่นชอบการเสพงานด้านประวัติศาสตร์ และศิลปวัฒนธรรม รวมถึงเปิดพื้นที่ให้กับคนใหม่ ๆ ที่สนใจ ได้มาร่วมกิจกรรมด้วย”
อรรฆพันธ์ เล่าด้วยความภูมิใจและรอยยิ้มเล็ก ๆ เมื่อพูดถึงกระแสตอบรับสารคดีชุดนี้ ซึ่งนอกจากยอดผู้ชมตามแพลตฟอร์มต่าง ๆ แล้ว ยิ่งกว่านั้นคือการดึงดูดผู้คนให้หันมาสนใจในเรื่องราวด้านประวัติศาสตร์ ที่อาจจะลบเลือนไปตามกาลเวลาให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ที่สำคัญเมื่อดูจบแล้วยังต่อยอดสู่กิจกรรมสร้างคุณค่าความภูมิใจและรายได้สู่ชุมชน ซึ่งสามารถเป็นต้นแบบให้กับอีกหลายชุมชนทั่วประเทศในการนำเสนอเรื่องราวในประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตและรากเหง้าของชุมชนที่ภาคภูมิใจและยังสามารถต่อยอดสู่การท่องเที่ยวและการสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืนได้อีกด้วย
![]()