“เวลาพ่อทำงานไม่กลับบ้าน หนูก็จะเหงาๆ เพราะบางทีแม่ก็ทำงาน พิมพ์อะไรสักอย่างในคอมพิวเตอร์ หนูก็ต้องเล่นอยู่คนเดียว บางทีก็ทำสิ่งประดิษฐ์ชิ้นเล็ก ๆ หรือเล่นของเล่น แต่ถ้าพ่ออยู่ด้วยหนูก็จะได้ออกไปเล่นนอกบ้าน ได้เล่นสกู๊ตเตอร์”
ส่วนหนึ่งจากความในใจของน้องเก้าอิม เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง ที่ตอบคำถามพิธีกรในรายการและเหมือนได้บอกเล่าความรู้สึกให้คุณพ่อรับรู้ เพราะพ่อเป็นศัลยแพทย์กระดูกและข้อ งานยุ่ง ไม่ค่อยมีเวลา แต่หลังจากสองพ่อลูกมีโอกาสร่วมทำกิจกรรมสนุก ๆ ด้วยกัน ในภารกิจลดขยะช่วยคลองใส ได้ช่วยกันพายเรือเก็บขยะในคลองให้มากที่สุดภายใน 10 นาที น้องเก้าอิมต้องเจอกับอุปสรรคหลายอย่าง ทั้งความยากในการพายเรือเก็บขยะในน้ำ คลื่นยักษ์ที่ทำให้เรือโคลงเคลง และการคัดแยกขยะให้ถูกประเภท แต่การมีคุณพ่อเป็นบัดดี้คู่หู คอยช่วย คอยแนะนำอยู่ใกล้ ๆ ช่วยให้น้องเก้าอิมอุ่นใจและทำภารกิจนี้ได้สำเร็จ
โดยเรื่องราวของน้องเก้าอิมและคุณพ่อ เป็นตอนหนึ่งของสารคดี “Buddy คู่หู เจ้าหนูของพ่อ” สารคดีที่ช่วยเชื่อมกระชับความสัมพันธ์ของพ่อลูก 20 คู่ ใน 20 ตอน ที่เกิดจากความตั้งใจของ อติกานต์ เขียววิจารย์ นักเขียนและครีเอทีฟรายการโทรทัศน์มากฝีมือ ซึ่งมองเห็นโมเมนต์น่ารัก ๆ ระหว่างพ่อลูก ที่หลายคนมักพูดติดปากว่า “อย่าปล่อยลูกไว้กับพ่อ” เพราะมีวิธีเลี้ยงลูกที่ต่างจากแม่ แต่หลาย ๆ ครอบครัวพ่อลูกเริ่มมีปัญหาความสัมพันธ์ จึงเกิดไอเดียทำสารคดีชุดนี้ขึ้นมา โดยได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ประเภทเชิงยุทธศาสตร์ ปี2566
“แต่ละครอบครัวมีปัญหาต่างกัน ครอบครัวที่เราเลือกมา ส่วนใหญ่แม่จะติดต่อเข้ามาในรายการ บอกว่าพ่อลูกคู่นี้เขามีปัญหากันแบบนี้ ๆ นะ เราก็ต้องมาดูว่าพ่อกับลูกคู่นี้เขามีปัญหาอะไรกัน พ่อไม่ค่อยมีเวลา ไม่ค่อยพาลูกไปเที่ยว ลูกก็จะงอน เราก็จะไปหากิจกรรมที่ตรงกับเขา หรือบางคู่พ่อดุลูกกลัว น้อยใจว่าพ่อไม่รัก เราก็ไปหากิจกรรมที่ทำให้เด็กรับรู้ว่าถึงพ่อจะดุแต่ก็รักเขานะ เราต้องหากิจกรรมที่แตกต่างกันไปในแต่ละครอบครัว แต่ละตอนจึงมีธีมที่ต่างกัน”
อย่างตอนครอบครัวน้องพอร์ช คุณพ่อทำกิจการโรงกลึง ไม่มีเวลาให้ ได้เจอหน้ากันเฉพาะตอนกลางคืน จึงไม่ค่อยสนิทกัน เวลาพ่อดุ น้องก็งอนและน้อยใจ หลังมาร่วมทำภารกิจกระชับความสัมพันธ์ ช่วยกันทำก้อนเห็ด เก็บเห็ด และนำเห็ดมาทำเมนูอาหารด้วยกัน ก็ช่วยให้น้องพอร์ชเกิดความเข้าใจและสนิทสนมกับคุณพ่อมากขึ้น
แต่กว่าจะมาเป็นสารคดีในแต่ละตอนไม่ใช่เรื่องง่าย ด้วยโจทย์จากความสัมพันธ์พ่อกับลูก รวมทั้งการทำงานกับเด็ก กลายเป็นความท้าทายอย่างมากสำหรับทีมงาน หลายคนเป็นเด็กเล็ก เวลาร้อน หิว เหนื่อย ก็จะงอแง ทีมงานต้องช่วยกันหาวิธีกล่อมให้เด็ก ๆ ให้ความร่วมมือ นอกจากนี้สถานที่ถ่ายทำกิจกรรมหายาก ต้องเดินทางสะดวก เพราะพ่อลูกหลายคู่มาจากต่างจังหวัด และที่ยากที่สุด คือการออกแบบกิจกรรมที่เหมาะสมช่วยแก้ปัญหาและกระชับความสัมพันธ์ให้กับแต่ละครอบครัวได้จริง เพราะแต่ละบ้านมีบริบทแตกต่างกัน และสุดท้ายแล้วแต่ละครอบครัวจะต้องได้รับคำตอบว่าควรจะก้าวต่อไปในทิศทางไหน หรือควรแก้ปัญหาอย่างไรกับสิ่งที่เผชิญอยู่ โดยมีจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น มาช่วยให้คำแนะนำและร่วมออกแบบจัดกิจกรรมให้กับแต่ละครอบครัวด้วย
สุดท้ายสารคดี “Buddy คู่หู เจ้าหนูของพ่อ” เสร็จสมบูรณ์ทั้ง 20 ตอน ซึ่งแต่ละตอนเต็มไปด้วยเรื่องราวความสนุกสนานและสุดประทับใจของคู่พ่อลูก โดยพิธีกรหนุ่ม โกสินทร์ ราชกรม รับหน้าที่ดำเนินรายการพาไปชมภารกิจที่น้อง ๆ หนู ๆ ควงแขนคุณพ่อมาทำกิจกรรมพิชิตด่านต่าง ๆ เปิดประสบการณ์ สร้างความเข้าใจและสานสัมพันธ์พ่อลูกให้แน่นแฟ้นขึ้น ซึ่งสารคดีทั้ง 20 ตอน ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 09.30 – 10.00 น. ทางช่อง 9 MCOT HD ไปเมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2566 จนถึง เมษายน 2567 ซึ่งปัจจุบันยังสามารถชมย้อนหลังได้ทางเพจเฟซบุ๊ก ยูทูบ และติ๊กต็อก Buddy คู่หู เจ้าหนูของพ่อ
“มีครอบครัวที่ได้ชมรายการ แล้วส่งข้อความเข้ามา ขอให้เราไปช่วยจัดกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์ให้เยอะมาก หลาย ๆ ครอบครัว แม่ดีใจจนน้ำตาซึมเลยที่ได้เห็นพ่อกับลูกกอดกัน กล้าที่จะใกล้ชิดกันมากขึ้น เขาบอกว่านี่แหละเป็นภาพที่เขาอยากเห็น และอยากให้เกิดขึ้นมานานแล้ว ไม่เช่นนั้นพ่อกับลูกก็จะอยู่ห่างกันตลอดเวลา”
“ตอนที่เราทำ เราก็คาดหวังว่ามันจะช่วยกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัว แต่พอทำเข้าจริง ๆ สิ่งที่เราได้ มันมากกว่าสิ่งที่เราคาดหวัง เราได้เห็นความรักของครอบครัวจริง ๆ ซึ่งในแต่ละครอบครัวมาไม่เหมือนกันเลย เราสามารถทำให้พ่อลูกได้ใกล้ชิดกันได้มากขึ้น เข้าใจกันมากขึ้น เป็นกรณีศึกษาให้กับอีกหลาย ๆ ครอบครัว ได้นำไปปรับใช้ในชีวิตจริง”
อติกานต์ เล่าด้วยความสุขใจในเสียงตอบรับจากสารคดี ที่ตั้งใจคิดและผลิตขึ้นมา ซึ่งเป็นเหมือนเชือกเส้นเล็ก ๆ ที่ช่วยดึงความรัก เชื่อมความสัมพันธ์ของพ่อลูกและสร้างความอบอุ่นในครอบครัว ให้กลับมาแน่นแฟ้นและกลมเกลียวกันได้มากขึ้น
![]()