ทำไมคอนเทนต์พาหัวร้อน ชวนทะเลาะ หรือก่อดรามา ถึงโผล่มาให้เราเห็นบนโลกออนไลน์แทบทุกวัน หรืออาจจะแทบทุกชั่วโมง รู้จักปรากฎการณ์ Enshittification หรือความเสื่อมถอยของแพลตฟอร์มออนไลน์ กำลังเปลี่ยนโลกโซเชียลมีเดียจากพื้นที่แห่งความคิดสร้างสรรค์ให้กลายเป็นสมรภูมิแห่งอารมณ์ที่เน้นผลกำไรเป็นตัวตั้ง โดยจุดเริ่มต้นมักเกิดจากการที่แพลตฟอร์มพยายามเอาใจผู้ใช้งานเพื่อให้เกิดการเสพติด และเมื่อผู้ใช้งานเริ่มเสพติด ก็จะค่อย ๆ ลดคุณภาพของสินค้าและบริการรวมถึงคุณภาพคอนเทนต์ลง แต่ยังคงดึงดูดคู่ค้าอยู่ และจบลงด้วยเมื่อแพลตฟอร์มเติบโตจนผู้ใช้งานและคู่ค้าต้องพึ่งพา ก็จะลดคุณภาพทุกอย่าง เพื่อให้ได้กำไรสูงสุด ส่งผลให้คุณภาพทุกอย่างลดลงจนเข้าสู่ภาวะแพลตฟอร์มเสื่อมถอย
ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดที่สุดคือการปรับอัลกอริทึมที่เปลี่ยนจากการให้ค่ากับคุณภาพงานผลิต มาเป็นการไล่ล่า “ยอด Engagement” ทุกรูปแบบ ส่งผลให้เหล่าครีเอเตอร์หันไปใช้สูตรสำเร็จอย่าง Rage Bait หรือการสร้างคอนเทนต์เพื่อเร้าอารมณ์โกรธ เกลียดชัง และความแตกแยก เพราะเป็นวิธีที่สร้างตัวเลขการมีส่วนร่วมได้รวดเร็วที่สุด จนเกิดเป็นอาชีพที่น่ากังวลอย่าง “War Influencer” หรือกลุ่มคนที่หากินบนความขัดแย้ง และข่าวลวง ซึ่งสร้างผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง ตั้งแต่การบ่มเพาะความเกลียดชังระหว่างประเทศไปจนถึงการยุยงให้เกิดความรุนแรงในชีวิตจริง
แม้ในปัจจุบันจะมีความพยายามแก้ปัญหาผ่านการออกกฎหมายกำกับดูแลอย่าง Digital Services Act (DSA) หรือการใช้ฟีเจอร์ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงจากชุมชน แต่ตราบใดที่ “แรงจูงใจทางธุรกิจ” ของยักษ์ใหญ่เทคโนโลยียังผูกติดอยู่กับปริมาณการใช้งานมากกว่าคุณภาพของสังคม ปัญหาความเสื่อมถอยนี้จึงกลายเป็นสงครามที่ไม่มีวันจบสิ้น และย้ำเตือนให้เราต้องตระหนักว่า โลกออนไลน์ที่เคยทำให้คนใกล้ชิดกันมากขึ้น กำลังถูกขับเคลื่อนด้วยความขัดแย้งที่ถูกเปลี่ยนเป็นเม็ดเงินอย่างเป็นระบบ
รับชมได้ที่
![]()