จากเส้นสายลายพิมพ์หมึกเป็นตัวอักษร ที่บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของเมืองเชียงใหม่ ของคอลัมน์ร้อยเรื่องเมืองล้านนา ในหน้ากระดาษหนังสือพิมพ์เชียงใหม่นิวส์ หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นรายวันยอดนิยมของภาคเหนือที่ยืนหยัดมาเกือบ 30 ปี ก่อนเลิกพิมพ์ไปจากความเปลี่ยนแปลงของสื่อตามยุคสมัย แต่พลิกโฉมเชียงใหม่นิวส์สู่โลกออนไลน์ที่ทันสมัย และยังมองเห็นคุณค่าเรื่องราวที่น่าสนใจของเมืองล้านนาในอดีต จึงหยิบยกเนื้อหาจากคอลัมน์ร้อยเรื่องเมืองล้านนาจากตัวหนังสือ สู่ภาพเคลื่อนไหวที่มีชีวิตในสารคดีชุดร้อยเรื่องเมืองล้านนาขึ้นมาอีกครั้ง
“ก่อนหน้าที่ เชียงใหม่นิวส์ จะพัฒนาคอนเทนต์มาเป็นสื่อออนไลน์ที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น เคยเป็นหนังสือพิมพ์มาก่อน ซึ่งก็มีคอลัมน์ที่ชื่อว่าร้อยเรื่องเมืองล้านนา อยู่แล้ว ซึ่งเป็นคอลัมน์ที่เขียนเกี่ยวกับประวัติและวัฒนธรรมของเชียงใหม่ ทีนี้ผู้ที่เป็นแหล่งข่าวหรือแหล่งคอนเทนต์ให้เราก็อายุเยอะขึ้นทุก ๆ วัน และเราก็ทราบว่าสิ่งของที่เขาผลิตหรือสืบต่อมาน่าจะหายไปตามกาลเวลา เราก็เลยอยากทำสารคดีชุดนี้เพื่อบันทึกในสิ่งที่เขามอบให้คนรุ่นหลัง แม้ว่าบางอย่างจะไม่มีใครสืบสานต่อแล้ว ก็ยังจะมีสารคดีชุดนี้บันทึกเรื่องราวของเขาเอาไว้”
สราลี แซ่เตี๋ยว ผู้บริหารสำนักข่าวเชียงใหม่นิวส์ หัวหน้าโครงการผลิตสารคดี ร้อยเรื่องเมืองล้านนา ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ประเภทเชิงยุทธศาสตร์ ปี 2565 เล่าถึงความตั้งใจในการสืบสานเรื่องราวจากเรื่องเล่าและวิถีชีวิตที่น่าสนใจของชาวล้านนา ไม่ว่าจะเป็น ดนตรีพื้นเมือง การฟ้อนเล็บที่งดงาม ศิลปะการต่อสู้อย่างฟ้อนเจิง ตุงช่อตุงไชย ร่มบ่อสร้าง ผ้าซิ่นตีนจกแม่แจ่ม สล่าหรือช่างล้านนาหลากหลายแขนง ทั้งสล่าทำเงิน สล่าคัวตองหรือช่างทำเครื่องทองเหลือง สล่าเครื่องปั้นบ้านเหมืองกุง ไปจนถึงตัวหนังสือเมืองหรืออักษรล้านนา รวมทั้งวิถีชีวิตอีกมากมาย ที่ล้วนงดงามและทรงคุณค่า แต่อยู่ท่ามกลางความท้าทายจากยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป หลายสิ่งหลายอย่างแทบจะเลือนหาย เหลือไว้แค่ตำนานให้เล่าขานกันไป
“เราอยากทำให้คนรุ่นใหม่เห็นว่า เราเคยมีศิลปวัฒนธรรมแบบนี้อยู่ และหลาย ๆ อย่างกำลังจะหายไป เช่น ตัวอักษรล้านนา ซึ่งเป็นตัวอักษรที่ไม่ได้มีคนรุ่นใหม่มาเรียนเพิ่ม ถ้าอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ภาษามันก็จะค่อย ๆ หายไป แต่พอเราได้ทำสารคดีชุดนี้ก็เริ่มมีคนสนใจ การที่จะมาเข้าถึงประวัติศาสตร์ล้านนาจริง ๆ มันต้องเข้าใจภาษาล้านนาด้วย อย่างผู้ที่เคยให้สัมภาษณ์ใน สารคดีของเรา ก็มีบางท่านที่เสียชีวิตไปแล้วเหมือนกัน เพราะว่าท่านอายุเยอะมากแล้ว เราก็เลยอยากให้สารคดีชุดนี้เป็นบันทึกหนึ่งของศิลปวัฒนธรรมเชียงใหม่ ที่กำลังจะหายไปตามกาลเวลา ไม่มีใครมาสืบทอด หรือถ้าเราไม่ทำอะไรสักอย่าง เขาก็จะไม่สามารถประกอบอาชีพนี้ได้อีกต่อไป”
สราลี บอกถึงความรู้สึก ที่อยากสืบทอดประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชาวล้านนาไว้ให้คนรุ่นหลังได้ดู ได้เรียนรู้ด้วยความภูมิใจในรากเหง้าและภูมิปัญญาของบรรพบุรุษชาวล้านนาในอดีต ซึ่งกว่าจะผลิตสารคดีออกมาได้แต่ละตอนไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งฝนฟ้าอากาศ บางตอนต้องรอถ่ายทำช่วงเทศกาล หรือบางตอนแหล่งข่าวคนเล่าเรื่องอายุมากและมีปัญหาสุขภาพ และพ่ออุ๊ยแม่อุ๊ยหลายคนมีอาการเขินกล้องจนต้องสร้างความคุ้นเคยกันหลายรอบ แต่ก็ผ่านพ้นไปด้วยดี จนผลิตออกมาเป็นสารคดีร้อยเรื่องเมืองล้านนา ทั้งหมด 24 ตอน ความยาวตอนละ 5 นาที เผยแพร่ทางเฟซบุ๊กและยูทูบ เชียงใหม่นิวส์ และยังผลิตเป็นคลิปวิดีโอสั้น 1-3 นาที เผยแพร่ในติ๊กต็อกเชียงใหม่นิวส์ด้วย ซึ่งกระแสตอบรับดีและหลายหน่วยงานยังต่อยอดนำไปใช้ประโยชน์ อย่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ที่นำไปเผยแพร่ในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ มากกว่านั้นสารคดีชุดนี้ ยังยกระดับความสนใจศิลปวัฒนธรรมล้านนา หลายชุมชนต่อยอดสู่การท่องเที่ยว สินค้าหัตถกรรมที่แทบไม่มีคนสนใจ กลายเป็นสินค้าขายดี อย่างฝาลายอำหรือฝาไม้ไผ่ หมู่บ้านร้อยจันทร์ ที่แทบไม่มีคนรู้จัก ตอนนี้ผลิตแทบไม่ทัน
“เขารู้แค่วิธีการผลิต ขายได้จากปากต่อปาก ว่าถ้าอยากได้เครื่องสานให้มาซื้อที่นี่ แต่พอเราผลิตสารคดีนำเสนอเรื่องราวของเขาไปแล้ว ก็มีชาวต่างชาติที่ทำรีสอร์ตโทรมาติดต่อขอซื้องานฝีมือของพ่อมาและหมู่บ้านร้อยจันทร์ เขามองว่าหมู่บ้านนี้ทำเครื่องจักรสานได้สวยมาก จึงสั่งซื้อเอาไปให้ชาวต่างชาติได้ชมด้วย เขายังทักเข้ามาขอบคุณทีมงานเราเลย บอกว่าขอบคุณมากที่เข้ามาช่วยลุงทำสารคดีชุดนี้ ตอนนี้ลูกค้าเยอะมาก ชาวบ้านตัดไผ่กันไม่ทันเลย ไม่เคยคิดว่างานของลุงจะมีคนเข้ามาชื่นชม และมันจะสร้างมูลค่าได้มากขนาดนี้ เรารู้สึกชื่นใจที่ได้เห็นฟีดแบ็กทั้งจากผู้ชม และจากคนที่เราไปสัมภาษณ์เขา”
สราลี เล่าด้วยรอยยิ้มเจือความสุข หลังสารคดีที่ผลิตออกมา นอกจากทำหน้าที่บอกเล่าความรู้ ความภูมิใจในศิลปวัฒนธรรมล้านนาแล้ว ยังช่วยดึงความสนใจ สร้างการตลาด สร้างรายได้ให้ชาวบ้าน ซึ่งจะช่วยทำให้การอนุรักษ์และสืบทอดศิลปวัฒนธรรมได้อย่างยั่งยืน
![]()