“พี่รู้ไหม ฉันออกไปรอพี่ที่ท่าน้ำทุกวันเลยนะ”
เสียงที่เยือกเย็นของแม่นากพระโขนง ที่อุ้มลูกน้อยค่อย ๆ เดินไปบนแผ่นกระดานไม้ของท่าน้ำที่ยื่นลงไปในคลองยามค่ำคืนที่เปล่าเปลี่ยว เฝ้ารอพี่มากผัวรัก ด้วยความหวังแห่งการรอคอย กลายเป็นภาพที่น่าสะพรึงกลัวแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักของแม่นาก ซึ่งเป็นฉากเด่นในภาพยนตร์เรื่อง “พี่มากพระโขนง” หนังโปรดของหลาย ๆ คนจนโกยรายได้ทะลุร้อยล้านและเป็นภาพยนตร์ 1 ใน 10 เรื่องที่ได้รับเลือกสู่การตามรอยสถานที่ถ่ายทำบริเวณริมคลองนางตะเคียน ตำบลคลองเขิน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม เชื่อมโยงสู่แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงอย่างคลองผีหลอก ในรายการ “ตามเรื่อง ตามรอย” สารคดีท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ที่พาผู้ชมเดินทางตามรอยโลกในภาพยนตร์ เชื่อมโยงวิถีชีวิต วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวของไทย ผ่านแฟนคลับภาพยนตร์เรื่องนั้นที่ทำหน้าที่ ‘คนตามรอย’ พาผู้ชมไปตามเรื่องและตามรอยที่น่าประทับใจจากฉากในหนังเรื่องโปรด
“เรามักเห็นคอนเทนต์ในโซเชียล ที่มักไปตามรอยสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์และละครเรื่องต่าง ๆ แต่เรายังไม่เคยเห็นการตามรอยที่ออกมาสู่หน้าจอทีวีเลย และเมื่อช่วง 2 ปีก่อน เรื่องซอฟต์พาวเวอร์กำลังบูม อย่างเช่น กระแสตามรอยละครบุพเพสันนิวาส ในสถานที่จริงที่ใช้ถ่ายทำและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ รวมถึงละครไทยอีกหลายเรื่องที่เป็นกระแสและคนก็ไปตามรอยกัน นี่จึงเป็นไอเดียจุดประกายให้เราทำโครงการตามเรื่องตามรอย ทั้งตามรอยละคร ตามรอยหนัง ตามรอยชุดเครื่องแต่งกาย ตัวละคร ท่าทางในตัวละคร สถานที่ถ่ายทำ ซึ่งมันก็ล้วนเชื่อมโยงกับซอฟต์พาวเวอร์และช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวได้”
อัจฉรา ภูลายขาว ผู้เขียนบทและกำกับรายการตามเรื่องตามรอย เล่าถึงจุดเริ่มต้นแนวคิดที่ตั้งใจผลิตรายการนี้ขึ้น หลังได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ประเภทเชิงยุทธศาสตร์ ปี 2567 ซึ่งต้องไล่ดูหนังดูละครยอดนิยมที่ออกฉายในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ถึง 40 เรื่อง จนตกผลึกได้ภาพยนตร์ไทยที่ใช้ตามรอยในรายการรวม 10 เรื่อง ทั้ง แมนสรวง, พี่มาก…พระโขนง, วิมานหนาม, เธอกับฉันกับฉัน, สัปเหร่อ, ขุนพันธ์ 3, สะพานรักสารสิน 2216, ผู้บ่าวนิกะห์, คิดถึงวิทยา, และ สุขสันต์วันโสด ซึ่งนอกจากจะมีสถานที่ให้ตามรอยได้จริงแล้วยังต้องมีสถานที่ท่องเที่ยวหรือวิถีชีวิตชุมชนที่น่าสนใจใกล้เคียงด้วย
“ตามเรื่องตามรอย” สารคดีเชิงท่องเที่ยว 10 ตอน ตอนละ 25 นาที พาผู้ชมไปตามเรื่องและตามรอยภาพยนตร์ผ่านคนตามรอย ที่ประกาศรับสมัครคัดเลือกผ่านทางเพจ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแฟนคลับของภาพยนตร์เรื่องนั้น ๆ และอยู่ในจังหวัดที่ใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำอยู่แล้ว เหมือนเป็นเจ้าบ้านพาผู้ชมไปรู้จักสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์และแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงได้อย่างสนุกสนานเป็นกันเอง สอดแทรกความรู้จากปราชญ์ในท้องถิ่นได้อย่างกลมกลืน
“ทีมงานก็คัดมาจนได้คนตามรอยหนังทั้ง 10 เรื่อง จำนวน 10 คน พอเรามีคนตามรอย ในสถานที่ที่เราไปก็ต้องมีปราชญ์ผู้ให้ความรู้ด้วย เราต้องลงไปเอาข้อมูลเรื่องนั้นเรื่องนี้มาเล่า และเพื่อให้ข้อมูลในสถานที่นั้น ๆ แน่นขึ้น มีความรู้ที่ครบองค์ประกอบมากขึ้น ก็จะมีการบรรยายเนื้อหาให้ความรู้เพิ่มเติมด้วย ซึ่งบรรยายโดยนักพากย์มืออาชีพ ที่มีประสบการณ์พากย์หนังใหญ่และหนังซุปเปอร์ฮีโร่มาก่อน อย่าง คุณเฟิร์ส ดรุฑ ถิรสุวรรณ หรือที่รู้จักในนาม เฟิร์ส นักพากย์ ตั่วเฮีย ซึ่งเคยพากย์ตัวละครใน Marvel มาช่วยพากย์เนื้อหาให้ ก็ยิ่งทำให้สารคดีของเรามีความน่าสนใจมากขึ้น พอได้ฟังเสียงเขา มันเจ๋งมาก”
อัจฉรา เล่าถึงรายละเอียดและความน่าสนใจที่ทีมงานตั้งใจใส่เข้าไปเพื่อให้รายการน่าติดตามมากขึ้น แม้การถ่ายทำในหลาย ๆ ตอนไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งการค้นหาสถานที่ถ่ายทำในแต่ละเรื่อง ซึ่งบางจุดไม่ได้ระบุพิกัดไว้ บางจุดเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ทีมงานต้องออกค้นหาและให้คนในพื้นที่ช่วยชี้เป้า บางฉากในบางเรื่องถูกสร้างขึ้นมา ต้องปรับเปลี่ยนกันหน้างาน ยังไม่รวมความยากลำบากในการเดินทางไปถ่ายทำ บางจุดอย่างการตามรอยเรื่องขุนพันธ์ 3 ที่ต้องล่องแก่งในแกรนด์แคนยอนเมืองน่าน และอีกหลายเรื่องหลายจุด แต่ในที่สุดก็ได้สารคดีท่องเที่ยวที่ชวนติดตามทั้ง 10 ตอนจากภาพยนตร์ไทย 10 เรื่อง ออกอากาศทางช่อง 9 Mcot HD หมายเลข30 วันอาทิตย์ เวลา 09.30 – 10.00 น. ช่วงเดือนพฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา และยังสามารถชมย้อนหลังได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก ยูทูบ และติ๊กต็อก ตามเรื่องตามรอย ซึ่งได้รับเสียงชื่นชมทั้งจากค่ายหนังและแฟนคลับภาพยนตร์แต่ละเรื่อง รวมทั้งผู้ชมที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวอย่างมากและมีการแชร์เรื่องราวในรายการ หรือนำคลิปรายการไปตัดต่อโพสต์ออกไปในวงกว้างมากขึ้น
“ในมุมของเราภูมิใจและก็ดีใจ ดีใจตั้งแต่รู้ว่าจะได้ทำสารคดีท่องเที่ยวชุดนี้แล้ว คือเราเป็นคนชอบดูหนังมาก ๆ อยู่แล้ว แต่ยังไม่เคยไปตามรอยหนังเรื่องไหนแบบจริง ๆ จัง ๆ ในหนังทั้ง 10 เรื่องนี้ก็เช่นกัน พอเราได้มาทำจริง ๆ ก็เหมือนเราได้สานฝันให้กับตัวเองด้วย ถึงแม้ว่าเราไม่ได้เป็นคนที่ไปอยู่หน้ากล้อง แต่เราเป็นทีมงานที่อยู่ในทุกกระบวนการตั้งแต่การหาข้อมูล มันเหมือนเราได้พาตัวเองไปแล้วถ่ายทอดออกมาให้ผู้ชมและน้องที่เป็นคนต้นเรื่อง โดยบอกเขาว่าพี่อินแบบนี้ ถ้าน้องมีอะไรเพิ่มก็ใส่เข้ามาได้เลย เพื่อที่จะถ่ายทอดความรู้สึกทั้งหมด ส่งไปยังผู้ชมให้เขามีแรงบันดาลใจเหมือนกับเรา”
อัจฉรา เล่าอย่างภูมิใจในงานที่ตั้งใจผลิตขึ้น จนกลายเป็นรายการท่องเที่ยวที่เปิดประสบการณ์และมุมมองใหม่ ในการเดินทางไปยังสถานที่ในหนังเรื่องโปรดที่ยังประทับใจอยู่ในความทรงจำ
![]()