ท่ามกลางเกลียวคลื่นที่ซัดเข้าสู่หาดทรายริมชายหาด ที่โดดเด่นด้วยรูปปั้นนางเงือก สัญลักษณ์ของหาดสมิหลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา มัคคุเทศก์น้อย 3 คน ทั้งเจ้าถิ่นอย่างเซญ่า สาวน้อยชั้นป.6 กับ ไบรอัน หนุ่มน้อย ชั้นป.2 และน้องแก้ม มัคคุเทศก์น้อยแขกรับเชิญจากนครพนม กำลังพูดคุยเปิดรายการสารคดี “มัคคุเทศก์น้อย เพื่อชุมชนวิถีภาคใต้” ตอน ชุมชนสิงหนครจังหวัดสงขลา
ไบรอัน : แก้ม หอนมาสงขลาไหมครับ
แก้ม : ‘หอน’ คืออะไร เราไม่ใช่หมานะ
เซญ่า : ไม่ใช่แก้ม หอนของสงขลาไม่ใช่หมา แต่หมายถึง ‘เคย’ เคยมาไหม
บทสนทนาของเด็ก ๆ เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากผู้ชมรายการได้ไม่น้อย ก่อนที่มัคคุเทศก์น้อยจะนั่งซาเล้งพาไปสัมผัสเสน่ห์ชุมชนเก่าแก่ริมทะเลสาบสงขลา ที่ชาวไทยพุทธ มุสลิม และคนไทยเชื้อสายจีนอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน แถมยังพาไปกินเมนูพื้นถิ่น เก็บชาใบขลู่ กลายเป็นรายการที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน รอยยิ้มและความสดใสของเด็ก ๆ หลังจากประสบความสำเร็จจากรายการมัคคุเทศก์น้อยภาคอีสานมาแล้ว
“เราอยากทำโครงการนี้ทั่วประเทศแต่ไม่สามารถทำในครั้งเดียวได้ ก็เลยเสนอขอทุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ทยอยทำทีละภาค และภาคแรกซึ่งเราทำที่ภาคอีสานได้ผลตอบรับที่ดีมาก มีคนให้ความสนใจรวมถึงการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยนำไปเผยแพร่ต่อในวงกว้าง การทำโครงการ “มัคคุเทศก์น้อย เพื่อวิถีชุมชนภาคใต้” ก็เป็นการต่อยอดแนวคิดมาจากการทำโครงการมัคคุเทศก์น้อยภาคอีสาน ในพื้นที่ภาคใต้แม้จะมีสถานที่ท่องเที่ยวเยอะแต่ไม่ค่อยมีคนพูดถึงเรื่องของวิถีชุมชน ศิลปะ และวัฒนธรรมมากนัก เราก็เลยอยากทำโครงการนี้ในพื้นที่ภาคใต้เป็นโปรเจกต์ที่สอง เด็กในพื้นที่ภาคใต้ค่อนข้างมีศักยภาพและเก่ง เนื่องจากจังหวัดส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ท่องเที่ยว”
นภัสสร พงษ์วิจิตร จาก ไอเดีย ไอดู เฮาส์ หัวหน้าโครงการ เล่าถึงที่มาที่ไปของสารคดีชุดนี้ ซึ่งเป็น ซีซั่นที่ 2 หลังได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ประเภทเชิงยุทธศาสตร์ ปี 2567 จึงเปิดรับสมัครเด็ก ๆ วัย 8-11 ปี จาก 8 จังหวัดภาคใต้ โดยให้ส่งคลิปแนะนำแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดของตัวเองเข้ามา ซึ่งมีเด็ก ๆ สนใจกว่า 200 คน จนคัดเลือกเหลือ 20 คนสุดท้าย เข้ารับการอบรมทักษะการเล่าเรื่องและการนำเที่ยว เพื่อทำหน้าที่มัคคุเทศก์น้อยเพื่อวิถีชุมชนภาคใต้ ใน 8 จังหวัด ทั้ง ภูเก็ต กระบี่ พังงา ตรัง สตูล พัทลุง สงขลา และนครศรีธรรมราช รวม 10 ตอน ที่พิเศษยังเชิญน้อง ๆ ที่ชนะเลิศจากโครงการมัคคุเทศก์น้อยภาคอีสาน 2 คน มาร่วมงานกับมัคคุเทศก์น้อยภาคใต้ ให้เด็ก ๆ ได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกันด้วย
“เวลาพูดถึงภาคใต้คนส่วนใหญ่ก็คิดว่าจะพาไปเที่ยวทะเล แต่ในโครงการของเราเจาะลึกไปมากกว่านั้น พาลงไปในพื้นที่ชุมชน ซึ่งเป็นชุมชนเล็ก ๆ ที่มีความเข้มแข็ง เป็นการนำเสนอการท่องเที่ยวเชิงวิถีชุมชน อย่างเช่น ชุมชนที่จังหวัดกระบี่ ก็มีการพาไปปล่อยผึ้งชันโรงคืนสู่ป่าเพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติ ให้เด็ก ๆ ได้สัมผัสและช่วยกันสืบสานวิธีนี้ไม่ให้สูญหายไป เขาจะได้เรียนรู้เรื่องของธรรมชาติและการท่องเที่ยวไปด้วย”
นภัสสร เล่าถึงความพิเศษของแหล่งท่องเที่ยวที่ให้เหล่ามัคคุเทศก์น้อยพาผู้ชมไปสัมผัสเรื่องราวที่แปลกใหม่และน่าสนใจมากกว่าที่เคยชม แต่ต้องแลกมาด้วยความท้าทาย เพราะ สัตว์, เด็ก, เอฟเฟ็กต์, และ สลิง ถือเป็นงานยากในการถ่ายทำ ยังไม่รวมการเดินทางไกลข้ามจังหวัดและความยากลำบากในการเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวอันซีนของแต่ละชุมชน ซึ่งต้องดูแลเหล่ามัคคุเทศก์น้อยที่ร่วมรายการเป็นพิเศษด้วย
“อุปสรรคหลักๆ ของการทำโครงการนี้ ก็คือเรื่องของการต้องเดินทางในพื้นที่หลายจังหวัด ซึ่งมีระยะทางที่ไกลกันมาก และพอมีเด็กซึ่งเป็นมัคคุเทศก์น้อยจากภาคอีสานมาร่วมเดินทางไปถ่ายทำด้วยทุกตอน เราก็ต้องดูแลเขาเป็นพิเศษ รวมถึงปัญหาเรื่องตารางเรียนของเด็กๆ บางตอนเด็กติดสอบ เราก็ต้องปรับแผนการถ่ายทำใหม่ รวมถึงเรื่องการวางแผนการเดินทางซึ่งมันมีตารางค่อนข้างแน่น ทำให้ทีมเกิดความเหนื่อยล้า ซึ่งทีมก็มีความอึดประมาณหนึ่ง ตื่นตีสี่ตีห้าไปถ่ายงานตลอดทั้งวันเกือบทุกวัน แล้วก็เจอปัญหาเรื่องสภาพอากาศ เนื่องจากพื้นที่ภาคใต้มีฝนตกชุกอยู่ตลอด”
นภัสสร เล่าย้อนไปถึงบางช่วงบางตอนที่เจออุปสรรคและความยากระหว่างการถ่ายทำ ซึ่งทั้งทีมงานและเด็ก ๆ ต้องใช้ความทรหดอดทน จนในที่สุดก็สามารถผลิตรายการสารคดี “มัคคุเทศก์น้อย เพื่อวิถีชุมชนภาคใต้” ทั้ง 10 ตอน ตอนละ 15 นาที เผยแพร่ทางออนไลน์ ทั้งเพจเฟซบุ๊ก ยูทูบ และติ๊กต็อก มัคคุเทศก์น้อย ได้สำเร็จ ซึ่งมีผู้ชมรวมมากกว่า 580,000 วิว ทะลุเป้าที่การันตีเอาไว้ 100,000 วิว และยังมีการโพสต์คลิปเบื้องหลังการถ่ายทำอย่างต่อเนื่อง บางคลิปกลายเป็นไวรัล มีเด็ก ๆ มาขอสมัครเป็นมัคคุเทศก์น้อยอีกมากมาย
“ความสุขของทีมงาน คือ ได้เห็นน้อง ๆ เล่าเรื่องบ้านเกิดของตัวเอง เขามีความภูมิใจในสายตาเวลาที่เขาเล่า และในอีกมุม คือได้เห็นความมีน้ำใจและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของชุมชนในหลาย ๆ พื้นที่ การทำโครงการนี้มันเหนื่อยมาก แต่ทีมงานเราทำด้วยใจล้วน ๆ ด้วยสเกลงานที่ใหญ่ภายใต้งบที่มีจำกัด รู้สึกว่าเราต้องทำมันให้ผ่านไปให้ได้ เมื่อนึกถึงเด็ก ๆ ก็มีพลังบวกขึ้นมาทุกครั้ง”
นภัสสร เล่าปิดท้ายด้วยเสียงหัวเราะอย่างภูมิใจ ก่อนจะขอตัวไปเตรียมงานสำหรับทำโครงการมัคคุเทศก์น้อยภาคเหนือเป็นซีซั่นต่อไป
![]()