เนปาล : “ผมเคยพูดเกริ่น ๆ ว่าควรจะมีระบบการเก็บเงินของป๊า-ม๊า จัดเก็บแบบจานต่อจาน ด้วยเมนูอาหารมันเยอะมาก 200 – 300 อย่าง บางทีอาจจะผิดพลาด”
หม่าม๊า : “อยากทำระบบใช่ไหม เขาบอกว่าเขาจะมาเปลี่ยนที่นี่เลย เราก็เลยบอกว่า เฮ้ย ๆ ยังไม่ได้นะ คุณไปทำที่นู่นให้ได้ก่อน”
บทสัมภาษณ์ต่างมุมความคิดคนสองวัยระหว่างแม่-ลูก เจ้าของร้านข้าวต้มเก่าแก่เจ้าอร่อยในเมืองลำปาง สู่จุดเริ่มต้นการเปิดร้านใหม่ของลูกชายที่พึ่งเรียนจบและฝึกงานจากโรงแรมในกรุงเทพฯ ที่อยากนำระบบที่ทันสมัยมาใช้ จากคิดต่างสู่บทพิสูจน์และการยอมรับระหว่างวัย ในสารคดีตอน “รักนะแต่อยู่ร้านเดียวกันไม่ได้ แม่เสิร์ฟความคึกคัก ลูกเสิร์ฟความคาเฟ” หนึ่งในสารคดีชุดผู้เฒ่ากับดาวรุ่ง ซีซัน 2 ซึ่ง สุริยนต์ จองลีพันธ์ นักเขียนสารคดีมือรางวัลอันดับต้น ๆ ของเมืองไทยและทีมงานบริษัทป่าใหญ่ครีเอชั่น จำกัดสร้างสรรค์ขึ้น
“ธีมจะเน้นเป็นเรื่องเศรษฐกิจชุมชนมากขึ้น มากกว่าซีซันแรก แต่ว่าเราก็ยังเน้นเรื่อง Generation Gap ความขัดแย้งที่เกิดจากความแตกต่างด้านความคิด ความเชื่อ ทัศนคติ และค่านิยมระหว่างคนต่างวัย ซึ่งมันเป็นเรื่องหลักของเราเลย คือยังไงมันก็ต้องเป็นเรื่องของความขัดแย้ง หรือมุมมองที่แตกต่างของคนที่เกิดมาต่างยุคต่างสมัย แล้วมันถูกกระตุ้นด้วยเทคโนโลยี รวมถึงสังคมสมัยใหม่ ก็เลยทำให้แนวความคิดของเราแตกต่างกันมากขึ้น ปัญหาก็คือการยอมรับอีกฝ่ายหนึ่งจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเด็กยอมรับผู้ใหญ่ หรือผู้ใหญ่ยอมรับเด็ก มันเป็นเรื่องที่ต้องเปิดใจกัน”
สุริยนต์ เล่าถึงแกนหลักของเรื่องในสารคดีชุดนี้ หลังผู้เฒ่ากับดาวรุ่งซีซัน 1 ประสบความสำเร็จอย่างมากด้วยยอดรับชมที่มีมากกว่า 14 ล้านวิว และกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ให้การสนับสนุนประเภทเชิงยุทธศาสตร์ ปี 2567 ผลิตสารคดีผู้เฒ่ากับดาวรุ่ง ซีซัน 2 ทั้ง 12 ตอน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายในการเฟ้นหาเคสดาวรุ่งที่น่าสนใจ และมีเรื่องราวระหว่างทางและระหว่างวัยจนก้าวสู่ความสำเร็จ
ทุ่งนาและป่าเขียวขจี ที่โอบล้อมชุมชนเล็ก ๆ อย่างบ้านนาต้นจั่น หมู่บ้านโฮมสเตย์ชื่อดังของอำเภอศรีสัชนาลัย สุโขทัย ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์วิถีชุมชนทั้งการทอผ้าและผ้าหมักโคลนตามใต้ถุนบ้าน กลายเป็นจุดเริ่มต้นความฝันของเต้ เด็กชายวัย 9 ขวบ ที่ซึมซับการทอผ้ามาตั้งแต่เด็ก จนเติบโตเรียนจบจากคณะอุตสาหกรรมสิ่งทอและออกแบบแฟชั่น และกลับมาตามความฝันที่บ้านเกิด แต่ต้องเผชิญกับความท้าทายในการเปลี่ยนแปลงความคิดและลวดลายผ้าทอของคนรุ่นก่อน กลายเป็นความสนุกสนานหลากหลายอารมณ์ กว่าจะพัฒนาลวดลายกลายเป็นผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อ
“ในเรื่องก็จะเห็นความขัดแย้ง ตอนเอาผ้าไปให้ป้าทอ ป้าก็บอกว่าลายแบบนี้มันทำยาก มันเหนื่อย แต่เขาก็พยายาม มีวิธีคุยกับคนแก่ ว่าจะคุยยังไงให้เขายอมรับ เช่น ถ้าป้าทำลายแบบนี้ ค่าแรงมันก็จะเพิ่มขึ้นนะ แล้วก็จะขายได้แพงขึ้น ป้าเอาไหม เขาบอกว่าใช้วิธีค่อย ๆ ตะล่อม บางทีป้าบอกว่าเหนื่อย ไม่อยากทำ แต่มันต้องพึ่งพากัน เพราะเด็กก็ทำไม่ไหว มันเป็นลายที่ต้องใช้เวลาในการทำมาก ตอนนี้ถือว่าออกมาได้ดี ที่สำคัญหลังออกอากาศไปปุ๊บก็มีคนสนใจ สั่งออเดอร์เข้ามาเยอะมาก”
สุริยนต์ เล่าพร้อมเสียงหัวเราะเบา ๆ เมื่อพูดถึงเรื่องราวของดีไซเนอร์สาวบ้านนา ตอนหนึ่งในสารคดีชุดนี้ที่ประทับใจและผลตอบรับดี เช่นเดียวกับสารคดีอีก 11 ตอน ที่ล้วนแต่สร้างความสนุกสนาน เรียกรอยยิ้มและให้แง่คิดผู้ชม อย่าง ครีเอตอีหลี! คู่รักสายกรีน คืนค่าป้ายไวนิล, หนุ่มเปิดร้านลับขายเมนูปูนา, ฉีกกฎความมงคลขันน้ำสไตล์ใหม่ เรื่องขันที่ไม่ได้ทำแค่ขำ ๆ , ส่องหลังบ้านเพจดัง ‘ไร่วันยังขำ’ 1 ครอบครัว 1 อินฟลูเอนเซอร์ โดยสารคดีชุดนี้ออนแอร์ทางช่อง NBT2HD ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ปี 2568 สามารถชมย้อนหลังได้ที่ยูทูบ PAYAI TV ล่าสุดมียอดรับชมรวมกว่า 7 – 8 ล้านวิวแล้ว แต่มากกว่านั้นคือการสร้างสรรค์ความเข้าใจและความร่วมมือของคนสองวัย รวมถึงการสร้างโอกาสและความร่วมมือในสังคมด้วย
“ทำให้สังคมมีความเคลื่อนไหว อยากจะร่วมมือกัน อยากจะทำสิ่งดี ๆ ร่วมกัน เราก็รู้สึกดี รู้สึกแฮปปี้ที่ได้ทำรายการนี้ สิ่งสำคัญที่สุดของสื่อมวลชนคือหลังจากผลงานเผยแพร่ออกไปแล้วมันเกิดการเคลื่อนไหว และมีการต่อยอดเพิ่ม เราก็ภูมิใจกับสิ่งเหล่านี้ จริง ๆ ก็ภูมิใจกับทุกตอน สนุกกับทุกตอน ทีมงานแฮปปี้ภูมิใจมาก น่าจะดีมากถ้าภาครัฐมองเห็นและเอาไปขยับส่งเสริมต่อ เพราะเราจุดประเด็นให้แล้ว”
สุริยนต์ ปิดท้ายด้วยน้ำเสียงความภูมิใจและเจือด้วยรอยยิ้ม เมื่อสารคดีชุดผู้เฒ่ากับดาวรุ่ง ซีซัน 2 ไม่ใช่แค่สร้างความเข้าใจระหว่างวัย แต่ยังช่วยขับเคลื่อนสังคมได้อย่างหลากหลายมิติมากขึ้นด้วย
รับชมรายการผู้เฒ่ากับดาวรุ่ง ซีซัน 2 ได้ที่ : https://www.youtube.com/playlist?list=PLjkdO3-mwxmth6Gy9uDR6aW46RxtNMuft
![]()