เลือกหน้า

กองทุนสื่อ เปิดรับฟังความเห็น จัดสรรทุน ปี 65 หนุนสื่อดี ขับเคลื่อนสังคม

(5 ต.ค. 64) กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ชี้แจงแนวทางและหลักเกณฑ์การจัดสรรทุน สำหรับปีงบประมาณ 2565 พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากผู้สนใจทุกคนเพื่อให้ได้มีโอกาสรับทุนสนับสนุนมากยิ่งขึ้น กับโครงการเวทีรับฟังความคิดเห็นเรื่องแนวทางและหลักเกณฑ์การจัดสรรทุน สำหรับปีงบประมาณ 2565 “TMF Public Hearing: Grants for Change 2022”

โดย ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ อธิบายภาพการจัดสรรทุนปี 2564 และ ชี้ทิศทางการเปิดให้ทุนปีงบประมาณ 2565 พร้อมเป็นเวทีรับฟังความคิดเห็นแนวทางและหลักเกณฑ์การจัดสรรทุน โดยมีนางวรินรำไพ ปุณย์ธนารีย์ รองผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์, ร้อยโท ดร.ธนกฤษฏ์ เอกโยคยะ รองผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และ ดร.ชำนาญ งามมณีอุดม ผู้เชี่ยวชาญ รักษาการแทนผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายและยุทธศาสตร์ เข้าร่วมงาน ซึ่งในเวทีรับฟังความคิดเห็น มีผู้สนใจเสนอโครงการ ร่วมระดมความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก

ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวถึงการจัดสรรทุนปี 2564 ว่า

“ในปีนี้ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ได้เปิดรับข้อเสนอโครงการ 3 ครั้ง โดยแต่ละครั้งมีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน โดยปี 64 นี้ เราเปิดรับข้อเสนอโครงการ 3 ครั้ง ได้แก่ ครั้งที่ 1 โดยยื่นขอผ่านระบบออนไลน์ ตั้งแต่ 20 มกราคม – 19 กุมภาพันธ์ 2564 สำหรับการจัดสรรทุนประจำปี 2564 วงเงินงบประมาณไม่เกิน 300 ล้านบาท แบ่งการให้ทุนออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้ 1. การให้ทุนประเภทเปิดรับทั่วไป (Open Grant) วงเงินไม่เกิน 90 ล้านบาท 2. การให้ทุนประเภทเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Grant) วงเงินไม่เกิน 180 ล้านบาท และ 3. โครงการประเภทความร่วมมือ (Collaborative Grant) วงเงินไม่เกิน 30 ล้านบาท ครั้งที่ 2 กองทุนเปิดรับข้อเสนอโครงการหรือกิจกรรมประเภทผู้รับทุนเดิมยื่นขอผ่านระบบออนไลน์ตั้งแต่ 10 สิงหาคม – 9 กันยายน 64 วงเงินงบประมาณ 30 ล้านบาท ทุนประเภทนี้เป็นทุนที่มีลักษณะเป็นการขยายผลโครงการหรือกิจกรรมที่เคยได้รับการสนับสนุนจากกองทุน มาก่อนในระหว่างปี 2560 – 2563 ซึ่งดำเนินงานเสร็จสิ้นแล้ว และไม่มีภาระผูกพันตามสัญญาให้ทุนเดิม และครั้งที่ 3 กำลังเปิดรับข้อเสนอโครงการหรือกิจกรรมประเภทส่งเสริมและสนับสนุนเด็กและเยาวชน ซึ่งทุนประเภทนี้เพิ่งเปิดเป็นปีแรก โดยเปิดรับไปเมื่อ 29 กันยายน – 28 ตุลาคม 2564 วงเงินงบประมาณ 40 ล้านบาท

ซึ่งในปีหน้า 2565 ทางกองทุนจะเปิดรับข้อเสนอโครงการ โดยจะมีการปรับเวลาในการทำงานให้เร็วขึ้น เนื่องจากมีความเหลื่อมในเรื่องเวลาการทำงานระหว่างกองทุนสื่อกับ กสทช.อยู่ประมาณ 1 ไตรมาส เราจึงอยากเริ่มทำงานพิจารณาทุนตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนในปี 64 เพื่อจะได้สามารถตัดสินการให้ทุนทำงานกับผู้ขอทุนได้ตั้งแต่เดือนมกราคมปี 65 เป็นต้นไป”

นางวรินรำไพ ปุณย์ธนารีย์ รองผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวถึง

“หลักเกณฑ์ในการขอรับข้อเสนอโครงการ ของ ทุนประเภทเปิดรับทั่วไป จะมี

  1. ข้อเสนอต้องตอบสนองกับยุทธศาสตร์ของกองทุนสื่อ ที่มีความปลอดภัยและ สร้างสรรค์ (หรือเขียนให้ตอบโจทย์แนวทางของทุนแต่ละประเภท)
  2. มีการวางแผนที่ดี ทำให้กรรมการเชื่อว่าสามารถดำเนินงานตามแผนได้จริง มีแผนปฏิบัติงาน (Action plan) ที่ชัดเจน
  3. ต้องตอบได้ว่าโครงการของท่านมีผลกระทบเชิงบวกกับสังคมอย่างไรใน 1 ปีนั้น
  4. มีความความเหมาะสมของงบประมาณกับเนื้องานในโครงการ
  5. ควรเตรียมเครดิตการทำงานของผู้ขอทุนไว้ในการนำเสนอต่อกรรมการด้วย

ร้อยโท ดร.ธนกฤษฏ์ เอกโยคยะ รองผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เผย

“หลักเกณฑ์ในการเปิดรับข้อเสนอโครงการ ของทุนประเภทความร่วมมือ จะใช้หลักเดียวกับทุนอีกสองประเภท (เกณฑ์ 5 ประการ) โดยพิจารณาจากความเป็นไปได้ในการทำงานและความสอดคล้องของข้อเสนอ เช่น แผนดำเนินงานกับผลลัพธ์ของโครงการเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และหากมีการใช้สื่อที่มีลิขสิทธิ์ในโครงการ ต้องมีการขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรมาแล้วให้เรียบร้อย”

ดร.ชำนาญ งามมณีอุดม ผู้เชี่ยวชาญ รักษาการแทนผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายและยุทธศาสตร์ กล่าวว่า

“หลักเกณฑ์ในการเปิดรับข้อเสนอโครงการ ของทุนประเภทยุทธศาสตร์ เป็นการคิดตรงข้ามกับทุนแบบทั่วไป เพราะผู้ขอทุนต้องสนใจในประเด็นทางสังคมที่ต้องการให้เกิดความเปลี่ยนแปลง และดูจากคุณสมบัติของผู้ขอทุนเป็นหลัก อาทิเช่น เป็นผู้ที่มีความเข้าใจ มีความคุ้นเคย คุกคลีกับกลุ่มเป้าหมายและเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย ทุนประเภทนี้จึงเหมาะกับคนทุกประเภทที่มาพร้อม “แรงบันดาลใจ” ในการสร้างพลังเชิงบวกให้กับสังคม”

ในการระดมความคิดเห็นครั้งนี้ได้มีประเด็นที่สนใจมากมาย อาทิ ผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนในห้องย่อยประเภททุนด้านยุทธศาสตร์ เสนอให้มีการพิจารณาการเพิ่มยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการใช้ชีวิตหลังโควิดในทุกมิติ ทั้งเรื่องสังคม สิ่งแวดล้อม การแพทย์และเศรษฐกิจ หรือเพิ่มยุทธศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติเข้าไปในปี 65 ด้วย เพราะเป็นประเด็นที่กองทุนสื่อยังไม่เคยมี ว่าด้วยเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ หรือสภาวะโลกร้อน ที่น่าจะเป็นปัญหาสำคัญในปัจจุบันและอนาคต และอยากให้กองทุนช่วยกำหนดขอบเขตความชัดเจนของยุทธศาสตร์ระดับพื้นที่หรือท้องถิ่นด้วยว่าคืออะไร เพื่อให้ผู้ขอทุนสามารถประเมินการทำงานของตนเองในระดับพื้นที่ว่าตรงกับยุทธศาสตร์ที่ตั้งไว้หรือไม่

ในส่วนของห้องย่อยประเภททุนทั่วไป มีข้อคิดเห็นที่น่าสนใจจากผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยน คือ มีผู้เสนอการปรับรูปแบบการให้ทุน โดยคัดเลือกและเกลี่ยการแข่งขันตามจำนวนเงินทุน เช่น โครงการขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ และเสนอให้กองทุนให้ความสำคัญกับโครงการของประชาชนทั่วไป องค์กรภาคประชาสังคม หรือองค์กรเล็ก ๆ มากขึ้น เพื่อกระจายโอกาสการทำงานในภูมิภาคให้ทั่วถึง นอกจากนี้ ยังอยากให้โครงการด้านศิลปะและวัฒนธรรม ที่ในปัจจุบันมีพลวัตสูง มีผู้เชี่ยวชาญที่มีความสามารถในหลายศาสตร์มาร่วมพิจารณาโครงการด้วย และน่าสนใจที่จะเพิ่มการสนับสนุนให้เกิดการสร้าง Soft Power จากงานศิลปวัฒนธรรมเหล่านี้

และสำหรับห้องย่อยทุนความร่วมมือนั้น มีองค์กรที่เคยทำงานร่วมกับกองทุนสื่อสนใจประเด็นเกี่ยวกับการสร้างความรู้เท่าทันสื่อในเรื่องเฟคนิวส์กับกลุ่มคนพิการ โดยมองว่าน่าจะมีโครงการที่ช่วยทำระบบการตรวจสอบเฟคนิวส์สำหรับคนพิการและครอบคลุมกับประเภทคนพิการให้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จะนำประเด็นข้อเสนอความคิดเห็น จากเวทีรับฟังความคิดเห็นแนวทางและหลักเกณฑ์การจัดสรรทุนครั้งนี้ ไปขับเคลื่อนในเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อยกระดับและพัฒนาแนวทางและหลักเกณฑ์การจัดสรรทุนให้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้น เพื่อหวังให้เกิดการสนับสนุนโครงการที่ดี ที่สร้างสรรค์เป็นประโยชน์ต่อสังคมต่อไป

กองทุนสื่อเปิดเวทีรับฟังความเห็นครบ 4 ภาค พร้อมเปิดร่างหลักเกณฑ์การจัดสรรทุนปี 64

18 ธ.ค. 63 สำนักงานกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัดประชุมรับฟังความคิดเห็น เรื่องแนวทางและหลักเกณฑ์การจัดสรรทุนสำหรับปีงบประมาณ 2564 ภาคเหนือ ณ ห้องประชุมใหญ่ คณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่

ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวว่า หลังจากเดินสายรับฟังความคิดเห็นทั้ง 4 ภาคแล้ว ได้รับทราบถึงความต้องการของผู้มีส่วนได้เสีย ข้อเสนอแนะ ความคิดเห็น มายกร่าง

โดยกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และอนุกรรมการบริหาร กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เพื่อมากำหนด กรอบ แนวทาง และหลักเกณฑ์ ในการจัดสรรทุนปี 64 ต่อไป โดยสัปดาห์แรกของปี 2564
สำนักงานกองทุนจะแถลงข่าวชี้แจงเปิดรับข้อเสนอภาพรวมแนวทางการจัดสรรทุนด้วย เบื้องต้นได้ตั้งงบประมาณทุนประเภทเปิดรับทั่วไปไว้ 90 ล้านบาท ตามกลุ่มเป้าหมายดังนี้ กลุ่มเด็กและเยาวชน 30 ล้าน กลุ่มผู้สูงอายุ 20 ล้าน กลุ่มคนพิการ,ด้อยโอกาส 20 ล้าน กลุ่มประชาชนทั่วไป 20 ล้าน

ทุนประเภทยุทธศาสตร์ 180 ล้าน ซึ่งมีทั้งโครงการขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ทุนประเภทความร่วมมือ 30 ล้าน ทั้งนี้จะนำเสนอร่างหลักเกณฑ์ดังกล่าวต่ออนุกรรมการบริหารและกรรมการกองทุนฯ. ในวันที่ 22 และ 24 ธค.63 ตามลำดับหากได้รับความเห็นชอบ ก็จะดำเนินการประกาศให้มีการยื่นขอทุนได้ทันทีหลังปีใหม่

“การเดินสายรับฟังความคิดเห็น ถือว่าได้ประโยชน์มาก เพราะเป็นการทำงานอย่างมีส่วนร่วมในอีกรูปแบบ
โดยไม่จำเป็นว่าผู้ที่มาร่วมแสดงความคิดเห็นจะต้องได้รับทุนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นจิตวิญญาณในการเรียนรู้ เพื่อเปิดพื้นที่ที่มีคุณค่า ในการที่จะสร้างผลกระทบทางสังคมร่วมกันด้วย” ดร.ธนกร กล่าว

วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ให้หลักการกองทุนสื่อ หาพันธมิตร อาสาสมัคร เครือข่ายจิตอาสา เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมให้มากขึ้น

ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เป็นประธานเปิดกิจกรรม “TMF Power Fusion” โดย “กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์” จัดขึ้น เพื่อเปิดเวทีให้นักศึกษาและประชาชน 5 ภูมิภาค ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะการรู้เท่าทันสื่อและผลิตสื่อที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ รวมถึงเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง ชุมชน และสังคม ภายในงานครั้งนี้ ประธานได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ พร้อมด้วย นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม, รศ.ดร. พนา ทองมีอาคม, นางสาวลัดดา ตั้งสุภาชัย, ผศ.ดร. วรัชญ์ ครุจิต, นายสมชาย เจริญอำนวยสุข, ดร.ธนกร ศรีสุขใส, ดร. สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน และ นายธวัชชัย ไทยเขียว จัด TMF Talks ในหัวข้อ “การบูรณาการแผนพัฒนา ด้านการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ระยะที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๖๓ – ๒๕๖๕)” และ เสวนาวิชาการ การสร้างสื่ออย่างสร้างสรรค์ด้านพลังการมีส่วนร่วม (วันพุธที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2563 โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร)

ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ มีความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในทุกวันนี้ที่เราอยู่กับสื่อ สื่อในที่นี้คือการส่งข่าวสาร ส่งความหมายไปยังอีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งถ้าไปถึงคนจำนวนมาก เราเรียกว่าสื่อสารมวลชน ถ้าไปถึงคนจำนวนน้อยเราจะเรียกว่าสื่อเฉพาะบุคคล สื่อมวลชนที่มีโอกาสเข้าถึงเนื้อหาสาระทีละมากๆ นับว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ เพราะถ้าเป็นสื่อที่ไม่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ เช่น สื่อที่เท็จ สื่อที่ระรานผู้อื่น หรือแม้แต่ข่าวสารใดๆ ก็ตามที่ทำให้เกิดความจงเกลียดจงชัง เกิดความเป็นศัตรู ทั้งหมดนี้เป็นสื่อที่ไม่ปลอดภัยและไม่สร้างสรรค์ มีแต่ทำให้เกิดความแตกร้าว มองหน้ากันไม่ติด เพราะถ้าเกิดความหลงเชื่อกัน ก็อาจจะทำให้เกิดผลร้าย
ด้วยเหตุนี้เอง รัฐบาลจึงมอบหมายให้กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เป็นหน่วยงานที่จะช่วยทำให้เกิดสื่อสร้างสรรค์ขึ้นมา ใหเกิดสื่อที่มีความปลอดภัยขึ้นมา เราทำกองทุนขึ้นมาก็มีเงินเล็กน้อยและคนจำนวนน้อย รวมถึงระยะเวลาในการก่อตั้งก็ไม่นานนัก เราจะทำยังไงกัน? ก็มีหลักการง่ายๆ คือ เราต้องหาพันธมิตร อาสาสมัคร เครือข่ายจิตอาสา เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมให้มากขึ้น

ด้าน รศ.ดร. พนา ทองมีอาคม ประธานอนุกรรมการเกี่ยวกับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน เผยว่า
งานวันนี้จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้ทุกท่าน ได้เข้ามามีส่วนร่วมกับพวกเราชาวกองทุนพัฒนา สื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ในปัจจุบัน การมีส่วนร่วมของประชาชนถือเป็นหลักการสากลที่สำคัญ นิยามของคำว่า “การมีส่วนร่วมของประชาชน” ก็คือ การกระจายโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมสำคัญของการบริหารบ้านเมือง ร่วมตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับประชาชน ที่จะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน บทบาทในการมีส่วนร่วมนั้น เบื้องต้นเลยคือการที่ ประชาชนเข้ามามีส่วนในการให้ข้อมูล มีโอกาสได้ร่วมแสดงความคิดเห็น ร่วมในการวางแผน และมีส่วนร่วมลงมือปฏิบัติร่วมกัน นี่เป็นกรอบคิดโดยรวมเกี่ยวกับการมีส่วนร่วม กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เป็นกองทุนของรัฐในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อให้เป็นแหล่งเงินทุนที่ใช้ในการผลิต การพัฒนา และการเผยแพร่สื่อที่มีคุณภาพ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และพฤติกรรมที่ดีของเด็กและเยาวชน ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีในครอบครัว และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาสื่อ
กฎหมายจัดตั้งให้กองทุนทำงานได้เป็นอิสระ แต่ก็มีองค์ประกอบของคณะกรรมการที่มีทั้งข้าราชการประจำและผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาต่าง ๆ 9 ท่านจากภายนอก กองทุนมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการ และได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี ดร.วิษณุ เครืองาม ทำหน้าที่ มีรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม นายอิทธิพล คุณปลื้ม เป็นรองประธานฯ และมีผู้จัดการกองทุน เป็นเลขานุการการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสื่อเป็นพันธกิจสำคัญของกองทุน ที่กฎหมายกำหนดไว้ มีคณะอนุกรรมการเกี่ยวกับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ทำหน้าที่ในการเสนอมาตรการเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือและประสานงานระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชน เพื่อให้ประสานความร่วมมือพัฒนาด้านสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ โดยมุ่งหมายให้การพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์เกิดประโยชน์แก่ประชาชน
ยุทธศาสตร์ส่งเสริมการมีส่วนร่วมที่กองทุน เลือกใช้ในปัจจุบัน คือการจัดให้มีกลไก ภาคีเครือข่าย เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนงานด้านการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ การเฝ้าระวัง และการรู้เท่าทันสื่อกองทุนปรารถนาจะสร้างเครือข่ายผู้ผลิตสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ที่มีจำนวนและมีความหลากหลายมากขึ้น สร้างนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงาน เกิดข้อเสนอเชิงนโยบายระดับชาติ ที่เกี่ยวข้องกับสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ โดยภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมเป็นเจ้าของร่วมกัน

นอกจากนั้น นางลัดดา ตั้งสุภาชัย กล่าวว่า ในสมัยของตนเองมีเพียงแค่ Hi5 แต่ปัจจุบันเรามีสื่อสังคมออนไลน์มากขึ้น แต่ปัญหาก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม มีหลายท่านถามว่าเมื่อไหร่จะหยุดเฝ้าระวังสื่อที่ไม่ปลอดภัยและไม่สร้างสรรค์สักที? คำตอบคือ ต้องไม่มีใครเกิด เพราะเราทำงานเฝ้าระวังสื่อที่ไม่ปลอดภัยที่เป็นปัญหาสังคมอยู่ ไม่ว่าจะเป็นความรุนแรง การเรียกร้องโดยการใช้คำหยาบคาย เราเห็นเรื่องของการนำเสนอเรื่องเพศ การกลั่นแกล้งกัน ตลอดไปจนสื่อที่ไม่สร้างสรรค์ ซึ่งส่งผลกระทบไปในสังคมเป็นอย่างมาก
ปัญหาพฤติกรรมของคนและการนำเสนอของสื่อยังคงทวีความรุนแรงมากขึ้น ในวันนี้เด็กเล่นเกมที่บ้านมากขึ้น บวกกับการใช้ความรุนแรง และการใช้ภาษาที่ทำให้เกิดการฆ่าตัวตายมากขึ้น ถ้าเราขาดสติและการใช้ศีล 5 บวกกับการร่วมด้วยช่วยกันในเครือข่าย ก็จะทำให้การเฝ้าระวังสื่อที่ไม่ปลอดภัยและไม่สร้างสรรค์ไม่สำเร็จนั่นเอง

นายสมชาย เจริญอำนวยสุข กล่าวว่า วันนี้กองทุนสื่อ จะคอยเป็นตัวเชื่อมให้ท่านสามารถทำงานถึงกันได้ สามารถสื่อสารให้เกิดขึ้นได้ โดยต้องเป็นสื่อที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ ทุกวันนี้ทุกท่านทั้งหลายเป็นสื่อได้ด้วยตัวของท่านเอง กองทุนสื่อ จะช่วยให้ท่านสามารถสร้างสรรค์สื่อได้ ถึงแม้เงินเพียงแค่ 300 ล้านบาท แต่ท่านจะสามารถสร้างสื่อให้ประชาชนหรือผู้บริโภคได้ประโยชน์ต่อไปได้ นอกจากนี้ท่านจะต้องคิดถึงส่วนรวมให้มากว่าผลกระทบในการส่งต่อข่าวปลอมจะมีมากน้อยเพียงใดถ้าท่านสื่อสิ่งที่ดีๆ ออกไป ก็จะส่งผลดี แต่ถ้าท่านส่งสื่อที่ไม่ดีออกไป ก็อาจจะส่งผลร้ายต่อตัวท่านและสังคมเองก็ได้ ขอให้ท่านคิดก่อนส่ง อย่าให้นิ้วเป็นเจ้านายสมอง ให้สมองเป็นเจ้านายนิ้ว ช้าหน่อยแต่จะมั่นใจได้ในการส่งต่อข่าวจริงต่อไป

ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต กล่าวว่า นวัตกรรมสื่ออาจจะเป็นสิ่งที่ต่อยอดจากสิ่งเดิม แล้วต่อยอดในรูปแบบใหม่ เราอาจจะคุ้นเคยสิ่งประดิษฐ์ แต่ไม่จำเป็นสำหรับนวัตกรรมสื่อ เพราะมีความหลากหลายมากกว่านั้น โดยแทนที่เราจะสร้างแอพพลิเคชั่น แต่สามารถสร้างนวัตกรรมกิจกรรมให้เด็กมีการเรียนรู้ ไม่ติดหน้าจอได้ นวัตกรรมทำได้ โดยมี 3 รูปแบบ คือ คนที่จะขับเคลื่อนนวัตกรรมใหม่ๆ ในสังคม หรือที่เราเรียกว่านวัตกร โดยอยู่บนพื้นฐานของสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ คิดแล้วอยู่ภายใต้โจทย์ที่สังคมดีขึ้น หลังจากนั้นคือสินค้าหรือชิ้นงานที่ดีขึ้นมาได้ โดยแบ่งเป็นคอนเทนต์หรือเนื้อหาที่มีรูปแบบใหม่ เล่าเรื่องได้น่าสนใจ และมีความคิดสร้างสรรค์ และช่องทางไม่ว่าจะเป็นการสร้างช่องทางใหม่ขึ้นมาได้เอง หรือการสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมได้มากขึ้น ทำอย่างไรให้คนมารวมตัวกันให้ทำสิ่งที่ดี และรูปแบบสุดท้ายคือกระบวนการ เป็นความคิดในการจัดทำชิ้นงาน ทำให้เกิดการขับเคลื่อนงานที่ดีขึ้น ซึ่งประกอบไปด้วยวิธีการที่ทำ เป็นที่ยอมรับ และการเผยแพร่กระบวนการว่าเป็นอย่างไรบ้าง? มีประโยชน์ต่อสังคมมากน้อยแค่ไหน? ทั้งหมดต้องอยู่บนพื้นฐานของสื่อที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์

ดร.สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน กล่าวว่า กองทุนสื่อ ถูกแบ่งเป็นสองขา คือ ซ่อมสังคม กับสร้างสังคม ซึ่งต้องเป็นมิติที่คู่ขนานกันไป เราจะซ่อมสังคมอย่างเดียวไม่ได้ เราจำเป็นที่จะต้องปลูกฝังให้เกิดสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ตั้งแต่เด็ก พูดกันเรื่องรู้เท่าทันสื่อ เราพูดกันมาอย่างยาวนาน แต่สังคมไทยยังอยู่ในหลุมของการไม่รู้เท่าทันสื่ออยู่ การศึกษาในยุคนี้ เราต้องศึกษานอกห้องเรียน การตอบโจทย์เรื่องการศึกษาแล้วเชื่อมโยงกับกองทุนสื่อ มันเป็นทางที่ใช่ โดยที่รู้จักการพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนด้วย ซึ่งหลายโครงการในปีที่ผ่านมาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถพัฒนาการศึกษาผ่านสื่อได้จริง หรืออย่างการเพิ่มพื้นที่ทางสังคมให้กับเยาวชน เพื่อที่จะเห็นการเติบโตกับคนในพื้นที่แล้วก็สร้างสื่อที่เหมาะกับคนในพื้นที่ กองทุนสื่อ พยายามส่งเสริมให้เกิดขึ้นได้จริง บนพื้นฐานของความสนใจเราต้องหยิบยกออกมาให้เกิดขึ้น คุณต้องมีเนื้อหาที่มีความแตกต่างและสามารถสร้างสังคมให้เกิดความคุ้มค่าให้ได้มากที่สุด

นายธวัชชัย ไทยเขียว กล่าวว่า ในฐานะที่คนที่ทำงานกับเด็กมานาน ผมขอพูดในฐานะผู้ใหญ่ที่ทำงานกับเด็ก และเด็กที่ทำงานด้านสื่อ วันนี้เป็นเรื่องที่น่าเศร้าเล็กๆ ว่าผู้ใหญ่ไม่เข้าใจเด็กและเยาวชน เด็กไม่ใช่ผู้ใหญ่ย่อส่วน จริงๆ แล้วเด็กสนใจทุกอย่าง เพราะเขาไม่เคยเจอ การศึกษาของเขาจะเปลี่ยนไปตามวัยของตนเอง ถ้าเราไม่เข้าใจสิ่งเหล่านี้ เราจะไม่เหลือเด็กให้กอด
เพราะฉะนั้น ผู้ใหญ่ที่จะมาผลิตสื่อให้เด็ก ต้องเข้าใจพัฒนาการว่าเด็กด้านไหน ควรทำแบบไหน? ควรให้สื่อแบบไหน? เพราะฉะนั้นเราจะไม่สามารถสร้างสื่อที่เหมาะสมได้ รวมไปถึงช่วงเวลาที่เอาไปฉายด้วย ขณะนี้เราเกิดสื่อในหลายมิติ และยังมีกองทุนสื่อ ให้เด็กมาขอเฉพาะ เด็กเวลาที่ทำอะไรจะทำเกินตัวเพื่อที่จะให้สังคมยอมรับได้ ฉะนั้นเวลาที่เด็กจะผลิตสื่อจะผลิตใหญ่เกินตัว แต่เด็กในยุคนี้ฉลาดเกินกว่าเด็กยุคก่อน เพียงแต่แยกแยะไม่ได้ เพราะฉะนั้นต้องระมัดระวังในการให้เด็กทำงานสื่อ ต้องทำให้เกิดการถกแถลงมากขึ้น เพื่อให้พัฒนาผลงานได้ในที่สุด

ท้ายสุด ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าว สรุปปิดท้ายว่า กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ส่งเสริมและมุ่งผลิตสื่อสร้างสรรค์ ส่งเสริมให้เกิดกระบวนการในการคัดกรองสื่อที่ปลอดภัย รวมไปถึงการสร้างการมีส่วนร่วมในสื่อที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ กองทุนจึงจัดตั้งเวทีทั้ง 5 ภาค โดยมีวัตถุประสงค์ให้ประชาชนเข้าใจการรู้เท่าทันสื่อ การรับสื่อที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ โดยกองทุนตระหนักดีว่าการขับเคลื่อนสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ไม่สามารถทำได้แต่เพียงผู้เดียว
การจัดโครงการเราเริ่มมาทั้งหมด 4 ภาค 4 พื้นที่ จนถึงวันนี้เป็นเวทีสุดท้าย โดยในเวทีนี้จะเปิดให้มีส่วนร่วมในการทำเวิร์คช็อปในห้องทั้งหมด 3 อนุกรรมการฯ ซึ่งจะนำไปสู่การขับเคลื่อนสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ต่อไป วันนี้เราจะเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างสื่อที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ต่อไป หลังจากนี้ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้เข้าร่วมการสัญจรทั้ง 5 ภาค จะนำไปกำหนดเป็นแบบแผนในการผลิตสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ต่อไป

เวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชนภาคใต้ แนะกองทุนสื่อ พัฒนากลไกสื่อสารเพื่ออนุรักษ์ประเพณีท้องถิ่นทำให้ชุมชนพึ่งพาตัวเองได้

สำนักงานกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับคณะอนุกรรมการเกี่ยวกับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน จัดประชุมเปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการจัดสรรทุน ประจำปีงบประมาณ2564
” TMF Public Hearing : Grants for Change 2021″
ภาคใต้ จ.สุราษฎร์ธานี ณ.ห้องแกรนด์บอลรูม2 โรงแรมบรรจงบุรี จ.สุราษฎร์ธานี

โดย รศ.ดร.พนา ทองมีอาคม ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสื่อมวลชน ประธานอนุกรรมการเกี่ยวกับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน นางสาวลัดดา ตั้งสุภาชัย ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ประธานอนุกรรมการเกี่ยวกับการเฝ้าระวังสื่อที่ไม่ปลอดภัยและไม่สร้างสรรค์นายนคร วีระประวัติ อนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมเป็นวิทยากรเสวนาแนวทางการจัดสรรทุนสำหรับปีงบประมาณ 2564

โดยผู้ทรงคุณวุฒิ ต่างให้ผู้เข้าร่วมเสวนา ได้รับทราบวัตถุประสงค์ พันธกิจ ของ พรบ.กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ โดยเปิดโอกาสให้ทุกคน ได้ร่วมทำงานกับกองทุน ทั้งเขียนโครงการขอรับทุน ร่วมให้ข้อมูล ข้อเสนอแนะ รวมทั้งการแสดงความคิดเห็นในการจัดทำแผน หลักเกณฑ์ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์มากยิ่งขึ้น เพื่อให้สังคมและประเทศชาติ ได้ประโยชน์และเกิดสันติสุขร่วมกันในท้ายที่สุด

ด้าน ดร.ธนกร ศรีสุขใส
ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวว่า การเดินสายรับฟังความคิดเห็นจากทุกพื้นที่ภาค เป็นการเก็บข้อมูล และบันทึกเสนอว่า ส่วนไหนที่กองทุน สามารถตอบสนอง ให้ประชาชน ผู้มีส่วนได้เสีย เพราะเชื่อว่า สื่อมีพลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงสังคมและทำให้ประเทศชาติดีขึ้นได้
‘ประชาชนที่ขอรับการเสนอทุน ต้องให้สอดคล้องกับวัตถุประสงศ์ ซึ่งการพิจารณาโครงการจะพิจารณาจากทุกองค์ประกอบ ทุกประเด็น’

ดร.ธนกร กล่าวต่อว่า การสร้างปัญญาให้ความรู้ถือเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ โดยพัฒนากลไกสื่อสาร สร้างโมเดลต้นแบบ ภายใต้ระบบฐานชีวิต ทำให้ชุมชนตื่นตัว และเกิดความเข้มแข็ง โดยเฉพาะมรดกวัฒนธรรม การอนุรักษ์ประเพณีท้องถิ่น ทำให้เกิดศักยภาพในการที่จะทำให้เกิดความมั่นคง ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเอง ของการใช้สื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ได้กว้างขวางขึ้น

“วิสาสะเสวนา” ชวนคิด ชวนคุย … ก้าวใหม่ของการติดตามและประเมินผลงานสื่อสำหรับเด็กและเยาวชน’

“วิสาสะเสวนา”
ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วม “วิสาสะเสวนา” ชวนคิด ชวนคุย ก้าวใหม่ของการติดตามและประเมินผลงาน สื่อสำหรับเด็กและเยาวชน’ กับคณะทำงานติดตามและประเมินผลโครงการ Open Grant 2561,2562 คณะทำงานติดตามและประเมินผลโครงการ Strategic Grant 2561 ,2562 มาร่วมพูดคุยและปรึกษาหารือ

วัตถุประสงค์
เพื่อสร้างความรู้จักและเข้าใจการทำงานร่วมกัน ระหว่างสำนักงานกองทุน และ คณะทำงานติดตามและประเมินผลเพื่อให้เกิดกระบวนการการมีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทางการดำเนินงานติดตามและประเมินผล เพื่อแสวงหาแนวทาง จุดร่วม และเครื่องมือในการดำเนินงานติดตามและประเมินผลของโครงการให้ทุนรวมถึง ชวนคิด ชวนคุย ก้าวใหม่ของการติดตามและประเมินผลงานสื่อสำหรับเด็กและเยาวชน ณ ห้องประชุม ROSE CORNER โรงแรมสวนสามพราน จังหวัดนครปฐม

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัดเวทีส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ครั้งที่ 4 ภาคตะวันออก

นาย อิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐกถาในเวทีส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน 5 ภูมิภาค
“TMF POWER FUSION” ครั้งที่ 4 ภาคตะวันออก ณ โรงแรมบางแสนเฮอริเทจ อำเภอเมืองชลบุรี จ.ชลบุรี

นายนริศ นิรามัยวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวต้อนรับ และขอบคุณกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ที่จัดกิจกรรมด้านสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ส่งเสริมการมีส่วนร่วม
ให้กับประชาชนในภาคตะวันออก

โดยมี รศ.ดร. พนา ทองมีอาคม ประธานอนุกรรมการเกี่ยวกับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน พร้อมด้วยกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และภาคีเครือข่าย เข้าร่วมงาน

โดยเวทีส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน 5 ภูมิภาค “TMF POWER FUSION”มีวัตถุประสงค์ให้ประชาชนทุกภูมิภาคได้เข้ามาเป็นภาคีเครือข่าย
กับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เพื่อร่วมแรงร่วมใจเผยแพร่ความรู้และแนวคิดด้านสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์สร้างโอกาสในการทำงานร่วมกัน สนับสนุนซึ่งกันและกันภายใต้หลักการส่งเสริมการมีส่วนร่วมสำหรับ กิจกรรม TMF Power Fusion จะจัดขึ้นอีกครั้งในวันพุธที่ 9 ธันวาคม 2563 ณ โรงแรมมิราเคิลแกรนด์คอนเวนชั่น กรุงเทพฯผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมงานได้ที่ https://tmfpowerfusion.com/