เลือกหน้า

วันคริสต์มาสและวันขึ้นปีใหม่ได้รับความสนใจสูงสุดในโซเชียลมีเดีย และ Instagram เป็นแพลตฟอร์มยอดนิยมแทน TikTok

วันคริสต์มาสและวันขึ้นปีใหม่ได้รับความสนใจสูงสุดในโซเชียลมีเดีย
และ Instagram เป็นแพลตฟอร์มยอดนิยมแทน TikTok

 

เดือนธันวาคม 2566 มีวันสำคัญ คือวันคริสต์มาสและวันขึ้นปีใหม่ ซึ่งตามเกณฑ์การศึกษา จัดอยู่ใน กลุ่มเนื้อหาเทศกาล ได้รับความสนใจสูงสุดในโซเชียลมีเดีย แต่เป็นอีกเดือนที่กลุ่มเนื้อหาสื่อ สิ่งบันเทิง ได้รับความสนใจมากถึง 6 ใน 10 อันดับ คือ ละครพรหมลิขิต 7 ตอนสุดท้าย, เดบิวต์วง BUS Because of you I shine, GMMTV STARLYMPIC 2023, Big Mountain Music Festival ครั้งที่ 13, ศิลปินดาราร่วมแคมเปญ Lazada 12.12 และ
THE UNIVERSE OF SUPERSTARS งานเปิดตัว EMSPHERE ส่วน กลุ่มเนื้อหา อาชญากรรม อุบัติเหตุ คือ
ลุงพลถูกตัดสินจำคุก 20 ปี จากคดีน้องชมพู่, แจ้งความสมรักษ์ คำสิงห์ กระทำผิดต่อหญิงวัย 17 ปี และ
กลุ่มเนื้อหาศาสนา ความเชื่อ คือ อาจารย์น้องไนซ์ เชื่อมจิต

เมื่อจำแนก Engagement ตามกลุ่มเนื้อหา พบว่า กลุ่มเนื้อหาสื่อ สิ่งบันเทิง มี 6 ประเด็น เป็นสัดส่วน 50.95%
กลุ่มเนื้อหา เทศกาล มี 1 ประเด็น คิดเป็น 35.04% กลุ่มเนื้อหา อาชญากรรม อุบัติเหตุ มี 2 ประเด็น คิดเป็น 11.28% และ กลุ่มเนื้อหา ความเชื่อ ศาสนามี 1 ประเด็น คิดเป็น 2.73%

Media Alert กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับ Wisesight ศึกษาการสื่อสารออนไลน์ของสังคมไทยในเดือนธันวาคม 2566 โดยใช้เครื่องมือ ZocialEye สำรวจจาก 5 แพลตฟอร์ม ได้แก่ 1) Facebook 2) X 3) Instagram 4) YouTube และ 5) TikTok โดยใส่คำค้นหาที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เช่น คริสต์มาส, ปีใหม่, พรหมลิขิต, Because of you I shine, ลุงพล เป็นต้น จากนั้นนำข้อมูลที่ได้จากเครื่องมือ ZocialEye มารวบรวมและเรียงลำดับตามจำนวน Engagement พบ 10 อันดับประเด็นที่โลกออนไลน์
ให้ความสนใจในเดือนธันวาคม 2566 คือ

1. เทศกาลคริสต์มาสและวันขึ้นปีใหม่

2. ละครพรหมลิขิต 7 ตอนสุดท้าย

3. เดบิวต์วง BUS Because of you I shine

4. ลุงพลถูกตัดสินจำคุก 20 ปี จากคดีน้องชมพู่

5. GMMTV STARLYMPIC 2023

6. Big Mountain Music Festival ครั้งที่ 13

7. อาจารย์น้องไนซ์ เชื่อมจิต

8. ศิลปินดาราร่วมแคมเปญ Lazada 12.12

9. แจ้งความสมรักษ์ คำสิงห์ กระทำผิดต่อหญิงวัย 17 ปี

10. THE UNIVERSE OF SUPERSTARS งานเปิดตัว EMSPHERE

10 ประเด็นที่ได้รับความสนใจ มีการสื่อสารและมีส่วนร่วมมากที่สุดในโลกออนไลน์ เดือนธันวาคม 2566

อันดับที่ 1 เทศกาลคริสต์มาสและวันขึ้นปีใหม่

เดือนธันวาคมเป็นช่วงเวลาของการเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสและส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ จึงเป็นโอกาสที่มีการสื่อสารเพื่อแบ่งปันข้อมูล ประสบการณ์ ความรู้สึก ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เช่น ภาพต้นคริสต์มาสขนาดใหญ่ตามสถานที่ต่าง ๆ โปรโมชันสินค้าส่งท้ายปีเก่า การรวมตัวกันเฉลิมฉลอง เป็นต้น ส่งผลให้เทศกาลคริสต์มาสและวันขึ้นปีใหม่ สามารถสร้าง Engagement ขึ้นมาเป็นอันดับที่ 1 ในเดือนธันวาคม 66

อันดับที่ 2 ละครพรหมลิขิต 7 ตอนสุดท้าย

ในเดือนธันวาคม 66 ละครพรหมลิขิตเข้าสู่ 7 ตอนสุดท้าย และยังคงเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจในสื่อสังคมออนไลน์อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนตุลาคม สำหรับเดือนธันวาคมนี้ เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการกล่าวถึงฉากสำคัญ เช่น การเปรียบเทียบฉากงานแต่งงานรุ่นพ่อแม่กับรุ่นลูก ฉากพี่ผินพี่แย้มกล่าวถึงพุดตานว่ามีกิริยาเหมือนการะเกด เป็นต้น

อันดับที่ 3 เดบิวต์วง BUS Because of you I shine

หลังจากได้ผู้ชนะในรายการ 789 Survival ที่ค้นหาศิลปินมาร่วมในวงบอยแบนทั้งหมด 12 คน ตั้งแต่ 26 พฤษภาคม 2566 ล่าสุด เมื่อ 6 ธันวาคม 2566 ได้มีการเดบิวต์วง ชื่อ BUS Because of you I shine พร้อมกับปล่อยเพลงแรกของวง คือ Because of you I shine ที่ได้รับความนิยม นอกจากนี้ยังพบกลุ่มผู้ที่ติดตามศิลปินในวง เช่น ภีม วสุพล, ไทย ชญานนท์ ฯลฯ ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์

อันดับที่ 4 ลุงพลถูกตัดสินจำคุก 20 ปี จากคดีน้องชมพู่

วันที่ 20 ธันวาคม 2566 ศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก 20 ปี ลุงพล หรือ นายไชย์พล วิภา จากคดีน้องชมพู่ ในสองข้อหา คือ กระทำการโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี โดยปราศจากเหตุอันสมควร ด้วยในเวลาร่วม 3 ปีที่ผ่านมา ลุงพล เป็นบุคคลที่ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์ จึงทำให้ประเด็นนี้ได้รับ Engagement สูงเป็นอันดับ 4

อันดับที่ 5 GMMTV STARLYMPIC 2023

GMMTV STARLYMPIC 2023 มหกรรมกีฬาและคอนเสิร์ตที่ทาง GMMTV จัดขึ้นเมื่อ 23 ธันวาคม โดยรวมศิลปินดารากว่า 100 ชีวิต แบ่งเป็น 2 ทีม เพื่อแข่งขัน 3 กีฬา คือ ฟุตซอล บาสเก็ตบอล และแบดมินตัน ซึ่งกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบนักแสดงจากช่อง GMMTV ให้ความสนใจกับมหกรรมนี้ และร่วมแบ่งปันภาพในวันงานผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ

อันดับที่ 6 Big Mountain Music Festival ครั้งที่ 13

เทศกาลดนตรีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย Big Mountain Music Festival ในปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 13 เมื่อวันที่ 8 ถึงวันที่ 9 ธันวาคม 2566 โดยมีศิลปินกว่า 200 คนที่ร่วมสร้างความสนุก เนื้อหาทางออนไลน์ส่วนใหญ่เป็นการแบ่งปันภาพและวิดีโอของผู้ที่เข้าร่วมงาน โดยศิลปินที่ถูกกล่าวถึงแล้วได้ Engagement สูง เช่น ระเบียบวาทศิลป์ , โจอี้ ภูวศิษฐ์ , 4EVE เป็นต้น

อันดับที่ 7 อาจารย์น้องไนซ์ เชื่อมจิต

น้องไนซ์ ด.ช. นิรมิต เทวาจุติ อายุ 8 ปี ที่รู้จักกันในชื่อ อาจารย์น้องไนซ์ เชื่อมจิต กลายเป็นกระแสบนสื่อสังคมออนไลน์ เนื่องจากมีการกล่าวอ้างว่าเป็นเทพลงมาจุติเพื่อช่วยเหลือมนุษย์ สามารถเชื่อมจิตได้ ทำให้มีลูกศิษย์หลายพันคน โดยเนื้อหาที่ได้รับความสนใจ คือ คำสอนที่ไม่ตรงกับหลักธรรมของพุทธศาสนา การอ้างว่าบรรลุอนาคามี การอวดอ้างอิทธิฤทธิ์ต่าง ๆ เป็นต้น

อันดับที่ 8 ศิลปินดาราร่วมแคมเปญ Lazada 12.12

Lazada จัดแคมเปญสุดพิเศษส่งท้ายปี 2566 กับ “12.12 เซลลดแรง! ส่งท้ายปี!” พร้อมกับศิลปินดารากว่า 40 ชีวิต เช่น เจมิไนน์ นรวิชญ์, โฟร์ท ณัฐวรรธ์, วิน เมธวิน, ไบร์ท วชิรวิชญ์ เป็นต้น โดยมีกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบศิลปินดาราเข้ามาสร้าง Engagement ในแคมเปญดังกล่าว

อันดับที่ 9 แจ้งความสมรักษ์ คำสิงห์ กระทำผิดต่อหญิงวัย 17 ปี

สมรักษ์ คำสิงห์ อดีตนักกีฬาเหรียญทองโอลิมปิก ถูกหญิงอายุ 17 ปี กล่าวหาว่ากระทำล่วงละเมิดทางเพศ หลังจากเที่ยวสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม โดยเนื้อหาที่เป็นความสนใจ คือ คำให้การของเพื่อนผู้เสียหายที่ไม่ตรงกัน ประเด็นผับเปิดให้เยาวชนอายุ 17 ปี เข้าไปใช้บริการ รวมถึงการสัมภาษณ์ เบสท์ รักษ์วนีย์ ลูกสาวของสมรักษ์ คำสิงห์ ถึงคดีดังกล่าวว่าให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย

อันดับที่ 10 THE UNIVERSE OF SUPERSTARS งานเปิดตัว EMSPHERE

The Universe of Superstars งานเปิด EMSPHERE เมื่อ 1 ธันวาคม 2566 มีศิลปินดาราจำนวนกว่า 100 คนเข้าร่วมงาน เช่น แอนโทเนีย โพซิ้ว, คิมมินกยู, ใหม่ ดาวิกา เป็นต้น มีผู้ที่ชื่นชอบศิลปินดาราร่วมโพสต์แบ่งปันและมีส่วนร่วมบนสื่อสังคมออนไลน์ จนสร้าง Engagement สูงติดอันดับ 10 ของประเด็นที่ได้รับความสนใจในเดือนธันวาคม 2566

โดยสรุป ทิศทางของการสื่อสารในโลกออนไลน์ของเดือนธันวาคม 2566 จาก 5 แพลตฟอร์มที่เป็นหน่วยการศึกษา คือ 1) Facebook 2) X 3) Instagram 4) YouTube และ 5) TikTok พบว่าเป็นกลุ่มเนื้อหาสื่อ สิ่งบันเทิง 6 ประเด็นคิดเป็น 50.95% กลุ่มเนื้อหาเทศกาล 1 ประเด็น (35.04%) กลุ่มเนื้อหาอาชญากรรม อุบัติเหตุ 2 ประเด็น (11.28%) และ ความเชื่อ ศาสนา 1 ประเด็น (2.73%)

เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนพฤศจิกายน 2566 พบว่า กลุ่มเนื้อหาสื่อ สิ่งบันเทิง ได้รับความสนใจลดลง จาก 7 ประเด็นในเดือนพฤศจิกายน เหลือ 6 ประเด็น ในเดือนธันวาคม โดยส่วนใหญ่ยังคงมาจากละครพรหมลิขิต

คอนเสิร์ตภายในประเทศ และงานอีเวนต์ อย่างไรก็ตาม กลุ่มเนื้อหาที่ได้รับความสนใจสูงสุดของเดือนธันวาคม 66 ก็สอดคล้องกับวาระช่วงปลายปี คือ กลุ่มเนื้อหาเทศกาลที่ต่อเนื่องจากประเด็นวันลอยกระทงในเดือนพฤศจิกายน เป็นประเด็นเทศกาลคริสต์มาสและวันขึ้นปีใหม่ในเดือนธันวาคม ส่วนกลุ่มเนื้อหาอาชญากรรม และอุบัติเหตุมี 2 ประเด็น คือ ลุงพลถูกตัดสินจำคุก 20 ปี จากคดีน้องชมพู่ และ แจ้งความสมรักษ์ คำสิงห์ กระทำผิดต่อหญิงวัย 17 ปี สุดท้ายคือกลุ่มเนื้อหา ความเชื่อ ศาสนา คือ อาจารย์น้องไนซ์ เชื่อมจิต ที่มี Engagement น้อยกว่า กลุ่มเนื้อหา เทศกาล กลุ่มเนื้อหาสื่อ สิ่งบันเทิง และกลุ่มเนื้อหา อาชญากรรมและอุบัติเหตุ ค่อนข้างมาก

กลุ่มเนื้อหาที่ได้รับความสนใจมากที่สุด จำแนกตามผู้สื่อสาร และแพลตฟอร์ม

จาก 10 ประเด็น ที่ได้รับความสนใจและมีการสื่อสารในสื่อสังคมออนไลน์มากที่สุด ในเดือนธันวาคม 2566 สามารถจำแนกเนื้อหาออกเป็น 4 กลุ่ม คือ กลุ่มเนื้อหาสื่อ สิ่งบันเทิง รวม 113,962,150 Engagement จาก 6 ประเด็น
คือ ละครพรหมลิขิต 7 ตอนสุดท้าย (40,403,582 Engagement), เดบิวต์วง BUS Because of you I shine (32,465,017 Engagement), GMMTV STARLYMPIC 2023 (17,999,578 Engagement), Big Mountain Music Festival ครั้งที่ 13 (13,263,330 Engagement), ศิลปินดาราร่วมแคมเปญ Lazada 12.12 (5,244,954 Engagement), THE UNIVERSE OF SUPERSTARS งานเปิดตัว EMSPHERE (4,585,689 Engagement)
กลุ่มเนื้อหา เทศกาล คือ เทศกาลคริสต์มาสและวันขึ้นปีใหม่ จำนวน 78,368,591 Engagement กลุ่มเนื้อหาอาชญากรรม อุบัติเหตุ คือ ลุงพลถูกตัดสินจำคุก 20 ปี จากคดีน้องชมพู่ (20,456,612 Engagement)
และ แจ้งความสมรักษ์ คำสิงห์ กระทำผิดต่อหญิงวัย 17 ปี (4,771,675 Engagement) กลุ่มเนื้อหาความเชื่อ
ศาสนา คือ อาจารย์น้องไนซ์ เชื่อมจิต (6,102,932 Engagement)

กลุ่มเนื้อหาสื่อ สิ่งบันเทิง มีกลุ่มผู้สื่อสารที่สามารถสร้างการมีส่วนร่วม หรือมี Engagement มากที่สุด คือ ผู้ใช้งานทั่วไป (63.62%) รองลงมาได้แก่ ผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ (21.79%), สื่อ สำนักข่าว (14.22%) และอื่น ๆ ได้แก่ แบรนด์ พรรคการเมือง และ ภาครัฐ รวม 0.37% โดยมี Instagram เป็นแพลตฟอร์มที่สร้าง Engagement มากที่สุดที่ 28.82% รองลงมาได้แก่ TikTok (27.47%), X (22.44%), Facebook (19.60%), YouTube (1.67%)

กลุ่มเนื้อหาเทศกาล มีกลุ่มผู้สื่อสารที่สามารถสร้างการมีส่วนร่วม หรือมี Engagement มากที่สุด คือ ผู้ใช้งานทั่วไป (51.71%) รองลงมาได้แก่ ผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ (44.57%), แบรนด์ (2.34%) สื่อ สำนักข่าว (1.34%) อื่น ๆ ได้แก่ ภาครัฐ พรรคการเมือง และนักการเมืองรวม 0.04% โดยมี Instagram เป็นแพลตฟอร์มที่สร้าง Engagement มากที่สุดที่ 37.12% รองลงมาได้แก่ TikTok (25.99%), X (24.31%), Facebook (11.52%), YouTube (1.06%)

กลุ่มเนื้อหาอาชญากรรม อุบัติเหตุ มีกลุ่มผู้สื่อสารที่สามารถสร้างการมีส่วนร่วม หรือมี Engagement มากที่สุด คือ สื่อ สำนักข่าว (59.10%) รองลงมาได้แก่ ผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ (20.64%), ผู้ใช้งานทั่วไป (20.17%) และอื่น ๆ ได้แก่ แบรนด์ และ พรรคการเมือง รวม 0.09% โดยมี Facebook เป็นแพลตฟอร์มที่สร้าง Engagement มากที่สุดที่ 46.96% รองลงมาได้แก่ TikTok (33.93%), YouTube (10.44%), X (6.19%), Instagram (2.48%)

กลุ่มเนื้อหาความเชื่อ ศาสนา มีกลุ่มผู้สื่อสารที่สามารถสร้างการมีส่วนร่วม หรือมี Engagement มากที่สุด คือ สื่อ สำนักข่าว (48.23%) รองลงมาได้แก่ ผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ (39.07%), ผู้ใช้งานทั่วไป (12.66%) และอื่น ๆ ได้แก่ แบรนด์ และ พรรคการเมือง รวม 0.04% โดยมี Facebook เป็นแพลตฟอร์มที่สร้าง Engagement มากที่สุดที่ 53.98% รองลงมาได้แก่ TikTok (32.32%), X (8.02%), YouTube (3.35%), Instagram (2.33%)

เมื่อพิจารณาแพลตฟอร์มการสื่อสารในภาพรวมพบว่า เดือนธันวาคม 2566 Instagram เป็นแพลตฟอร์มอันดับหนึ่งแทนที่ TikTok เนื่องจากเป็นแพลตฟอร์มที่เน้นในการแชร์ภาพ และคลิปวิดีโอสั้น ทำให้เหมาะกับการแบ่งปันประสบการณ์ต่าง ๆ บนสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลคริสต์มาสและวันขึ้นปีใหม่ ที่มีการตกแต่งสถานที่ การจัดกิจกรรมต่าง ๆ ทำให้ผู้คนอยากแชร์หรือเก็บภาพช่วงเวลาเหล่านั้นไว้

สำหรับกลุ่มเนื้อหาสื่อ สิ่งบันเทิง ในเดือนธันวาคม 2566 พบว่า แพลตฟอร์มที่สร้าง Engagement มากที่สุดกลับเป็น Instagram ที่ 28.82% ตามด้วย TikTok (27.47%), X (22.44%), Facebook (19.60%), YouTube (1.67%) แตกต่างจากเดือนพฤศจิกายน 66 ที่ Facebook เป็นแพลตฟอร์มหลักในการสื่อสารของกลุ่มเนื้อหาสื่อ สิ่งบันเทิง ในขณะที่ ผู้สร้าง Engagement ได้สูงที่สุดคือ ผู้ใช้งานทั่วไป ในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น จาก 51.53% ในเดือนพฤศจิกายน 2566 เป็น 63.62% ในเดือนธันวาคม 2566 โดยส่วนใหญ่มาจากกลุ่มแฟนคลับดารา ศิลปิน ที่แบ่งปันรูปภาพ วิดีโอ ของช่วงเวลาประทับใจผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์อย่าง Instagram และ TikTok ในสัดส่วนที่ใกล้กันมากคือ Instagram (28.82%) และ TikTok (27.47%) เช่นเดียวกับกลุ่มเนื้อหาเทศกาล คือ วันคริสต์มาสและวันขึ้นปีใหม่ที่ผู้สร้าง Engagement มากที่สุด ในสัดส่วน 51.71% คือ ผู้ใช้งานทั่วไป โดยมี Instagram เป็นแพลตฟอร์มหลักในการสื่อสาร ในสัดส่วนที่ 37.12% และ TikTok 25.99% ส่วนกลุ่มเนื้อหา อาชญากรรม อุบัติเหตุ และความเชื่อ ศาสนา Engagement ส่วนใหญ่ จะมาจากสื่อ สำนักข่าว มากที่สุด และแพลตฟอร์มที่สร้าง Engagement มากที่สุด
คือ Facebook

เปรียบเทียบผลการศึกษาการสื่อสารออนไลน์ของเดือนธันวาคม 2566 ใน 3 ประเด็นคือ ลุงพลถูกตัดสินจำคุก 20 ปี จากคดีน้องชมพู่ , อาจารย์น้องไนซ์ เชื่อมจิต, แจ้งความสมรักษ์ คำสิงห์ กระทำผิดต่อหญิงวัย 17 ปี

ประเด็นที่ได้รับความสนใจในกลุ่มเนื้อหาอาชญากรรม อุบัติเหตุ: ลุงพลถูกตัดสินจำคุก 20 ปี จากคดีน้องชมพู่

Engagement ส่วนใหญ่ของประเด็นลุงพลถูกตัดสินจำคุก 20 ปี จากคดีน้องชมพู่ มาจาก Facebook ที่ 56.19% ตามด้วย TikTok (22.84%), YouTube (12.37%), X (5.79%) และ Instagram (2.81%) โดยโพสต์ที่มี Engagement มากที่สุด 3 อันดับแรก คือ อันดับที่ 1 มาจาก Facebook บัญชี อีจัน โพสต์คลิป นายชัยรัตน์ ยอด

พรม หรือ ปู่มหามุนีนำพวงหรีดมาให้กำลังใจลุงพล แต่โดนแฟนคลับลุงพลไม่พอใจจนประทะคารมกัน โพสต์ดังกล่าวได้รับการมีส่วนร่วม 274,307 Engagement อันดับที่ 2 มาจาก Facebook บัญชี Thairath – ไทยรัฐออนไลน์ โพสต์คลิปย้อนรอยคดีน้องชมพู่ จนถึงวันตัดสินคดีลุงพล ได้รับ 247,046 Engagement อันดับที่ 3 มาจาก TikTok บัญชี honekrasae_official โพสต์คลิปวิเคราะห์หลังศาลตัดสินพิพากษาคดีลุงพล จำคุก 20 ปี ได้รับ 200,374 Engagement

ด้านผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ที่สื่อสารเนื้อหา ลุงพลถูกตัดสินจำคุก 20 ปี จากคดีน้องชมพู่ พบว่า เป็นสื่อ สำนักข่าว 13.02 ล้าน Engagement คิดเป็น 63.64% รองลงมาได้แก่ ผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ 4.43 ล้าน Engagement คิดเป็น 21.64% ผู้ใช้งานทั่วไป 2.99 ล้าน Engagement คิดเป็น 14.61% อื่น ๆ ได้แก่ แบรนด์ และ พรรคการเมือง รวม 22,612 Engagement คิดเป็น 0.11% โดยส่วนใหญ่ เป็นรายงานข่าวเกี่ยวกับการพิพากษาจากศาลชั้นต้น การวิเคราะห์คำพิพากษา และหลักฐานใหม่ คือ เส้นผมน้องชมพู่ ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญ

ประเด็นที่ได้รับความสนใจในกลุ่มเนื้อหาศาสนา ความเชื่อ: อาจารย์น้องไนซ์ เชื่อมจิต

Engagement ส่วนใหญ่ของประเด็นอาจารย์น้องไนซ์ เชื่อมจิต มาจาก Facebook ที่ 53.98% ตามด้วย TikTok (32.32%), X (8.01%), YouTube (3.36%) และ Instagram (2.33%) โดยโพสต์ที่มี Engagement มากที่สุด 3 อันดับแรก มาจาก TikTok บัญชี amarintvhd โพสต์คลิป อาจารย์จาตุรงค์ จงอาษา ที่ตำหนิการห้ามไหว้พระด้วยดอกไม้สีเหลือง การกล่าวอ้างว่าเป็นพญานาค เป็นเทพ เป็นอนาคามี ซึ่งทั้ง 3 สิ่งอยู่คนละภพภูมิ โพสต์ดังกล่าวได้รับการมีส่วนร่วม 211,109 Engagement อันดับที่ 2 มาจาก TikTok บัญชี amarintvhd โพสต์คลิปพระพยอม กล่าวถึงความไม่เหมาะสมของการตัดต่อหน้าน้องไนซ์ใส่ในภาพพระพุทธเจ้า ได้รับ 186,996

Engagement อันดับที่ 3 มาจาก TikTok บัญชี pondonnews โพสต์คลิปน้องไนซ์อธิบายการเชื่อมจิต ได้รับ 167,802 Engagement

ด้านผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ที่สื่อสารเนื้อหาอาจารย์น้องไนซ์ เชื่อมจิต พบว่า เป็นสื่อ สำนักข่าว 2.94 ล้าน Engagement คิดเป็น 48.23% รองลงมาได้แก่ ผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ 2.38 ล้าน Engagement หรือสัดส่วน 39.07% ผู้ใช้งานทั่วไป 7.72 แสน Engagement (12.66%) อื่น ๆ ได้แก่ แบรนด์ ภาครัฐ และ พรรคการเมือง รวม 2,072 Engagement คิดเป็น 0.04% โดยส่วนใหญ่เป็นการรายงานข่าว การสรุปข่าว และการติงน้องไนซ์ที่ไม่เผยแพร่พระธรรมตามหลักพุทธศาสนา รวมถึงการอวดอ้างอิทธิฤทธิ์จากกลุ่มผู้ศรัทธาน้องไนซ์

ประเด็นที่ได้รับความสนใจในกลุ่มเนื้อหาอาชญากรรม อุบัติเหตุ: แจ้งความสมรักษ์ คำสิงห์ กระทำผิดต่อหญิง
วัย 17 ปี

Engagement ส่วนใหญ่ของประเด็นแจ้งความสมรักษ์ คำสิงห์ กระทำผิดต่อหญิงวัย 17 ปี มาจาก TikTok ที่ 81.48% ตามด้วย X (7.94%), Facebook (7.36%), YouTube (2.16%) และ Instagram (1.06%) โดยโพสต์ที่มี Engagement มากที่สุด 3 อันดับแรก มาจาก TikTok บัญชี gurion99 โพสต์คลิปสัมภาษณ์ สมรักษ์ คำสิงห์ ที่กล่าวว่าได้กำลังใจจากลูก และหลังจากจบเรื่องนี้จะย้ายไปอยู่ฝรั่งเศส โพสต์ดังกล่าวได้รับการมีส่วนร่วม 344,418 Engagement อันดับที่ 2 มาจาก TikTok บัญชี gurion99 โพสต์คลิป สัมภาษณ์ เบสท์ รักษ์วนีย์ ลูกสาวสมรักษ์ คำสิงห์ กล่าวถึงการบอกเลิกแพทริค แฟนหนุ่ม และติดแฮชแท็คสมรักษ์ คำสิงห์ ได้รับ 265,657

Engagement อันดับที่ 3 มาจาก TikTok บัญชี onenews31 โพสต์ข่าวเพื่อนของหญิงวัย 17 ปี ยืนยันว่า สาววัย 17 ไม่กลับโต๊ะและไปกับสมรักษ์เอง ได้รับ 261,742 Engagement

ด้านผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ที่สื่อสารเนื้อหาแจ้งความสมรักษ์ คำสิงห์ กระทำผิดต่อหญิงวัย 17 ปี พบว่า เป็นผู้ใช้งานทั่วไป 2.09 ล้าน Engagement คิดเป็น 44.00% รองลงมาได้แก่ สื่อ สำนักข่าว 1.89 ล้าน Engagement คิดเป็น 39.65% ผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ 7.80 แสน Engagement คิดเป็น 16.35% โดยส่วนใหญ่ เป็นการโพสต์เกี่ยวกับข่าวการแจ้งความสมรักษ์ คำสิงห์ การสัมภาษณ์สมรักษ์ คำสิงห์, เบสท์ รักษ์วนีย์ และการอัพเดทข้อมูลเกี่ยวข้องต่างๆ เช่น เพื่อนสาว 17 ยืนยันว่าสาว 17 ปี ไม่กลับโต๊ะและอยากไปกับสมรักษ์เอง ภาพจากกล้องวงจรปิด เป็นต้น

การสื่อสารออนไลน์ในเดือนธันวาคม 2566 กลุ่มเนื้อหาที่ได้รับความสนใจที่สุดยังคงเป็น กลุ่มเนื้อหาสื่อ สิ่งบันเทิง มีสัดส่วน Engagement โดยรวมที่ 50.95% ตามด้วยกลุ่มเนื้อหาเทศกาล (35.04%) กลุ่มเนื้อหาอาชญากรรม อุบัติเหตุ (11.28%) และ กลุ่มเนื้อหาความเชื่อ ศาสนา (2.73%) จะเห็นได้ว่า กลุ่มเนื้อหาเทศกาล และกลุ่มเนื้อหาสื่อ สิ่งบันเทิง มีสัดส่วนรวมกันถึง 85.99% สอดคล้องกับการวิเคราะห์ผลการศึกษาการสื่อสารออนไลน์เดือนพฤศจิกายน 2566 ที่สรุปว่าประเด็นที่สามารถสร้าง Engagement ได้สูงมักเป็นประเด็นที่เป็นความสุข
ความบันเทิง ในเทศกาลต่าง ๆ และประเด็นที่เป็นความชื่นชอบในบุคคล/สื่อ/กิจกรรมทางบันเทิง

 Instagram และ TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่สร้าง Engagement ได้สูงจากรูปแบบที่เน้นการแบ่งปันวิดีโอ
และภาพ

จากผลการศึกษาการสื่อสารออนไลน์ของสังคมไทยใน 5 แพลตฟอร์ม (Facebook, TikTok, YouTube, Instagram และ X) ที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นว่า ความนิยมในการใช้แพลตฟอร์มการสื่อสาร จะมีความสัมพันธ์กับกลุ่มเนื้อหา โดยเฉพาะในกลุ่มเนื้อหาสื่อ สิ่งบันเทิง ที่มักพบ Engagement สูงใน TikTok เนื่องจากสามารถสื่อสารความบันเทิงผ่านวิดีโอสั้น ได้ง่าย แต่ผลการศึกษาในเดือนธันวาคม 2566 กลับพบว่า นอกจาก TikTok แล้ว Instagram ก็เป็นอีก
1 แพลตฟอร์มที่สามารถสร้าง Engagement ได้สูงเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะในกลุ่มเนื้อหาเทศกาล อย่างช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสและวันขึ้นปีใหม่ และกลุ่มเนื้อหาสื่อ สิ่งบันเทิง ที่สัดส่วนระหว่าง Instagram กับ TikTok มีความใกล้เคียงกัน คือ กลุ่มเนื้อหาเทศกาล Instagram มีสัดส่วนที่ 37.12% ส่วน TikTok ที่ 25.99% ส่วนกลุ่มเนื้อหาสื่อสิ่งบันเทิงมีสัดส่วน Instagram ที่ 28.82% และ TikTok ที่ 27.42% ข้อค้นพบนี้แสดงให้เห็นว่าแพลตฟอร์มอาจมีส่วนสำคัญในการสื่อสารในช่วงคริสต์มาสและปีใหม่ ที่ผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์มักจะแบ่งปันภาพหรือวิดีโอจากสถานที่ที่ตกแต่งในวาระเทศกาลผ่านช่องทาง Instagram หรือ TikTok มากกว่าแพลตฟอร์มอื่น

ข้อสังเกตอีกประการหนึ่ง คือ ในกลุ่มเนื้อหาเทศกาล วันคริสต์มาสและวันขึ้นปีใหม่ ผู้สื่อสารในกลุ่มแบรนด์ต่าง ๆ สามารถสร้าง Engagement ขึ้นมาได้เป็นอันดับ 3 แทนที่ สื่อ สำนักข่าว โดย Engagement ส่วนใหญ่มาจากข้อมูล/ภาพการตกแต่งสถานที่ในเทศกาลวันคริสต์มาสและวันขึ้นปีใหม่ของห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เช่น ไอคอนสยาม สยามพารากอน การจัดโปรโมชันหรือส่วนลดของแบรนด์ต่างๆ ในเทศกาลเฉลิมฉลองช่วงปลายปี สะท้อนให้เห็นว่า เนื้อหาที่สอดคล้องกับความรู้สึกและอารมณ์ร่วมในวาระเทศกาลเฉลิมฉลองช่วงปลายปี ผ่านทางแพลตฟอร์มที่สื่อสารภาพหรือวิดีโอ สร้างความสนใจได้สูง จนทำให้ผู้สื่อสารในกลุ่มแบรนด์ต่าง ๆ สามารถสร้าง Engagement ขึ้นมาได้เป็นอันดับ 3

ลอยกระทง 66 : คงไว้ ปรับ หรือ ยกเลิก? เมื่อโลกออนไลน์เปิดประเด็นด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ลอยกระทงเป็นประเพณีที่คนไทยปฏิบัติสืบต่อกันมาเป็นเวลายาวนาน ด้วยความเชื่อว่าเป็นการขอขมา
พระแม่คงคา บูชารอยพระพุทธบาท วันลอยกระทงจะตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 ตามจันทรคติ ซึ่งปีนี้คือวันที่
27 พฤศจิกายน 2566

จากงานการศึกษาการสื่อสารออนไลน์ของสังคมไทยในเดือนพฤศจิกายน 2566 โดย Media Alert
กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับ WISESIGHT พบว่า สื่อสังคมออนไลน์ให้ความสนใจประเด็นวันลอยกระทง สูงสุดเป็นอันดับ 1 แทนที่กลุ่มเนื้อหา สื่อ สิ่งบันเทิง ที่ครองอันดับ 1 มาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับงานการศึกษาครั้งนี้ จะวิเคราะห์การสื่อสารทางออนไลน์ในประเด็นวันลอยกระทง 66 ในเชิงเนื้อหา ผู้สื่อสาร และ แพลตฟอร์ม ที่ได้รับความสนใจหรือที่มียอด Engagement สูงสุด           

Media Alert กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับ WISESIGHT ใช้เครื่องมือ ZocialEye รวบรวม ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับวันลอยกระทง 2566 ใน 5 แพลตฟอร์มได้แก่ 1) Facebook 2) X 3) Instagram
4) YouTube และ 5) TikTok ตลอดเดือนพฤศจิกายน 2566 พบว่า ประเด็นวันลอยกระทง 66 ได้รับความสนใจ
จากผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์มากถึง 85.41 ล้าน
Engagement โดยส่วนใหญ่มาจาก TikTok 54.12 ล้าน Engagement ตามด้วย Facebook 16.14 ล้าน Engagement, Instagram 11.19 ล้าน Engagement, X 3.38 ล้าน Engagement และ YouTube 5.8 แสน Engagement

ด้านผู้สื่อสาร พบว่า ส่วนใหญ่มาจากผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ทั่วไป 45.51 ล้าน Engagement ตามด้วย
ผู้มีอิทธิพลบนสื่อสังคมออนไลน์ประมาณ 34.86 ล้าน
Engagement, สื่อ สำนักข่าวประมาณ 4.06 ล้าน Engagement และอื่น ๆ ได้แก่ แบรนด์ ภาครัฐ พรรคการเมือง นักการเมือง รวม 9.7 แสน Engagement

เมื่อวิเคราะห์ในเนื้อหาการสื่อสาร สามารถจำแนกเป็น 3 กลุ่มประเด็น ดังนี้

  1. การสื่อสารในโอกาสวันลอยกระทง มี Engagement สูงสุดที่ 84,430,795 Engagement เป็นโพสต์แบ่งปันข้อมูล ประสบการณ์งานวันลอยกระทงในสถานที่ต่างๆ การอวยพรเนื่องในโอกาสวันลอยกระทง
  2. เสนอให้ลด(ปรับ)-เลิก การลอยกระทง ที่ 969,002 Engagement เป็นการรณรงค์ให้ลด(ปรับ)เลิกการลอยกระทง การนำเสนอผลกระทบของการลอยกระทง
  3. สนับสนุนให้คงมีแต่ปรับการลอยกระทง ที่ 6,512 Engagement เป็นการแสดงความเห็นที่ไม่อยากให้ยกเลิกวันลอยกระทง แต่ควรมีการปรับเปลี่ยน สนับสนุนให้มีการลอยกระทงต่อไป มีความกังวลว่าถ้ายกเลิกการลอยกระทงแล้วเทศกาลลอยกระทงจะสูญหายไป

การสื่อสารในโอกาสวันลอยกระทง

 ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 66 ประเด็นวันลอยกระทงได้รับการกล่าวถึงอย่างมากทางสื่อสังคมออนไลน์ ในจำนวนถึง 85.41 ล้าน Engagement  โดยเกือบทั้งหมดเป็นเนื้อหาในกลุ่มประเด็นการสื่อสารในโอกาสวันลอยกระทง ซึ่งมียอด Engagement ที่ 84,430,795 หรือคิดเป็นสัดส่วนคือร้อยละ 98.86

ในกลุ่มประเด็นการสื่อสารในโอกาสวันลอยกระทง  เนื้อหาร้อยละ 91.48 เป็นการโพสต์แบ่งปันข้อมูล ประสบการณ์ ในงานวันลอยกระทง ข่าวการลอยกระทงในสถานที่ต่าง ๆ ภาพการเข้าร่วมงานวันลอยกระทง แชร์ภาพการทำกระทงจากวัสดุต่าง ๆ เป็นต้น

ที่เหลือคือร้อยละ 8.52% เป็นการโพสต์อวยพรเนื่องในโอกาสวันลอยกระทง โดยโพสต์ที่ได้รับ Engagement สูง ส่วนใหญ่จะเป็นผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ เช่น แพท ณประภา ตันตระกูล, อแมนด้า ออบดัม และ บุค กษิดิศ เป็นต้น

แพลตฟอร์มที่สร้าง Engagement มากที่สุด คือ TikTok (63.88%) รองลงมาได้แก่ Facebook (18.54%), Instagram (13.07%), X (3.83%) และ YouTube (0.68%) โดยส่วนใหญ่มาจาก ผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ทั่วไป (53.53%) ตามด้วย ผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ (40.88%) สื่อ สำนักข่าว (4.44%) และอื่น ๆ ได้แก่ แบรนด์ ภาครัฐ พรรคการเมือง และนักการเมือง (1.15%)

เสนอให้ ลด(ปรับ) – เลิก การลอยกระทง

การเสนอให้ลด(ปรับ) – เลิกการลอยกระทง มีจำนวน Engagement ที่ 969,002 หรือ สัดส่วนเพียงร้อยละ 1.1 ของเนื้อหาในประเด็นวันลอยกระทง 66  ส่วนใหญ่มาจากผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงสื่อ สำนักข่าว ทำให้ประเด็นการเสนอให้ลด(ปรับ) – เลิกการลอยกระทง ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นกระแสในช่วงเวลาดังกล่าว โดยสัดส่วนเนื้อหาร้อยละ 90.71 เป็นการเสนอให้ยกเลิกการลอยกระทง ด้วยการปรับเปลี่ยนที่เริ่มจากยกเลิกการลอยกระทงในพื้นที่เปิดอย่างทะเลหรือแม่น้ำ เป็นการลอยกระทงในพื้นที่ปิด เพื่อให้สามารถจัดการขยะได้ง่ายขึ้น ที่เหลือร้อยละ 9.29 เป็นการกล่าวถึงผลกระทบจากการลอยกระทง เช่น ผลการชันสูตรซากสัตว์ทะเลที่พบหมุด ตะปู จากกระทง น้ำเน่าจากกระทงขนมปัง เหตุเพลิงไหม้ที่จังหวัดเชียงใหม่จากโคมลอย การประกาศยกเลิกเที่ยวบินที่จังหวัดเชียงใหม่ถึง 101 ไฟล์ท เพื่อป้องกันอันตรายจากโคมลอย เป็นต้น

 ด้านแพลตฟอร์มการสื่อสาร พบการสื่อสารที่สนับสนุนข้อเสนอให้ ลด(ปรับ) – เลิกการลอยกระทง ส่วนใหญ่มาจาก TikTok (49.78%) รองลงมาได้แก่ Facebook (18.48%), Instagram (15.77%), YouTube (15.13%) และ X (0.84%) ส่วนผู้สื่อสาร ส่วนใหญ่เป็นผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ (35.60%) ตามด้วย สื่อ สำนักข่าว (32.17%) ผู้ใช้งานทั่วไป (32.08%) และอื่น ๆ ได้แก่ แบรนด์ พรรคการเมือง (0.15%)

สนับสนุนให้คงมีแต่ปรับการลอยกระทง    

การสนับสนุนให้คงมีวันลอยกระทงแต่ปรับการลอยกระทง มียอด Engagement ที่ 6,512 หรือมีสัดส่วนเพียง  0.01% ของ Engagement ทั้งหมดในประเด็นวันลอยกระทง ความเห็นในกลุ่มประเด็นการสนับสนุนให้คงมีวันลอยกระทงแต่ปรับการลอยกระทง เกือบทั้งหมด คือ 99.43% ไม่อยากให้ยกเลิกวันลอยกระทง แต่ควรมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบ วิธีการ และมีมาตรการควบคุมที่ชัดเจน เช่น การลอยกระทงในสถานที่ปิด ไม่ลอยกระทงในแม่น้ำ ทะเล
ที่ทำให้การจัดการขยะจากกระทงทำได้อย่างยากลำบาก คงการลอยกระทงแต่ลดจำนวนกระทงลงเป็น
2 คนต่อ
1 กระทง หรือ ครอบครัวละ 1 กระทง รวมไปถึงข้อเสนอให้เพิ่มจำนวนพนักงานทำความสะอาดในวันลอยกระทง
เพื่อให้สามารถจัดเก็บขยะจากกระทงได้รวดเร็ว ก่อนที่จะสร้างมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
 

ส่วนความเห็นที่สนับสนุนให้สืบสานการลอยกระทงต่อไป มีสัดส่วน 0.52% ด้วยเหตุผลว่าสามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว และขยะจากกระทงไม่น่าจะสร้างปัญหามากนัก เมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณขยะจากครัวเรือน และโรงงานอุตสาหกรรมในปัจจุบัน

นอกนั้นเป็นความกังวลว่าเทศกาลลอยกระทงจะสูญหาย ซึ่งมีสัดส่วนเพียง 0.05% ส่วนใหญ่ในจำนวนนี้ ต้องการให้คงมีการลอยกระทง และเห็นว่าเป็นปัญหาที่ตัวบุคคลมากกว่าประเพณีที่สืบทอดมายาวนาน นอกจากนี้ยังตำหนิการเสนอให้ยกเลิกวันลอยกระทงว่าเป็นการไม่สืบสานประเพณีไทย จนกังวลว่าประเพณีวันลอยกระทงจะสูญหายได้ในอนาคต

กลุ่มประเด็นสนับสนุนให้คงมีการลอยกระทง ส่วนใหญ่มาจาก TikTok (98.37%) รองลงมาได้แก่ Facebook (0.71%), Instagram (0.45%), X (0.31%) และ YouTube (0.17%) ด้านผู้สื่อสาร ส่วนใหญ่มาจากผู้ใช้งานทั่วไป (72.71%) ตามด้วย ผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ (26.41%) และ สื่อสำนักข่าว (0.88%)

สรุปผลการศึกษา

จากการศึกษาการสื่อสารออนไลน์ของสังคมไทยในเดือนพฤศจิกายน 2566 โดย Media Alert กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับ WISESIGHT พบว่า สื่อสังคมออนไลน์ให้ความสนใจในประเด็นวันลอยกระทง สูงสุดเป็นอันดับ 1 ด้วย Engagement สูงถึง 85,408,502 Engagement โดยการใช้สื่อสังคมออนไลน์ใน
5 แพลตฟอร์มที่ศึกษา พบอันดับความนิยม คือ TikTok (63.37%) รองลงมาได้แก่ Facebook (18.90%), Instagram (13.10%), X (3.95%) และ YouTube (0.68%) ด้านผู้สื่อสาร พบว่า ส่วนใหญ่มาจากผู้ใช้งานทั่วไป (53.29%) ตามด้วย ผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ (40.82%) สื่อสำนักข่าว (4.76%) และอื่น ๆ ได้แก่ แบรนด์ ภาครัฐ พรรคการเมือง นักการเมือง (1.13%)

ด้านเนื้อหาการสื่อสาร

เมื่อวิเคราะห์เนื้อหาการสื่อสาร จัดจำแนกได้ 3 กลุ่มประเด็น คือ

  1.   การสื่อสารในโอกาสวันลอยกระทง  เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการโพสต์ข้อมูล ประสบการณ์ ในงานวันลอยกระทง รองลงมาเป็น การอวยพรเนื่องในวันลอยกระทง
  2. เสนอให้ลด(ปรับ)เลิกการลอยกระทง ในกลุ่มประเด็นนี้ผู้สื่อสารที่สร้าง Engagement สูงสุดคือ ผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ แพลตฟอร์มที่พบมากที่สุดคือ TikTok เนื้อหาส่วนใหญ่เสนอให้ยกเลิกการลอยกระทง
    โดยเริ่มด้วยการปรับเปลี่ยนจากการลอยกระทงในพื้นที่เปิดอย่างทะเลหรือแม่น้ำ เป็นการลอยในพื้นที่ปิด เพื่อให้สามารถจัดการขยะได้ง่ายขึ้น รองลงมาเป็นการกล่าวถึงผลกระทบของการลอยกระทงต่อสัตว์น้ำ ต่อสิ่งแวดล้อม
  3. สนับสนุนให้คงมีแต่ปรับการลอยกระทง ในกลุ่มประเด็นนี้ผู้สื่อสารที่สร้าง Engagement สูงสุดคือผู้ใช้งานทั่วไป แพลตฟอร์มที่พบมากที่สุดคือ TikTok เนื้อหาส่วนใหญ่ไม่อยากให้ยกเลิกแต่ควรปรับเปลี่ยนรูปแบบเป็นการลอยกระทงในสถานที่ปิด ไม่ลอยกระทงในแม่น้ำ ทะเล ที่ทำให้การจัดการขยะกระทงทำได้อย่างยากลำบาก สนับสนุนให้มีการลอยกระทงแต่ลดจำนวนกระทงลงเป็น 2 คนต่อ 1 กระทง หรือ ครอบครัวละ 1 กระทง รวมไปถึงข้อเสนอให้เพิ่มจำนวนพนักงานทำความสะอาดในวันลอยกระทง เพื่อให้สามารถจัดเก็บได้อย่างรวดเร็วก่อนจะทำลายสิ่งแวดล้อม รองลงมาเป็นการสนับสนุนให้มีการลอยกระทงต่อไปเนื่องจากสามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว ความกังวลว่าประเพณีลอยกระทงจะสูญหายไปหากมีการยกเลิกวันลอยกระทง

ด้านผู้สื่อสาร

ผู้สื่อสารหลักในสื่อสังคมออนไลน์ในประเด็นวันลอยกระทง คือ ผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ทั่วไป อาจเพราะเนื้อหา ความสนุกสนาน ความรื่นเริงในเทศกาล ทำให้ผู้ใช้งานทั่วไปมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้สื่อสารหลักมากกว่ากลุ่มอื่น ด้วยเป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุด ทั้งสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างหลากหลาย แต่เมื่อเป็นประเด็นที่มีความจริงจัง เช่น ข้อเสนอให้ยกเลิกการลอยกระทง กลุ่มผู้สื่อสารหลักจะเปลี่ยนไปเป็นผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์, สื่อ สำนักข่าว ขณะที่ผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ทั่วไปจะมีส่วนร่วมในการเพิ่มจำนวน Engagement จากการ
เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึง มากกว่าการออกมาโพสต์ มารณรงค์เอง

ด้านแพลตฟอร์ม

TikTok ยังคงเป็นแพลตฟอร์มที่สามารถสร้าง Engagement ได้มากที่สุด เนื่องจากรูปแบบที่ใช้ในการสื่อสาร
เป็นวิดีโอสั้น กระชับ ทำให้สามารถเข้าใจได้ง่าย ส่วนใหญ่เป็นการโพสต์บรรยากาศงานวันลอยกระทง รูปกระทง
รูปตนเอง ทำให้โดยภาพรวม
TikTok สามารถสร้าง Engagement ได้มากถึง 63.37% หรือเกินกว่าครึ่งหนึ่งของ Engagement ที่เกี่ยวข้องกับวันลอยกระทง แซงหน้าอันดับ 2 อย่าง Facebook ที่มี Engagement เพียง 18.90% ของ Engagement ทั้งหมด

บทวิเคราะห์

ข้อค้นพบจากการศึกษาครั้งนี้ ทำให้เห็นจุดร่วมของกลุ่มที่ต้องการยกเลิกการลอยกระทง และ กลุ่มที่ต้องการ
ให้สืบทอดวันลอยกระทง คือ การเสนอให้ลอยกระทงในสถานที่ปิด เพื่อให้สามารถจัดการกับขยะที่เกิดขึ้นจากกระทงได้ ข้อเสนอนี้นับเป็นการต่อยอดจากงานการศึกษาของ Media Alert ร่วมกับ WISESIGHT ในเดือนพฤศจิกายน 2565 ในประเด็นข้อเสนอในวันลอยกระทง ที่มีการรณรงค์ให้ใช้วัสดุที่สามารถย่อยสลายได้ แทนการใช้โฟมในการทำกระทง การลอยกระทงออนไลน์เพื่อหลีกเลี่ยงการทำลายสิ่งแวดล้อมและลดความเสี่ยงในการ
แพร่ระบาดของ
Covid 19 แต่การศึกษาการสื่อสารทางออนไลน์ประเด็นวันลอยกระทง โดย Media Alert กับ WISESIGHT ในปี 2566 กลับพบการสื่อสารว่า กระทงจากวัสดุที่สามารถย่อยสลายได้ ก็ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกัน เช่น กรณีการชันสูตรพบหมุดตะปูจากกระทงใบตองในซากสัตว์ทะเล กระทงขนมปังทำให้
น้ำเน่าเสีย เป็นต้น

การลอยกระทงในสถานที่ปิด เป็นข้อเสนอทางสื่อสังคมออนไลน์ที่เกิดขึ้นใหม่ในปี 2566 ทั้งจากกลุ่มคนที่ต้องการให้ลด (ปรับ)- เลิกวันลอยกระทง และจากกลุ่มคนที่สนับสนุนให้คงมีวันลอยกระทง แต่ให้มีการปรับเปลี่ยน ข้อเสนอของทั้ง 2 กลุ่มนี้ แม้ว่าจะมียอด Engagement ไม่สูง เพราะ Engagement ส่วนใหญ่ คือ เกือบ 100% ในประเด็นวันลอยกระทง เป็นของผู้ที่โพสต์แบ่งปันข้อมูล ประสบการณ์ ในงานวันลอยกระทง แม้จะเป็นความเห็นและความสนใจในจำนวนที่น้อย แต่ก็เป็นการเปิดประเด็นต่อการปรับเปลี่ยนวิถีปฏิบัติทางประเพณี ด้วยเป้าหมายเพื่อคุณภาพและความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม

พฤศจิกายน 66 วันลอยกระทงได้รับความสนใจสูงสุดในโซเชียลมีเดียและ TikTok ยังเป็นแพลตฟอร์มยอดนิยม

เดือนพฤศจิกายน 2566 มีวันสำคัญคือ วันลอยกระทง ซึ่งอยู่ในกลุ่มเนื้อหาเทศกาล จึงได้รับความสนใจสูงสุดในโซเชียลมีเดีย แต่ก็เป็นอีกเดือนที่ กลุ่มเนื้อหาสื่อ สิ่งบันเทิง ได้รับความสนใจมากถึง 7 ใน 10 อันดับ คือ กระแสละครเรื่องพรหมลิขิต, การประกวด Miss Universe 2023, Billkin Tempo Concert Presented by Lazada, อิงฟ้า-ชาล็อต ร่วมงานกับ Wink White, The Grand Concert Engfa Live in Philippines, คอนเสิร์ต ANKNOWNA The Unexpected Experiment และ อิงฟ้า-ชาล็อต ร่วมงานแคมเปญ Shopee 11.11 ส่วนอีก 2 อันดับเป็น กลุ่มเนื้อหา อาชญากรรม อุบัติเหตุ คือ เสี่ยแป้ง นาโหนด หนีการคุมขังและยังไม่สามารถจับกุมตัวได้ และ ดีเจโก ตฤณ เสียชีวิต  

เมื่อจำแนก Engagement ตามกลุ่มเนื้อหา พบว่า กลุ่มเนื้อหาสื่อ สิ่งบันเทิง มี 7 ประเด็นคิดเป็น 58.94% ในขณะที่กลุ่มเนื้อหาเทศกาลซึ่งมีเพียง 1 ประเด็น แต่มีสัดส่วนถึง 36.50% ส่วนกลุ่มเนื้อหาอาชญากรรม อุบัติเหตุ ซึ่งมี 2 ประเด็น มีสัดส่วนเพียง 4.56%  

Media Alert กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับ Wisesight ศึกษาการสื่อสารออนไลน์ของสังคมไทยในเดือนพฤศจิกายน 2566 โดยใช้เครื่องมือ ZocialEye สำรวจจาก 5 แพลตฟอร์ม ได้แก่ 1) Facebook 2) X 3) Instagram 4) YouTube และ 5) TikTok หลังจากนั้นใส่คำค้นหาที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เช่น กระแสละครเรื่องพรหมลิขิต วันลอยกระทง เสี่ยแป้ง นาโหนดหนีการคุมขังและยังไม่สามารถจับกุมตัวได้ เป็นต้น จากนั้นนำข้อมูลที่ได้จากเครื่องมือ ZocialEye มารวบรวมและเรียงลำดับตามจำนวน Engagement พบ 10 อันดับประเด็นที่โลกออนไลน์ให้ความสนใจในเดือนพฤศจิกายน 2566 คือ

1.      วันลอยกระทง

2.      กระแสละครเรื่องพรหมลิขิต

3.      การประกวด Miss Universe 2023

4.      Billkin Tempo Concert Presented by Lazada

5.      อิงฟ้า-ชาล็อต ร่วมงานกับ Wink White

6.      เสี่ยแป้ง นาโหนดหนีการคุมขังและยังไม่สามารถจับกุมได้

7.      ดีเจโก ตฤณ เสียชีวิต

8.      The Grand Concert Engfa Live in Philippines

9.      คอนเสิร์ต ANKNOWNA The Unexpected Experiment

10.  อิงฟ้า-ชาล็อต ร่วมงานแคมเปญ Shopee 11.11

10 ประเด็นที่ได้รับความสนใจ มีการสื่อสารและมีส่วนร่วมมากที่สุดในโลกออนไลน์ เดือนพฤศจิกายน 2566

อันดับที่ 1 วันลอยกระทง

          ลอยกระทงเป็นประเพณีที่คนไทยปฏิบัติสืบต่อกันมาเป็นเวลายาวนาน ด้วยความเชื่อว่าเป็นการขอขมาพระแม่คงคา วันลอยกระทงจะตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 ตามจันทรคติ ซึ่งปีนี้คือวันที่ 27 พฤศจิกายน 2566 นอกจากการออกมาลอยกระทงตามประเพณีแล้ว ยังมีการใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อแชร์คอนเทนต์ เช่น การโพสต์ภาพการมาร่วมงานลอยกระทงในสถานที่ต่าง ๆ การโพสต์ภาพกระทงที่ตกแต่งอย่างสวยงาม ทั้งยังพบข้อเสนอให้ยกเลิกการลอยกระทง เนื่องจากสร้างมลภาวะทางสิ่งแวดล้อม แม้ปัจจุบันคนส่วนใหญ่จะพยายามใช้กระทงที่ทำจากวัสดุจากธรรมชาติก็ตาม

อันดับที่ 2 กระแสละครเรื่องพรหมลิขิต

          พรหมลิขิต ติดอันดับ 2 ประเด็นที่โลกออนไลน์ให้ความสนใจทั้งในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ต่อเนื่องเดือนพฤศจิกายน สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมของละครเรื่องนี้ โดยในเดือนนี้ความสนใจส่วนใหญ่จะมาจากเพลงข้ามเวลา เพลงประกอบละครที่ร้องโดย วี วิโอเลต วอลเทีย และการกล่าวถึงฉากสำคัญ เช่น ฉากการทำอาหารของพุดตาน ฉากขุนหลวงปลอมตัวเข้าไปในเมืองกับองครักษ์ เป็นต้น

อันดับที่ 3 การประกวด Miss Universe 2023

          การประกวด Miss Universe 2023 จัดขึ้นที่ประเทศเอลซัลวาดอร์ โดยปีนี้ แอนโทเนีย โพซิ้ว มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023 เป็นตัวแทนจากประเทศไทย และได้ตำแหน่งรองอันดับ 1 ความสนใจของโลกออนไลน์ต่อการประกวดครั้งนี้  ส่วนใหญ่เป็นการร่วมเชียร์ การให้กำลังใจผู้เข้าประกวดจากประเทศไทย การชื่นชมชุดประจำชาติ ที่ได้แรงบันดาลใจจากรูปปั้นพระแม่ธรณีในสมัยอยุธยา

อันดับที่ 4  Billkin Tempo Concert Presented by Lazada

          คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของ บิวกิ้น พุฒิพงศ์ ที่ Impact Arena โดยในคอนเสิร์ตมีแขกรับเชิญจำนวนมาก แต่ผู้ที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดคือ พีพี กฤษฏ์ โดยเฉพาะในช่วงที่ถูกบิวกิ้น พุฒิพงศ์ หอมแก้มบนเวที ทำให้มีกลุ่มแฟนคลับของศิลปินทั้งสองคน ถ่ายภาพนั้นแล้วนำมาโพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์

อันดับที่ 5 อิงฟ้า-ชาล็อต ร่วมงานกับ Wink White

          อิงฟ้า วราหะ และ ชาร์ล็อต ออสติน ร่วมโปรโมทสินค้าจากแบรนด์ Wink White และสร้างแฮชแท็ก #WinkwhiteWxENGLOT ให้ติดเทรนด์ X โดยมีการโพสต์มากถึง 1 ล้านโพสต์ในช่วงที่มีการไลฟ์โปรโมทผลิตภัณฑ์ นอกจากนั้นแบรนด์ยังได้พาอิงฟ้าและชาล็อตไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นเพื่อโปรโมทผลิตภัณฑ์ ทำให้กลุ่มผู้ที่ชื่นชอบอิงฟ้าและชาล็อตแสดงความชื่นชอบต่อแบรนด์ Wink White

อันดับที่ 6 เสี่ยแป้ง นาโหนด หนีการคุมขังและยังไม่สามารถจับกุมได้

          นายเชาวลิต ทองด้วง หรือแป้ง นาโหนด นักโทษหลายคดี เช่น คดีเกี่ยวกับ พ.ร.บ.อาวุธปืน ฆ่าผู้อื่นและพยายามฆ่า อีกทั้งยังถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ในจังหวัดพัทลุง ได้หลบหนีจากการควบคุมของเจ้าหน้าที่ระหว่างรักษาตัวที่โรงพยาบาล ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม 2566 แม้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะระดมทีมค้นหาและใช้เวลากว่า 40 วัน แต่ก็ยังไม่พบ ในวันที่ 24 พฤศจิกายน แป้ง นาโหนด ได้อัดคลิปเผยสาเหตุที่ต้องหนี ทำให้โลกออนไลน์ให้ความสนใจมากขึ้นโดยเฉพาะการตั้งคำถามถึงความสามารถของตำรวจที่ไม่สามารถตามจับกุมได้

อันดับที่ 7  ดีเจโก ตฤณ เสียชีวิต

          ดีเจโก ตฤณ เรืองกิจรัตนกุล หรือที่รู้จักกันในชื่อ ดีเจโก ตฤณ แห่งกรีนเวฟ 106.5 FM เสียชีวิตจากการตกจากชั้นดาดฟ้าโรงแรมดังในซอยสุขุมวิท 20 โดยโลกออนไลน์ต่างแสดงความเสียใจกับการจากไปของดีเจโก รวมถึงการแชร์ภาพในงานฌาปนกิจที่มีดีเจ ดารานักแสดง มาร่วมไว้อาลัยดีเจโกเป็นครั้งสุดท้าย

อันดับที่ 8 The Grand Concert Engfa Live in Philippines

          อิงฟ้า วราหะ เดินทางไปประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อร่วมงาน The Grand Concert Engfa Live in Philippines พร้อมแขกรับเชิญสุดพิเศษอย่างชาล็อต ออสติน และ สแน็ก อัจฉรีย์ ศรีสุข โดย Engagement ส่วนใหญ่มาจากช่องทางหลักของอิงฟ้า ชาล็อต และ สแน็ก ที่โพสต์รูปภาพและวิดีโอ ทำให้กลุ่มแฟนคลับเข้ามาแสดงความยินดี ชื่นชม ในการแสดงคอนเสิร์ตที่ประเทศฟิลิปปินส์ครั้งนี้

อันดับที่ 9 คอนเสิร์ต ANKNOWNA The Unexpected Experiment

          ANKNOWNA The Unexpected Experiment เป็นคอนเสิร์ตของ หยิ่น อานันท์ หว่อง นักแสดงซีรีย์วาย โดยในโลกออนไลน์มีการแชร์ภาพและคลิปในคอนเสิร์ตเป็นจำนวนมาก รวมถึงชื่นชมความตื่นตาตื่นใจของคอนเสิร์ตในธีม (Theme) โลกอนาคต

อันดับที่ 10 อิงฟ้า-ชาล็อต ร่วมงานแคมเปญ Shopee 11.11

          อิงฟ้า-ชาล็อต ร่วมโปรโมทแคมเปญ 11.11 ของ Shopee โดยการไลฟ์สดแจกโค้ดส่วนลดภายในแอปพลิเคชัน  Engagement ส่วนใหญ่มาจากช่องทางหลักของอิงฟ้า ชาล็อต รวมถึงเพจ Shopee ที่โพสต์โปรโมทแคมเปญดังกล่าว

          โดยสรุป ทิศทางของการสื่อสารในโลกออนไลน์ของเดือนพฤศจิกายน 2566 จาก 5 แพลตฟอร์มที่เป็นหน่วยการศึกษา คือ 1) Facebook 2) X 3) Instagram 4) YouTube และ 5) TikTok พบว่าเป็น กลุ่มเนื้อหาสื่อ สิ่งบันเทิง 7 ประเด็นคิดเป็น 58.94% กลุ่มเนื้อหาเทศกาล 1 ประเด็น (36.50%) และ กลุ่มเนื้อหาอาชญากรรม อุบัติเหตุ 2 ประเด็น (4.56%)

          เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนตุลาคม 2566 พบว่า แม้กลุ่มเนื้อหา สื่อ สิ่งบันเทิง จะยังคงได้รับความสนใจ ถึง 7 อันดับ โดยส่วนใหญ่มาจากกระแสละครพรหมลิขิต งานอีเวนต์ และการจัดคอนเสิร์ตภายในประเทศและในต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ในเดือนพฤศจิกายนมีวันลอยกระทง ซึ่งเป็นประเด็นในกลุ่มเนื้อหาเทศกาล สามารถสร้าง Engagement เป็นอันดับที่ 1 เนื่องจากเป็นเทศกาลประจำปีที่ถือปฏิบัติมายาวนาน ผนวกกับมีการจัดงานของหลายภาคส่วน จึงเป็นประเด็นในความสนใจ แต่ก็มีประเด็นเกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ที่เสนอให้ยกเลิกการลอยกระทงที่โลกออนไลน์ก็ให้ความสนใจเช่นกัน ส่วนกลุ่มเนื้อหาอาชญากรรม และอุบัติเหตุ มี 2 ประเด็น คือ เสี่ยแป้ง นาโหนด หนีการคุมขังและยังไม่สามารถจับกุมได้กับประเด็น ดีเจโก ตฤณ เสียชีวิต โดยประเด็นในกลุ่มเนื้อหาอาชญากรรม และอุบัติเหตุ มีจำนวน Engagement น้อยกว่า กลุ่มเนื้อหาเทศกาล และ กลุ่มเนื้อหา สื่อ สิ่งบันเทิง ในสัดส่วนที่ค่อนข้างมาก

กลุ่มเนื้อหาที่ได้รับความสนใจมากที่สุด จำแนกตามผู้สื่อสาร และแพลตฟอร์ม

          จาก 10 ประเด็นที่ได้รับความสนใจและมีการสื่อสารในสื่อสังคมออนไลน์มากที่สุด ในเดือนพฤศจิกายน 2566 สามารถจำแนกเนื้อหาออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มเนื้อหาสื่อ สิ่งบันเทิง รวม 137,914,641 Engagement จาก 7 ประเด็น คือ กระแสละครพรหมลิขิต (70,516,692 Engagement), การประกวด Miss Universe 2023 (40,872,570 Engagement), Billkin Tempo Concert Presented by Lazada (8,636,272 Engagement), อิงฟ้า-ชาล็อต ร่วมงานกับ Wink White (7,814,819 Engagement), The Grand Concert Engfa Live in Philippines (3,871,612 Engagement), คอนเสิร์ต ANKNOWNA The Unexpected Experiment (3,266,637 Engagement), อิงฟ้า-ชาล็อต ร่วมงานแคมเปญ Shopee 11.11 (2,936,039 Engagement)  กลุ่มเนื้อหาเทศกาล คือ วันลอยกระทง จำนวน 85,408,502 Engagement กลุ่มเนื้อหาอาชญากรรม อุบัติเหตุ จำนวนรวม 10,685,894 Engagement คือ เสี่ยแป้ง นาโหนดหนีการคุมขังและยังไม่สามารถจับกุมได้ (5,443,183 Engagement),  และ ดีเจโก ตฤณ เสียชีวิต (5,242,711 Engagement)

กลุ่มเนื้อหาสื่อ สิ่งบันเทิง มีกลุ่มผู้สื่อสารที่สามารถสร้างการมีส่วนร่วม หรือมี Engagement มากที่สุด คือ ผู้ใช้งานทั่วไป (51.53%) รองลงมาได้แก่ ผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ (31.04%), สื่อ สำนักข่าว (17.30%) และอื่น ๆ ได้แก่ แบรนด์ พรรคการเมือง และ ภาครัฐ รวม 0.13% โดยมี Facebook เป็นแพลตฟอร์มที่สร้าง Engagement มากที่สุดที่ 34.11% รองลงมาได้แก่ X (23.48%), TikTok (22.36%), Instagram (18.04%), YouTube (2.01%)

กลุ่มเนื้อหาเทศกาล มีกลุ่มผู้สื่อสารที่สามารถสร้างการมีส่วนร่วม หรือมี Engagement มากที่สุด คือ ผู้ใช้งานทั่วไป (53.29%) รองลงมาได้แก่ ผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ (40.81%), สื่อ สำนักข่าว (4.76%) อื่น ๆ ได้แก่ แบรนด์ ภาครัฐ พรรคการเมือง และนักการเมืองรวม 1.14% โดยมี TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่สร้าง Engagement มากที่สุดที่ 63.37% รองลงมาได้แก่ Facebook (18.90%), Instagram (13.10%), X (3.95%), YouTube (0.68%)

กลุ่มเนื้อหาอาชญากรรม อุบัติเหตุ มีกลุ่มผู้สื่อสารที่สามารถสร้างการมีส่วนร่วม หรือมี Engagement มากที่สุด คือ สื่อ สำนักข่าว (45.66%) รองลงมาได้แก่ ผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ (27.77%), ผู้ใช้งานทั่วไป (26.36%) และอื่น ๆ ได้แก่ พรรคการเมือง และแบรนด์ รวม 0.21% โดยมี Facebook เป็นแพลตฟอร์มที่สร้าง Engagement มากที่สุดที่ 51.96% รองลงมาได้แก่ TikTok (33.13%), YouTube (6.26%), Instagram (5.41%), X (3.24%)

ผลการศึกษาการสื่อสารออนไลน์ของสังคมไทยในเดือนพฤศจิกายน 2566 พบว่า แต่ละกลุ่มเนื้อหามีสัดส่วน Engagement ของผู้สื่อสาร และแพลตฟอร์มการสื่อสารที่แตกต่างกัน เมื่อพิจารณาแพลตฟอร์มการสื่อสารในภาพรวมพบว่า เดือนพฤศจิกายน 2566 TikTok ยังคงเป็นแพลตฟอร์มอันดับหนึ่ง สาเหตุที่ TikTok ได้รับความนิยมสูง โดยผู้ที่ใช้มากที่สุด คือ ผู้ใช้งานทั่วไป ด้วยการโพสต์ภาพหรือวิดีโอสั้นเป็นหลัก อาจเพราะ TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่เข้าถึงและรับรู้ได้ง่าย ไม่ต้องใช้เวลาในการพิจารณาเนื้อหามากนัก เพียงแค่ชมวิดีโอประมาณ 1 นาที ก็สามารถเข้าใจเนื้อหาทั้งหมดได้ TikTok จึงยังคงเป็นแพลตฟอร์มที่สามารถสร้าง Engagement ได้จำนวนมาก

แต่เมื่อโฟกัสเฉพาะกลุ่มเนื้อหาสื่อ สิ่งบันเทิง พบว่าแพลตฟอร์มที่สร้าง Engagement มากที่สุดกลับเป็น Facebook ที่ 34.11% ตามด้วย X (23.48%), TikTok (22.36%), Instagram (18.04%), YouTube (2.01%) แตกต่างจากรายงานการสำรวจการสื่อสารออนไลน์ของเดือนตุลาคม 66 ที่ TikTok เป็นแพลตฟอร์มหลักในการสื่อสารของกลุ่มเนื้อหาสื่อ สิ่งบันเทิง แต่สำหรับเดือนพฤศจิกายน 66 ความน่าสนใจ คือ ผู้สื่อสารที่สร้าง Engagement ได้สูง มักเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับประเด็น และช่องทางหลักในการมีส่วนร่วมก็เป็นไปตามแพลตฟอร์มที่ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับประเด็นใช้ในการสื่อสาร เช่น ประเด็นกระแสละครพรหมลิขิต ที่มี Facebook เป็นแพลตฟอร์มหลักในการสร้าง Engagement โดยเฉพาะจากเพจ Broadcast Thai Television ซึ่งเป็นผู้ผลิตละคร โดยโพสต์ส่วนใหญ่เป็นการตัดเหตุการณ์สำคัญในละครมาโพสต์บนเพจของตนเอง ประเด็นการประกวด Miss Universe 2023 ที่ Instagram เป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมสูงสุด เพราะเป็นช่องทางหลักที่ แอนโทเนีย โพซิ้ว ใช้ในการอัพเดทข่าวสารทั้งงานประกวดและชีวิตความเป็นอยู่ ประเด็นอิงฟ้า วราหะ และ ชาร์ล็อต ออสติน ร่วมงานโปรโมทสินค้าจากแบรนด์ Wink White และสร้างแฮชแท็ก #WinkwhiteWxENGLOT ให้ติดเทรนด์ X โดยมีการโพสต์มากถึง 1 ล้านโพสต์ในช่วงที่มีการไลฟ์โปรโมทผลิตภัณฑ์  และประเด็นอิงฟ้า-ชาล็อต ร่วมโปรโมทแคมเปญ 11.11 ของ Shopee ที่มีการไลฟ์สดแจกโค้ดส่วนลดภายในแอปพลิเคชัน โดย Engagement ส่วนใหญ่มาจาก Facebook ซึ่งเป็นช่องทางหลักของอิงฟ้า ชาล็อต รวมถึงเพจ Shopee ที่โพสต์โปรโมทแคมเปญดังกล่าว

 เปรียบเทียบผลการศึกษาการสื่อสารออนไลน์ของเดือนพฤศจิกายน 2566 ใน 3 ประเด็นคือ วัยลอยกระทง – การประกวด Miss Universe 2023 – เสี่ยแป้ง นาโหนดหนีการคุมขังและยังไม่สามารถจับกุมได้ 

ประเด็นที่ได้รับความสนใจในกลุ่มเนื้อหาเทศกาล: วันลอยกระทง

          Engagement ส่วนใหญ่ของประเด็นวันลอยกระทงมาจาก TikTok ที่ 63.37% ตามด้วย Facebook (18.90%), Instagram (13.10%), X (3.95%) และ YouTube (0.68 %) โดยโพสต์ที่มี Engagement มากที่สุด 3 อันดับแรกมาจาก TikTok บัญชี patt_napapa56 หรือคุณแพท ณปภา ตันตระกูล โพสต์คลิปการไปเที่ยวงานวันลอยกระทงในกรุงเทพมหานครพร้อมกับครอบครัว โพสต์ดังกล่าวได้รับการมีส่วนร่วม 1,405,881 Engagement อันดับที่ 2 มาจากบัญชี keddddddg โพสต์ภาพของตายายคู่หนึ่งมาลอยกระทงร่วมกันในจังหวัดร้อยเอ็ด ได้รับ 1,329,157 Engagement อันดับที่ 3 มาจากบัญชี bas_patchaya โพสต์คลิปลอยกระทง ลอยโคมยี่เป็ง ที่มีความสวยงามจากจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับ 1,327,661 Engagement 

          ด้านผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ที่สื่อสารเนื้อหาวันลอยกระทง พบว่า ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถสร้างการมีส่วนร่วมมากถึง 45.51 ล้าน Engagement คิดเป็น 53.29% รองลงมาได้แก่ ผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ 34.86 ล้าน Engagement คิดเป็น 40.81%, สื่อ สำนักข่าว 4.06 ล้าน Engagement คิดเป็น 4.76%, และอื่น ๆ ได้แก่ ภาครัฐ พรรคการเมือง นักการเมือง รวม 24,894 Engagement คิดเป็น 1.14% โดยเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการแชร์ภาพ วิดีโอ จากเทศกาลลอยกระทงตามสถานที่ต่าง ๆ ในประเทศไทย

ประเด็นที่ได้รับความสนใจในกลุ่มเนื้อหาสื่อ สิ่งบันเทิง: การประกวด Miss Universe 2023 

          Engagement ส่วนใหญ่มาจาก Instagram ที่ 32.46% ตามด้วย Facebook (24.97%), X (22.61%), TikTok (19.43%) และ YouTube (0.53%) โดยโพสต์ที่มี Engagement มากที่สุด 3 อันดับแรก คือ บัญชี TikTok namtanlita หรือ น้ำตาล ชลิตา ส่วนเสน่ห์ Miss Universe 2016 โพสต์เชิญชวนชาวไทยให้เชียร์ แอนโทเนีย โพซิ้ว ในการประกวด Miss Universe 2023 ที่ประเทศเอลซัลวาดอร์ โพสต์ดังกล่าวได้รับการมีส่วนร่วม 456,907 Engagement อันดับที่ 2 มาจากบัญชี Instagram porxild หรือ แอนโทเนีย โพซิ้ว โพสต์ภาพชุดประจำชาติด้วยสาระสำคัญหรือธีม (theme) The Goddess of Ayothaya ได้รับ 451,173 Engagement อันดับที่ 3 มาจากบัญชี Instagram Missuniverse.in.th โพสต์ภาพชุดราตรีในธีม Star in The Universe ได้รับ 353,156 Engagement

          ด้านผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ที่สนใจสื่อสารเกี่ยวกับการประกวด Miss Universe 2023 พบว่า เป็นผู้ใช้งานทั่วไป 23.10 ล้าน Engagement คิดเป็น 56.53% รองลงมาได้แก่ ผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ 11.89 ล้าน Engagement คิดเป็น 29.10% สำนักข่าว 5.78 ล้าน Engagement คิดเป็น 14.15% อื่น ๆ ได้แก่ ภาครัฐ และ พรรคการเมือง รวม 3,074 Engagement คิดเป็น 0.22% โดยส่วนใหญ่จะเป็นการให้กำลังใจ แอนโทเนีย โพซิ้ว
ให้ได้รับตำแหน่ง
Miss Universe 2023 และการชื่นชมชุดที่เตรียมใช้ในการประกวด

 

ประเด็นที่ได้รับความสนใจในกลุ่มเนื้อหา อาชญากรรม อุบัติเหตุ : เสี่ยแป้ง นาโหนดหนีการคุมขังและยังไม่สามารถจับกุมได้

Engagement ส่วนใหญ่มาจาก Facebook ที่ 74.71% ตามด้วย TikTok (11.26%), YouTube (11.01%), Instagram (2.63%) และ X (0.39%) โดยโพสต์ที่มี Engagement มากที่สุด 3 อันดับแรก คือ บัญชี Facebook Amarin News ได้รับการมีส่วนร่วม 163,912 Engagement อันดับที่ 2 บัญชี TikTok Thairath_news ได้รับ 131,359 Engagement อันดับที่ 3 บัญชี Facebook เรื่องเล่าเช้านี้ ได้รับ 81,635 Engagement ซึ่งทั้งสามคลิปมีเนื้อหาเดียวกันคือเป็นคลิปที่เสี่ยแป้งชี้แจงสาเหตุที่หนีเพราะไม่ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งแต่ละสำนักข่าวได้นำคลิปต้นฉบับไปตัดต่อแล้วนำมาโพสต์
ด้านผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ที่สนใจสื่อสารเกี่ยวกับเสี่ยแป้ง นาโหนดหนีการคุมขังและยังไม่สามารถจับกุมได้
พบว่า เป็นสื่อ สำนักข่าว 3.83 ล้าน Engagement คิดเป็น 70.41% รองลงมาได้แก่ ผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ 1.37 ล้าน Engagement คิดเป็น 25.23% ผู้ใช้งานทั่วไป 2.21 แสน Engagement คิดเป็น 4.07% อื่น ๆ ได้แก่ พรรคการเมือง และ แบรนด์ รวม 15,613 Engagement คิดเป็น 0.29% โดยส่วนใหญ่ เป็นข่าวความคืบหน้าของการค้นหาเพื่อจับกุมเสี่ยแป้ง นาโหนด และข่าวคลิปเสี่ยแป้งกล่าวถึงสาเหตุที่ต้องหนีจากการคุมขังเนื่องจากไม่ได้รับความเป็นธรรม

สื่อ สิ่งบันเทิงยังคงได้รับความนิยม

กล่าวโดยสรุป การสื่อสารออนไลน์ของเดือนพฤศจิกายน 2566 ประเด็นที่ได้รับความสนใจสูงสุด คือ วันลอยกระทง ใน กลุ่มเนื้อหาเทศกาล มีสัดส่วน Engagement ถึง 36.50% แต่ในภาพรวม กลุ่มเนื้อหาสื่อ สิ่งบันเทิง ซึ่งมีถึง 7 ประเด็น มีสัดส่วน Engagement โดยรวมที่ 58.94% และเป็นอีกเดือนที่ กลุ่มเนื้อหาสื่อ สิ่งบันเทิง ได้รับความสนใจมากที่สุด ส่วนอีก 1 อันดับเป็น กลุ่มเนื้อหา อาชญากรรม อุบัติเหตุ ที่มีสัดส่วน Engagement เพียง 4.56%

จะเห็นได้ว่ากลุ่มเนื้อหา สื่อ สิ่งบันเทิง, เทศกาล เป็นกลุ่มที่สร้าง Engagement ได้สูงในเดือนพฤศจิกายน อาจสรุปได้ว่าประเด็นที่เป็นความสุข ความบันเทิงในเทศกาล ประเด็นที่เป็นความชื่นชอบในบุคคล/สื่อ/กิจกรรมทางบันเทิง สามารถสร้าง Engagement ได้ดีกว่าประเด็นที่มีความจริงจัง ที่กระทบกระเทือนจิตใจ เช่น กลุ่มประเด็นอาชญากรรม อุบัติเหตุ แม้แต่การเสียชีวิตของผู้มีชื่อเสียงด้านการบันเทิง อาจเพราะสังคมออนไลน์รู้สึกว่าประเด็นดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อคนส่วนมาก เหมือนประเด็นจริงจัง เช่น การเมือง การเลือกตั้ง การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับความสนใจสูงจากสื่อสังคมออนไลน์ ในการศึกษาที่ผ่านมา

แพลตฟอร์มที่สร้าง Engagement ได้สูงเป็นไปตามความนิยมใช้ของผู้ส่งสารที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเนื้อหา

จากผลการศึกษาการสื่อสารออนไลน์ของสังคมไทยใน 5 แพลตฟอร์ม (Facebook, TikTok, YouTube, Instagram และ X) ที่ผ่านมาชี้ให้เห็นว่า ความนิยมในการใช้แพลตฟอร์มการสื่อสาร จะมีความสัมพันธ์กับกลุ่มเนื้อหา โดยเฉพาะในกลุ่มเนื้อหาสื่อ สิ่งบันเทิง ที่มักพบ Engagement สูงใน TikTok เนื่องจากสามารถสื่อสารความบันเทิงผ่านวิดีโอสั้น ได้ง่าย ขณะที่ในกลุ่มเนื้อหาอาชญากรรม อุบัติเหตุ มักพบ Engagement สูงใน Facebook เนื่องจาก สื่อ สำนักข่าวต่าง ๆ นิยมรายงานข่าวผ่านแพลตฟอร์มนี้

แต่ผลการศึกษาการสื่อสารออนไลน์ในเดือนพฤศจิกายน 66 กลับพบว่า ในกลุ่มเนื้อหาสื่อ สิ่งบันเทิง มีการสื่อสารในแพลตฟอร์มที่หลากหลาย โดยผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับประเด็นนั้น ๆ เช่นประเด็นกระแสละครพรหมลิขิต พบว่า มี Facebook เป็นแพลตฟอร์มหลักในการสร้าง Engagement โดยผู้สื่อสารที่สามารถสร้าง Engagement สูง คือ เพจ Broadcast Thai Television ซึ่งเป็นผู้ผลิตละครพรหมลิขิต ประเด็น Miss Universe 2023 ที่พบว่า แอนโทเนีย โพซิ้ว มักจะใช้ Instagram ในการสื่อสารมากกว่าแพลตฟอร์มอื่น ทำให้เกิด Engagement สูงเป็นอันดับที่ 1
ใน
Instagram เช่น เดียวกับประเด็น Billkin Tempo Concert Presented by Lazada และ คอนเสิร์ต ANKNOWNA The Unexpected Experiment ที่พบว่ามี X เป็นแพลตฟอร์มที่สร้าง Engagement เป็นอันดับ 1 เนื่องจาก บิวกิ้น พุฒิพงศ์ และ หยิน อานันท์ หว่อง ใช้ X ในการสร้าง Engagement

ข้อค้นพบนี้แตกต่างจากผลการศึกษาในเดือนต่าง ๆ ก่อนหน้านี้ที่พบว่า TikTok เป็นแพลตฟอร์มยอดนิยมในการสื่อสารของกลุ่มเนื้อหาสื่อ สิ่งบันเทิง จึงอาจสรุปได้ว่า ความนิยมในแพลตฟอร์มเป็นไปตามการเลือกใช้แพลตฟอร์มของผู้ส่งสารที่สามารสร้างความสนใจได้สูง ผลการศึกษาของเดือนพฤศจิกายน 66 ยังพบว่า ในกลุ่มเนื้อหาสื่อ สิ่งบันเทิง โดยเฉพาะในประเด็น สื่อ/กิจกรรม/บุคคล ในวงการบันเทิง ในวงการประกวดความงาม
ผู้เกี่ยวข้องโดยตรงกับประเด็นเป็นผู้สื่อสารที่สร้าง
Engagement ได้สูงทางแพลตฟอร์มที่เลือกใช้ หรืออาจกล่าวได้ว่า แพลตฟอร์มออนไลน์เป็นช่องทางหนึ่งที่สามารถใช้ในการสื่อสารประชาสัมพันธ์ การสื่อสารการตลาด
การสร้างความนิยมในสื่อ/กิจกรรม/บุคคล ของวงการบันเทิง/ความงาม

จากกระแสภาพยนตร์ “สัปเหร่อ” สู่ความพยายามผลักดันเป็นซอฟต์พาวเวอร์

จากกระแสภาพยนตร์ “สัปเหร่อ” สู่ความพยายามผลักดันเป็นซอฟต์พาวเวอร์

          ผลการศึกษาการสื่อสารออนไลน์ของสังคมไทยในเดือนตุลาคม 2566 โดย Media Alert กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ร่วมกับ WISESIGHT พบว่า สื่อสังคมออนไลน์สนใจในกลุ่มเนื้อหาสื่อ สิ่งบันเทิง มากที่สุด เป็นจำนวนถึง 8 จาก 10 อันดับ Engagement สูงสุดของเดือนตุลาคม 2566 โดยมีภาพยนตร์เรื่อง “สัปเหร่อ”
ได้รับความสนใจสูงสุด ถึง
74.02 ล้าน Engagement และไม่ใช่แค่ในโลกออนไลน์เท่านั้น ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังสามารถสร้างรายได้มากถึง 720 ล้านบาท ในระยะเวลาเพียง 46 วัน สร้างสถิติภาพยนตร์ไทยที่ทำรายได้มากที่สุดในรอบ 10 ปีหรือในหนึ่งทศวรรษ จากความสำเร็จที่เกิดขึ้น จึงน่าสนใจที่จะวิเคราะห์ เนื้อหา และ อารมณ์ ความรู้สึก ของการสื่อสารในประเด็นดังกล่าว ซึ่งได้รับความสนใจสูงสุดในการสื่อสารออนไลน์ของเดือนตุลาคม 2566

 

Media Alert กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับ WISESIGHT ใช้เครื่องมือ ZocialEye รวบรวม ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับกระแสภาพยนตร์เรื่องสัปเหร่อใน 5 แพลตฟอร์มได้แก่ 1) Facebook 2) X 3) Instagram 4) YouTube และ 5) TikTok ตลอดเดือนตุลาคม 2566 พบว่า ได้รับความสนใจจากผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์มากถึง 74.02 ล้าน Engagement โดยส่วนใหญ่มาจาก TikTok 36.50 ล้าน Engagement ตามด้วย Facebook 30.26 ล้าน Engagement, Instagram 4.78 ล้าน Engagement, X 1.60 ล้าน Engagement และ YouTube 8.8 แสน Engagement

ด้านผู้สื่อสาร พบว่า ส่วนใหญ่มาจากผู้มีอิทธิพลบนสื่อสังคมออนไลน์ประมาณ 49.36 ล้าน Engagement ตามด้วย ผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ทั่วไป 15.11 ล้าน Engagement, สื่อ สำนักข่าวประมาณ 9.41 ล้าน Engagement และอื่น ๆ ได้แก่ แบรนด์ ภาครัฐ พรรคการเมืองรวม 1.4 แสน Engagement

อาจสรุปได้ว่า สำหรับกลุ่มเนื้อหาสื่อ สิ่งบันเทิง ผู้สร้างกระแสและมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นให้เกิด Engagement ตลอดทั้งเดือน ตุลาคม 66 คือ ผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ ที่มักนิยมใช้ TikTok นำเสนอวีดีโอ ซึ่งเข้าถึงผู้ชมได้มากกว่าแพลตฟอร์มอื่น ๆ จากการสำรวจเนื้อหาการสื่อสารสามารถแบ่งเป็น 3 กลุ่มประเด็น ดังนี้

  1. เนื้อเรื่อง โปรดักชั่น ความนิยม มี Engagement สูงสุดที่ 47,357,400 Engagement เป็นการกล่าวถึงเนื้อหาของภาพยนตร์ ความรู้สึกหลังจากชมภาพยนตร์ การชื่นชมภาพยนตร์ที่สามารถถ่ายทอดวิถีชีวิตของคนอีสานได้ดี และการกล่าวถึงความสำเร็จทางรายได้ของภาพยนตร์ที่ไต่ระดับขึ้นมาจนถึง 720 ล้านบาท
  2. ผู้สร้าง ผู้กำกับ ผู้แสดง และผู้เกี่ยวข้อง จำนวน 24,359,080 Engagement เป็นการกล่าวถึงบุคคลผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับภาพยนตร์ เช่น ต้องเต ธิติ ศรีนวล ผู้กำกับ, ก้อง ห้วยไร่, ฐา ขนิษ ผู้ที่คอยสนับสนุนต้องเต ธิติ, สส. โต้ง สิริพงศ์ อังคกุลเกียรติ ผู้อำนวยการสร้าง รวมถึงนักแสดงที่ถูกกล่าวถึงจากการโปรโมทภาพยนตร์ในสถานที่ต่าง ๆ เป็นต้น
  3. การผลักดันเป็นซอฟต์พาวเวอร์ หลังจากเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรี และนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติร่วมชมภาพยนตร์พร้อมถ่ายรูปกับ ต้องเต ธิติ ผู้กำกับ เกิดกระแสความพยายามจากทางภาครัฐผลักดันภาพยนตร์เรื่องสัปเหร่อให้ออกสู่สายตาชาวโลก ทำให้มีการกล่าวถึงประเด็นดังกล่าว ด้วยยอด Engagement ที่ 1,735,623 Engagement ซึ่งน้อยกว่า อันดับ 1 และ 2 ของกลุ่มประเด็น เนื้อหา ความนิยม และผู้เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์

เมื่อทำการวิเคราะห์อารมณ์ ความรู้สึก หรือ Sentiment Analysis ใน 3 กลุ่มประเด็น คือ กลุ่มที่ 1 เนื้อเรื่อง โปรดักชั่น ความนิยม กลุ่มที่ 2 ผู้สร้าง ผู้กำกับ ผู้แสดง และผู้เกี่ยวข้อง กลุ่มที่ 3 การผลักดันเป็นซอฟต์พาวเวอร์ โดยจัดกลุ่มความคิดเห็นเป็น 3 ประเภทคือ 1) ความคิดเห็นเชิงบวก เป็นข้อความในเชิงสนใจ แสดงความยินดี แสดงความชื่นชอบภาพยนตร์ 2) ความคิดเห็นเชิงกลาง เป็นข้อความในเชิงสอบถาม ให้ข้อมูล และข่าว 3) ความคิดเห็นเชิงลบ เป็นข้อความในเชิงตำหนิ ไม่ชอบ เช่น การตำหนิบุคคลที่ถ่ายวิดีโอในโรงภาพยนตร์ ตำหนิโรงภาพยนตร์ที่ฉายภาพยนตร์เรื่องสัปเหร่อเพียงเรื่องเดียวทำให้ผู้ชมไม่ได้ชมภาพยนตร์เรื่องอื่น ตำหนิรัฐบาลที่ใช้กระแสภาพยนตร์เรื่องสัปเหร่อผลักดันซอฟต์พาวเวอร์  ตำหนิคลิปรายการบันเทิงที่พิธีกรใช้คำพูดในลักษณะข่มเหงรังแก (Bully) ต้องเต ธิติ เป็นต้น

Sentiment Analysis หรือ ผลการวิเคราะห์อารมณ์ ความรู้สึก ต่อประเด็น เนื้อเรื่อง โปรดักชั่น ความนิยม
เป็นดังนี้

          ภาพยนตร์เรื่องสัปเหร่อปลุกกระแสวงการภาพยนตร์ไทยขึ้นมาอีกครั้งด้วยเนื้อหาที่ถ่ายทอดวิถีชีวิตอีสาน และสื่อสารออกมาได้ครบรส ทั้งตลก เศร้า สยองขวัญ จนทำให้ประสบความสำเร็จทางรายได้ที่ 720 ล้านบาท
โดยประเด็น เนื้อเรื่อง โปรดักชั่น ความนิยม มีสัดส่วนเป็น
64.75% ของ Engagement ทั้งหมดที่กล่าวถึงภาพยนตร์ จากการสำรวจ พบว่า แพลตฟอร์มที่สร้าง Engagement มากที่สุดคือ TikTok (55.60%) รองลงมาได้แก่ Facebook (34.84%), Instagram (4.53%), X (3.22%) และ YouTube (1.81%) โดยส่วนใหญ่มาจาก
ผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคม (73.65
%) ตามด้วย ผู้ใช้งานทั่วไป (22.26%) และ สื่อ สำนักข่าว (4.09%)

          จากความคิดเห็นของสื่อสังคมออนไลน์ พบว่า 89.08% เป็นการแสดงความคิดเห็นเชิงกลางถึงเนื้อหาภาพยนตร์โดยกล่าวถึงเนื้อเรื่องบางช่วงที่น่าจดจำ เช่น ฉากใบข้าวหลอกผู้ใหญ่คำตัน ฉากพระวิ่งหนีผี เป็นต้น และการวิเคราะห์สถานการณ์ของตัวละครต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์เหตุการณ์หลังจากบักลอดสมหวังกับความรัก บักเซียงสามารถลืมใบข้าวได้แล้ว เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบการกล่าวถึง เพลงประกอบภาพยนตร์อย่างเพลง ยื้อ ที่ได้รับ Engagement สูงเช่นเดียวกัน

          ส่วนความคิดเห็นเชิงบวกมีสัดส่วน 10.87% ส่วนใหญ่เป็นการแสดงความยินดีที่ประสบความสำเร็จสามารถสร้างรายได้มากถึง 720 ล้านบาท ทั้งยังเป็นภาพยนตร์ไทยที่ทำรายได้สูงสุดในรอบ 10 ปี การชื่นชมภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดความเป็นคนอีสานในเรื่อง วิถีชีวิต ความรัก ความเชื่อ และอาชีพสัปเหร่อ นอกจากนี้ยังมีการวิเคราะห์ความสำเร็จของภาพยนตร์ที่มาจากความตั้งใจผลิตผลงานที่มีคุณภาพ ส่งผลให้ประสบความสำเร็จทั้งในแง่รายได้และคำวิจารณ์จากผู้ชมทั่วไปและผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์

          ขณะที่ 0.05% เป็นการแสดงความคิดเห็นเชิงลบจากผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ที่ตำหนิโรงภาพยนตร์ ด้วยความที่ภาพยนตร์เรื่องสัปเหร่อเป็นภาพยนตร์ที่สร้างกระแสในสังคม ส่งผลให้โรงภาพยนตร์ส่วนใหญ่ต้องการสร้างรายได้ให้มากที่สุด จนบางโรงภาพยนตร์ฉายภาพยนตร์เรื่องสัปเหร่อเพียงเรื่องเดียว ทำให้เกิดการตำหนิจากผู้ที่ต้องการชมภาพยนตร์เรื่องอื่นที่ฉายในเวลาเดียวกัน ยกตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง เพื่อน(ไม่)สนิท ที่เข้าฉายเพียง 1 วัน แล้วถูกแทนที่ด้วยภาพยนตร์เรื่องสัปเหร่อ นอกจากนั้น ยังมีการตำหนิผู้ถ่ายคลิปในโรงภาพยนตร์แล้วนำมาโพสต์ผ่าน YouTube ซึ่งเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ทำให้มีการเสนอให้ทางค่ายภาพยนตร์ฟ้องร้องค่าเสียหายกับผู้ที่มีพฤติกรรมดังกล่าว

Sentiment Analysis หรือ ผลการวิเคราะห์อารมณ์ ความรู้สึก ต่อประเด็น ผู้สร้าง ผู้กำกับ ผู้แสดงและ
ผู้เกี่ยวข้อง เป็นดังนี้

          จากการสำรวจ พบข้อมูลในประเด็น ผู้สร้าง ผู้กำกับ ผู้แสดงและผู้เกี่ยวข้อง มีสัดส่วนสร้าง Engagement ถึง 32.91% ส่วนใหญ่มาจาก TikTok (62.79%) รองลงมาได้แก่ Facebook (28.50%), Instagram (6.86%), YouTube (0.89%) และ X (0.96%) ส่วนผู้สื่อสารส่วนใหญ่เป็นผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ (76.07%) ตามด้วย สื่อ สำนักข่าว (16.98%) และ ผู้ใช้งานทั่วไป (6.95%)

ผู้สร้าง ผู้กำกับ ผู้แสดงและผู้เกี่ยวข้อง ถูกกล่าวถึงในสื่อสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้กำกับ ต้องเต ธิติ ศรีนวล ที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดทั้งในแง่ของการชื่นชมความสามารถในการกำกับและบุคลิกภาพที่เป็นเอกลักษณ์ รองลงมาได้แก่ ก้อง ห้วยไร่ , ฐา ขนิษ ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญของ ต้องเต ธิติ ที่คอยช่วยเหลืออยู่เสมอ นอกจากนั้นยังมีการกล่าวถึง สส. โต้ง สิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ ในฐานะผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ จากข่าวการเข้าชมภาพยนตร์พร้อมกับนายอนุทิน ชาญวีรกุล และสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ส่วนการกล่าวถึงนักแสดง เช่น ใบข้าว, ปริม, บักเซียง, ผู้ใหญ่คำตัน, บักลอด, เฮียป่อง เป็นต้น จะเป็นการกล่าวถึงจากกิจกรรมโปรโมทภาพยนตร์ตามสถานที่ต่าง ๆ

           จากการวิเคราะห์ ความคิดเห็นของการสื่อสารในสื่อสังคมออนไลน์ พบความคิดเห็นเชิงกลางที่กล่าวถึงบุคคลผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับภาพยนตร์ สามารถสร้าง Engagement ถึง 54.02% ส่วนใหญ่มาจาก ข่าวของต้องเต ธิติ ผู้กำกับและนักแสดง ไปออกรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ ข่าวต้องเต ธิติ ให้สัมภาษณ์ในสื่อหรือรายการต่าง ๆ ข่าวผู้กำกับ และนักแสดงแต่งเป็นผู้หญิงรำแก้บนหลังทำรายได้ 700 ล้านบาท เป็นต้น

          ความคิดเห็นเชิงบวก มีสัดส่วน 45.88% ส่วนใหญ่มาจากการชื่นชมต้องเต ธิติ ถึงความสามารถในการกำกับและการทำหน้าที่อื่น เช่น เขียนบท ตัดต่อ ทำเพลง ของภาพยนตร์เรื่องนี้

          ส่วนความคิดเห็นเชิงลบ มีสัดส่วนเพียง 0.10% เป็นการตำหนิคลิปสัมภาษณ์ต้องเต ธิติ ในรายการบันเทิงรายการหนึ่ง ที่พิธีกรใช้คำพูดเชิงข่มเหงรังแก (Bully) สภาพต้องเต ธิติและการแต่งตัว

Sentiment Analysis หรือ ผลการวิเคราะห์อารมณ์ ความรู้สึก ต่อประเด็นการผลักดันภาพยนตร์เรื่องสัปเหร่อให้เป็นซอฟต์พาวเวอร์ เป็นดังนี้

          ประเด็นการผลักดันภาพยนตร์เรื่องสัปเหร่อให้เป็นซอฟต์พาวเวอร์ สร้าง Engagement ในสัดส่วนเพียง 2.34% ส่วนใหญ่มาจาก Facebook (51.29%) รองลงมาได้แก่ Instagram (28.82%), X (14.54%) และ YouTube (5.35%) ด้านผู้สื่อสาร ส่วนใหญ่มาจาก สื่อ สำนักข่าว (58.68%) ตามด้วยผู้ใช้งานทั่วไป (20.99%) และผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ (20.33%) ทั้งนี้ไม่พบเนื้อหาการผลักดันเป็นซอฟพาวเวอร์ในแพลตฟอร์ม TikTok อาจเนื่องจากประเด็นซอฟพาวเวอร์ถูกพูดถึงในเชิงของข่าว ซึ่ง TikTok ไม่ใช่แพลตฟอร์มที่สื่อ สำนักข่าวให้ความสนใจมากนัก

          เมื่อทำ Sentiment Analysis หรือ วิเคราะห์ อารมณ์ ความรู้สึก ต่อประเด็นการผลักดันภาพยนตร์เรื่องสัปเหร่อเป็นซอฟต์พาวเวอร์ พบความคิดเห็นเชิงกลางมี Engagement มากที่สุด ในสัดส่วน 87.74% ส่วนใหญ่
มาจากสื่อ สำนักข่าว ที่เสนอข่าว เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ นำคณะรัฐมนตรีเข้าชมภาพยนตร์เรื่องสัปเหร่อที่สยามพารากอน นอกนั้นเป็นการวิเคราะห์ความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่องสัปเหร่อกับแนวคิดการผลักดันให้เป็นซอฟต์พาวเวอร์
ของประเทศ

          ส่วนความคิดเห็นเชิงบวก คือ ชื่นชมภาพยนตร์เรื่องสัปเหร่อที่ถ่ายทอดวิถีชีวิตคนอีสาน มีสัดส่วน Engagement ที่ 11.15% จากข่าว เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวชื่นชมภาพยนตร์ที่สามารถถ่ายทอดวิถีชีวิตคนอีสานได้อย่างดี และพร้อมให้การสนับสนุนเพื่อผลักดันให้เป็นซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศไทย

          ความคิดเห็นเชิงลบ มีสัดส่วน Engagement ที่ 1.11% คือ ตำหนิรัฐบาลที่ใช้กระแสภาพยนตร์เรื่องสัปเหร่อผลักดันซอฟต์พาวเวอร์  โดยส่วนใหญ่เป็นการตำหนิภาครัฐที่ไม่สนับสนุนภาพยนตร์ไทย และฉวยโอกาสเมื่อภาพยนตร์เรื่องสัปเหร่อประสบความสำเร็จ นอกจากนั้นยังกล่าวถึงความต้องการให้นายกรัฐมนตรีปรับปรุงคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวิดีทัศน์ หรือกองเซ็นเซอร์ เพื่อให้วงการภาพยนตร์ไทยพัฒนายิ่งขึ้น  รวมถึงการตำหนิการใช้คำว่าซอฟต์พาวเวอร์พร่ำเพรื่อ

แม้ประเด็นการผลักดันภาพยนตร์เรื่องสัปเหร่อให้เป็นซอฟต์พาวเวอร์จะมีสัดส่วนสร้าง Engagement น้อยสุดใน 3 กลุ่มเนื้อหา แต่พบว่า เป็นประเด็นที่มีการพูดถึง ถกเถียง วิพากษ์วิจารณ์ อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผู้สื่อสารบนโลกออนไลน์บางส่วนยังมีคำถามถึงความหมายที่แท้จริงของซอฟต์พาวเวอร์ และถกเถียงถึงความเป็นไปได้ในการเป็นซอฟต์พาวเวอร์ของภาพยนตร์ไทย

สรุปผลการศึกษา

          เดือนตุลาคม 2566 เป็นอีกเดือนที่สื่อสังคมออนไลน์ให้ความสนใจกับกลุ่มเนื้อหา สื่อ สิ่งบันเทิง มากที่สุด ซึ่งกระแสภาพยนตร์เรื่องสัปเหร่อเป็นประเด็นที่น่าจับตา เนื่องจากสามารถสร้าง Engagement ได้ถึง 74,028,103 Engagement ขึ้นเป็นอันดับที่ 1 ในเดือนตุลาคม 66 เมื่อวิเคราะห์การใช้สื่อสังคมออนไลน์ใน 5 แพลตฟอร์มที่ศึกษา พบอันดับความนิยม คือ TikTok (55.60%) รองลงมาได้แก่ Facebook (34.84%), Instagram (4.53%), X (3.22%) และ YouTube (1.81%)  เมื่อวิเคราะห์ผู้สื่อสาร พบว่าส่วนใหญ่มาจากผู้มีอิทธิพลบนสื่อสังคมออนไลน์ประมาณ 66.67% ตามด้วย ผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ทั่วไป 20.41%, สื่อ สำนักข่าวประมาณ 12.72% และอื่น ๆ ได้แก่ แบรนด์ ภาครัฐ พรรคการเมืองรวม 0.20% โดยใช้การวิเคราะห์อารมณ์ ความรู้สึก หรือ Sentiment Analysis ใน 3 กลุ่มประเด็นที่จัดจำแนกตามเนื้อหาการสื่อสาร สรุปได้ดังนี้

1) กลุ่มประเด็นเนื้อเรื่อง โปรดักชั่น ความนิยม ในกลุ่มนี้ ผู้สื่อสารที่สร้าง Engagement ได้สูงสุด คือ ผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ แพลตฟอร์มที่พบมากที่สุด คือ TikTok ด้านความคิดเห็นส่วนใหญ่เป็นเชิงกลางต่อเนื้อหา การแสดง องค์ประกอบของภาพยนตร์ ส่วนน้อยเป็นความคิดเห็นเชิงบวก ที่ชื่นชมในการถ่ายทอดวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนอีสาน ยินดีกับรายได้ที่เพิ่มขึ้นจนถึง 700 ล้านบาท ส่วนน้อยที่สุดเป็นความคิดเห็นเชิงลบที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเนื้อหาภาพยนตร์ อย่างการตำหนิโรงภาพยนตร์ที่ฉายแต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ที่อยู่ในกระแส
ส่งผลให้ภาพยนตร์บางเรื่องถูกถอดออกแม้จะฉายได้เพียง 1 วัน การตำหนิผู้ที่ละเมิดลิขสิทธิ์โดยการบันทึกคลิปแล้วนำมาโพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อเรียกยอดเข้าชม

2) กลุ่มประเด็นผู้สร้าง ผู้กำกับ ผู้แสดงและผู้เกี่ยวข้อง ในกลุ่มนี้ผู้สื่อสารที่สร้าง Engagement ได้สูงสุด คือ
ผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ แพลตฟอร์มที่พบมากที่สุด คือ
TikTok ความคิดเห็นส่วนใหญ่เป็นเชิงกลางจากข่าวต้องเต ธิติ ผู้กำกับและนักแสดงไปออกสื่อหรือรายการต่าง ๆ รองลงมาเป็นการกล่าวถึง สส. โต้ง สิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ ในฐานะผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ จากข่าวการไปชมภาพยนตร์พร้อมกับนายอนุทิน ชาญวีรกุล และสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ในส่วนของนักแสดงเป็นการกล่าวถึงตัวละครที่แสดงได้อย่างสมบทบาท การกล่าวถึงการที่นักแสดงไปโปรโมทภาพยนตร์ตามที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ความคิดเห็นเชิงบวก คือ ชื่นชมการทำงานหลายบทบาทของต้องเต ธิติ สัดส่วนน้อยมากที่สุดคือความคิดเห็นเชิงลบเป็นการตำหนิคลิปสัมภาษณ์ต้องเต ธิติ
ในรายการบันเทิงรายการหนึ่ง ที่พิธีกรใช้คำพูดเชิงข่มเหงรังแก (
Bully) สภาพต้องเต ธิติ และการแต่งตัว

3) กลุ่มประเด็นการผลักดันเป็นซอฟต์พาวเวอร์ ผู้สื่อสารที่สร้าง Engagement ได้สูงสุด คือ สื่อ สำนักข่าว แพลตฟอร์มที่พบมากที่สุด คือ Facebook ความเห็นส่วนใหญ่เป็นความเห็นเชิงกลาง จากข่าวภาพยนตร์
เรื่องสัปเหร่อนำร่องปลุกกระแสภาพยนตร์ไทยเป็นซอฟต์พาวเวอร์ ความเห็นเชิงบวกเป็นการชื่นชมภาพยนตร์
ที่ถ่ายทอดวิถีชีวิตคนอีสาน ส่วนน้อยที่สุดเป็นความเห็นเชิงลบ คือ ตำหนิรัฐบาลที่ใช้กระแสภาพยนตร์ผลักดันซอฟต์พาวเวอร์    

วิเคราะห์ผลการศึกษา

ข้อค้นพบที่น่าสนใจจากการศึกษาการสื่อสารในประเด็นเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องสัปเหร่อ คือ ใน 2 กลุ่มประเด็นที่เกี่ยวกับภาพยนตร์เป็นหลัก ได้แก่ กลุ่มประเด็นเนื้อเรื่อง โปรดักชั่น ความนิยม และ กลุ่มประเด็นผู้สร้าง ผู้กำกับ
ผู้แสดงและผู้เกี่ยวข้อง พบว่า ผู้สื่อสารที่สร้าง
Engagement สูงสุด คือ ผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์
ในขณะที่กลุ่มสื่อ สำนักข่าว และผู้ใช้งานทั่วไป พบว่ามีสัดส่วน
Engagement ที่แตกต่างกันค่อนข้างมาก

ขณะที่กลุ่มประเด็นการผลักดันเป็นซอฟต์พาวเวอร์ พบว่า ผู้สื่อสารในกลุ่มสื่อ สำนักข่าว มีบทบาทสร้าง Engagement สูงสุด อาจเพราะเป็นข่าวที่มีคนในรัฐบาลเข้าชมภาพยนตร์ ทำให้สื่อ สำนักข่าวมีบทบาทสำคัญ
ในการสื่อสารสร้าง
Engagement ในประเด็นดังกล่าวมากกว่ากลุ่มอื่น ๆ  แต่เมื่อพิจารณากลุ่มผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ และผู้ใช้งานทั่วไป พบว่า ทั้ง 2 กลุ่มสามารถสร้าง Engagement ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน ข้อมูลข้างต้นสะท้อนว่า การผลักดันภาพยนตร์เรื่องสัปเหร่อเป็นซอฟต์พาวเวอร์ เป็นประเด็นที่ทุกคนกำลังจับตามองและถกเถียงกันในวงกว้าง ไม่เพียงแค่จากโพสต์ของสื่อ สำนักข่าว เท่านั้น  แต่คนทั่วไปก็สามารถสื่อสารสร้าง Engagement ใกล้เคียงกับผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ได้เช่นกัน หากประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับ
ความสนใจคนมากพอ

ในแง่แพลตฟอร์มการสื่อสาร TikTok ยังคงเป็นช่องทางหลักในการสื่อสารของผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ และผู้ใช้งานทั่วไป ส่วน Facebook เป็นช่องทางที่สื่อ สำนักข่าวใช้งานมากกว่าช่องทางอื่น ๆ สอดคล้องกับผลศึกษาก่อนหน้าของ Media Alert  เป็นการตอกย้ำการเลือกใช้งานของผู้สื่อสารที่แตกต่างกัน กล่าวคือ ผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ และผู้ใช้งานทั่วไป มักจะเลือก TikTok เป็นช่องทางหลักในการสื่อสารเนื่องจากใช้งานง่ายและอยู่ในรูปแบบวิดีโอที่เข้าใจง่าย ส่วนสื่อสำนักข่าวจะเลือกใช้ Facebook เป็นช่องทางหลักในการสื่อสาร เนื่องจากเป็นช่องทางที่มีเหมาะกับการนำเสนอในหลากหลายรูปแบบทั้ง วิดีโอ รูปภาพ และข้อความ

ข้อเสนอ

ภาพยนตร์เรื่องสัปเหร่อสร้างปรากฏการณ์เขย่าวงการภาพยนต์ไทยในรอบ 10 ปีให้กลับมาคึกคัก หลังเกิดกระแส “สัปเหร่อฟีเวอร์” พาคนไทยกลับเข้าโรงภาพยนตร์เพื่อดูภาพยนตร์ไทยอีกครั้งหลังความซบเซาของวงการ

ความน่าสนใจของภาพยนตร์สัปเหร่อมาจากหลายเหตุปัจจัย จึงเป็นเรื่องที่น่าถอดรหัสว่ามีปัจจัยใดที่ส่งผลให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก

ทั้งเป็นเรื่องน่าติดตามความต่อเนื่อง ความจริงจัง ในการผลักดันของรัฐบาลหรือผู้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้อง
เพื่อยกระดับคุณภาพสื่อไทยให้เป็นซอฟต์พาวเวอร์ระดับโลก รวมถึงทัศนคติเชิงบวกอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
ของผู้บริโภคต่อภาพยนตร์ไทย

เพื่อนำไปสู่บทสรุปว่าภาพยนตร์เรื่องสัปเหร่อ เป็นกระแสคลื่นใหญ่ที่พลิกโฉมวงการ หรือเป็นเพียงแรงกระเพื่อมเล็ก ๆ ที่มาแล้วจากไป เหลือทิ้งไว้เพียงค่าสถิติอันน่าประทับใจ ว่าครั้งหนึ่งเคยมีภาพยนตร์ไทยที่เคยประสบความสำเร็จจนได้รับรายได้มากถึง 720 ล้านบาท ในระยะเวลาเพียง 46 วัน

ใคร ? กำหนดวาระการสื่อสารบนโลกออนไลน์

ใคร ? กำหนดวาระการสื่อสารบนโลกออนไลน์

กระแสการสื่อสารบนโลกอินเทอร์เน็ตที่มีการเกิดปฏิสัมพันธ์จำนวนมากนั้น แท้จริงแล้วเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ หรือเป็นการจัดกระทำโดยตัวบุคคล? โดยองค์กร? โดยแบรนด์? และเราสามารถถอดบทเรียนนี้ออกมาเพื่อประยุกต์ใช้ในการสื่อสารประเด็นสาธารณะ ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในสังคมได้หรือไม่ อย่างไร

การเปิดตัว iPhone 15 เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2023 ได้สร้างกระแสและยึดครองประเด็นการสื่อสารบนโลกออนไลน์จนติดอันดับหนึ่งแซงหน้าหลายประเด็น แม้ข่าวใหญ่ 2 ข่าวในเดือนเดียวกัน คือ เหตุการณ์ยิงตำรวจที่บ้านกำนันนก จังหวัดนครปฐม และการบุกค้นบ้านพล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือบิ๊กโจ๊ก ด้วยเหตุที่สืบสวนพบว่าลูกน้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจเว็บพนันออนไลน์

Media Alert กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับ Wisesight ศึกษาการสื่อสารออนไลน์ของสังคมไทยในเดือนกันยายน 2566 โดยใช้เครื่องมือ ZocialEye สำรวจจาก 5 แพลตฟอร์ม ได้แก่ 1) Facebook 2) X 3) Instagram 4) YouTube และ 5) TikTok พบ10 อันดับประเด็นที่ได้รับ Engagement มากที่สุดได้แก่

1. การเปิดจองให้ซื้อและกระแส iPhone 15 ในประเทศไทย

2. เหตุการณ์ยิงตำรวจที่บ้านกำนันนก จังหวัดนครปฐม

3. การบุกค้นบ้านบิ๊กโจ๊กด้วยเหตุที่สืบสวนพบว่าลูกน้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจเว็บพนันออนไลน์

4. กระแสละครเกมรักทรยศ

5. การแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย

6. งานประกาศรางวัล Mint Award 2023

7. BamBam THE 1ST WORLD TOUR [AREA 52] in BANGKOK

8. เทนนิส พาณิภัค ได้รับเหรียญทองเอเชียนเกมส์

9. การแถลงนโยบายครั้งแรกของรัฐบาลเศรษฐา

10. อิงฟ้าร่วมงานกับแคมเปญ Shopee 9.9

 

โดยเป็นกลุ่มเนื้อหาอาชญากรรม 2 ประเด็น คือ เหตุการณ์ยิงตำรวจที่บ้านกำนันนก จังหวัดนครปฐม และการบุกค้นบ้านบิ๊กโจ๊กหรือ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

 กลุ่มเนื้อหาสื่อ สิ่งบันเทิง มีมากที่สุดถึง 4 ประเด็น คือ กระแสละครเกมรักทรยศ, งานประกาศรางวัล Mint Award 2023, BamBam THE 1ST WORLD TOUR [AREA 52] in BANGKOK และ อิงฟ้าร่วมงานแคมเปญ Shopee 9.9

 กลุ่มเนื้อหากีฬา 2 ประเด็น คือ การแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยใน 2 รายการ และเทนนิส พาณิภัคได้รับเหรียญทองเอเชียนเกมส์

 กลุ่มเนื้อหาการเมือง มีเพียง 1 ประเด็น คือ การแถลงนโยบายครั้งแรกของรัฐบาลเศรษฐา

โดยประเด็นที่ได้รับความสนใจสูงสุดในเดือนกันยายน คือ การเปิดจองให้ซื้อและกระแส iPhone 15 ในประเทศไทย ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของการสำรวจการสื่อสารออนไลน์ตั้งแต่ต้นปี 66 ที่ประเด็นในกลุ่มเนื้อหาด้านเทคโนโลยีติดอันดับความสนใจสูงสุดของการสื่อสารบนโลกออนไลน์ที่เป็นหน่วยการศึกษา

หากจะวิเคราะห์ปรากฏการณ์การสื่อสารที่เกิดในเดือนกันยายนจากผลการศึกษาของ Media Alert และ Wisesight ผ่านมิติของประเด็นที่สื่อสาร ตัวผู้สื่อสาร และแพลตฟอร์มของการสื่อสาร จะพบความเชื่อมโยงกัน เช่น ถ้าเป็นประเด็นในกลุ่มเนื้อหาอาชญากรรม ผู้สื่อสารที่สร้างความสนใจได้สูงสุด คือ กลุ่มสื่อ สำนักข่าว ขณะที่แพลตฟอร์มที่ใช้มากที่สุด คือ Facebook ถ้าเป็นประเด็นในกลุ่มเนื้อหาสื่อ สิ่งบันเทิง ผู้สื่อสารที่สร้างความสนใจได้สูงสุด คือ ผู้ใช้งานทั่วไป และแพลตฟอร์มที่ใช้มากที่สุด คือ แพลตฟอร์ม X สำหรับประเด็น กระแส iPhone 15 ในประเทศไทย ผู้สื่อสารที่สร้างความสนใจได้สูงสุด คือ ผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ ขณะที่แพลตฟอร์มที่ใช้มากที่สุด คือ TikTok

 โจทย์น่าสนใจ คือ การสื่อสารในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สินค้าทางธุรกิจ เนื้อหาการสื่อสารเป็นการจัดกระทำ หรือ เป็นธรรมชาติ

 ทุกคอนเทนต์ถูกสร้างมาด้วยการจัดกระทำ

คุณสุธีรพันธุ์ สักรวัตร Chief Customer Officer บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปฏิเสธไม่ได้ที่ทุกคอนเทนต์ถูกสร้างมาด้วยการจัดกระทำ คือ กระทำสิ่งนี้ไปเพื่อวัตถุประสงค์อะไรบ้างอย่าง ซึ่งผลลัพธ์ของการสร้างคอนเทนต์ไม่ได้มีเพียงรายได้ที่เป็นตัวเงินเท่านั้น ดังนั้นแน่นอนว่าทุกคนสร้างเนื้อหามาล้วนมีเป้าหมายของการสื่อสาร

ปัจจุบันผลลัพธ์ของการสร้างคอนเทนต์มีหลายมิติ ทำเพื่อสร้าง engagement ทำเพื่อสร้างฐานผู้ติดตามแล้วนำยอดผู้ติดตามไปหารายได้หรือสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสื่อของตัวเอง โพสต์ทุกโพสต์มีเป้าหมาย เป็นการจัดกระทำ คนทำคอนเทนต์ล้วนเป็นคนทำคอนเทนต์ชั้นครู เขารู้ว่าเขาทำคอนเทนต์นี้ไปเพื่ออะไร

“จากข้อมูล Wisesight อธิบายได้ง่ายมาก คือ ถ้าเข้าใจเรื่องการตลาดจะเข้าใจเรื่องนี้ทันที ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าการเสพคอนเทนต์ของมนุษย์ หรือเสพเรื่องราวในชีวิตของคนนั้นถูกแบ่งด้วยปัจจัย 2 ตัว คือ High Involvement และ Low Involvement”

เรื่องที่มี High Involvement คือ เรื่องที่มีความสำคัญกับชีวิตของคน เรื่องกำนันนกเป็น High Involvement เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัวคนมาก เป็นเรื่องของตำรวจที่มีประเด็นเรื่องการคอรัปชั่น เป็นเรื่องใกล้ตัวคนมากเมื่อเทียบกับเรื่อง COP28 หรือ การประชุมประเทศภาคี (Conference of the Parties) ครั้งที่ 28 ที่จัดขึ้นในวันที่ 30 พฤศจิกายน – 12 ธันวาคม 2566 เป็นส่วนหนึ่งการประชุมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งสหประชาชาติ (UN

Climate Change Conference) ซึ่งเป็นเรื่องที่ฟังดูเหมือนไกลตัวมาก จึงเรียกว่าเป็น Low Involvement สำหรับคนไทย

ซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษาของ Media Alert และ Wisesight ที่พบว่ากลุ่มเนื้อหาอาชญากรรมที่ได้รับ engagement มากที่สุด คือ เหตุการณ์ยิงตำรวจที่บ้านกำนันนก และการบุกค้นบ้านบิ๊กโจ๊กหรือ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเนื้อหากลุ่มนี้ สื่อและสำนักข่าวคือกลุ่มผู้สื่อสารที่มีอิทธิพลหรือสามารถสร้างการมีส่วนร่วม (Engagement) รองลงมาได้แก่ผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ ตามด้วยผู้ใช้งานทั่วไป โดย Facebook เป็นช่องทางที่มี Engagement มากที่สุด รองลงมาเป็น TikTok และ YouTube

สินค้าบางตัว(เท่านั้น) ที่เป็น “ประเด็น” การสื่อสารของทุกคน

คุณสุธีรพันธ์ กล่าวว่า iPhone เป็นสินค้าที่มีความแปลกกว่าสินค้าอื่นในแง่ความรู้สึกเป็นเจ้าของ (sense of ownership) สำหรับแบรนด์อื่น ๆ นั้น ความรู้สึกเป็นเจ้าของจะเป็นของแบรนด์นั้น อาทิ สินค้าและบริการของธนาคารไทยพาณิชย์ ความรู้สึกเป็นเจ้าของในสินค้านั้นจะเป็นเฉพาะของธนาคารไทยพาณิชย์ และลูกค้าบางกลุ่ม
ที่มีความภักดีในแบรนด์สูง แต่สำหรับ iPhone คนจะมีความรู้สึกเป็นเจ้าของ iPhone มากกว่าบริษัทแอปเปิ้ล
พูดอีกมุมหนึ่งคือไม่ใช่เฉพาะบริษัทแอปเปิลที่รู้สึกว่าประเด็นเรื่อง iPhone เป็นของบริษัทหรือองค์กร ประเด็นเรื่อง iPhone เป็นของคนหลายกลุ่ม (segment) มาก

iPhone เป็นประเด็นของการสื่อสารที่มีมากกว่าแค่องค์กรหรือตัวผู้ใช้งานที่สนใจเรื่องนี้ คนที่อยู่ในแวดวงเทคโนโลยี และแวดวงต่าง ๆ จะรู้สึกว่าทุกอย่างที่เกี่ยวกับ iPhone มีความเกี่ยวข้องกับเขา ไม่ว่าจะเป็นคนที่ทำ Lifestyle Gadget หรือคนที่อยู่ในระบบนิเวศของ iPhone อาทิ ตัวแทนขาย รวมถึงบริษัทโทรคมนาคม เกี่ยวข้องทั้งสิ้น เวลา iPhone ทำอะไรจะสร้างแรงกระเพื่อมในระบบนิเวศทางธุรกิจของ Apple ซึ่งสิ่งนี้จะไม่เห็นกับสินค้าอื่นที่มีระบบนิเวศทางธุรกิจที่จำกัดแค่ตัวแบรนด์กับผู้ใช้งานเท่านั้น แม้กระทั่งสื่อเองก็มอง iPhone เป็นปรากฏการณ์ของสื่อที่ต้องให้ความสำคัญ “เฉพาะสินค้า iPhone ที่มีคาแรคเตอร์แบบนี้ ไม่ใช่ทุกสินค้าของ Apple เป็นเช่นนี้”

เมื่อ iPhone15 ไม่ใช่สินค้า แต่เป็นประเด็น เหมือนประเด็นเรื่องโลกร้อน เรื่องบล็อกเชน เรื่องเมตาเวิร์ส ที่ใครก็ต้องพูดถึง iPhone 15 จึงเป็นประเด็นการสื่อสารที่ต้องหยิบมาพูดไม่ว่าในมุมไหน มุมการรีวิว มุมการแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ มุกตลก (มีม) หากต้องการมีความสัมพันธ์ (engagement) กับผู้รับสาร

การที่ผู้นำทางความคิด หรือ KOL (Key Opinion Leader) หรือผู้ทรงอิทธิพลบนโลกออนไลน์ (Influencer) พูดถึง iPhone มาก เรื่องนี้คุณสุธีรพันธ์ บอกว่าไม่มีทางแยกออกว่าข้อความที่เกิดขึ้นจาก KOL หรือ Content Creator นั้นเกิดจากเป็นธรรมชาติหรือเป็นการจัดกระทำ เพราะการสื่อสารบนโลกออนไลน์ที่เต็มไปด้วยการสื่อสารด้วยกลุ่มคนที่เป็น KOL, Influencer และ Content Creator เป็นการสื่อสารที่มีลักษณะพิเศษที่ไม่มีสัญญาณบอกได้ว่าเป็นธรรมชาติ (organic) หรือเป็นการจัดกระทำ (paid)

สอดคล้องกับผลการศึกษาของ Media Alert และ Wisesight ที่พบว่า ในกลุ่มเนื้อหาเทคโนโลยี กลุ่มผู้สื่อสารที่สามารถสร้างการมีส่วนร่วมมากที่สุด คือ ผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ รองลงมาได้แก่ ผู้ใช้งานทั่วไป ตามด้วย สื่อและสำนักข่าว โดยมี TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่สร้าง Engagement มากที่สุด ที่ 53% รองลงมาได้แก่ Facebook 19% ตามด้วย X 16% และ Instagram 11%

 โดยส่วนตัว คุณสุธีรพันธ์ มองว่ามีธรรมชาติร่วมด้วย คือ ผู้ใช้งาน นักวิเคราะห์ คนที่เกาะกระแสเรื่องนี้ คนเหล่านี้สันนิษฐานได้ว่าเป็นธรรมชาติ แต่ไม่สามารถรู้ได้ว่ามี Influencer มากน้อยอย่างไร ที่รับงานจากแบรนด์มาเพื่อสื่อสารเรื่องนี้ แม้กระทั่งสื่อต่าง ๆ ที่รายงานข่าวเรื่อง iPhone ก็เป็นการหวังผลทางธุรกิจ เพราะสื่อมองว่า iPhone เป็นกระแสที่ต้องรายงาน สื่อพูดถึงเพราะต้องการอยู่ในกระแส คนทำคอนเทนต์ไม่อยากตกกระแส

 “คนที่ทำคอนเทนต์แล้วไม่ทำเรื่อง iPhone 15 แทบจะเป็นไปไม่ได้ อย่างน้อยต้องทำ 1-2 โพสต์ เพื่อเกาะกระแส ส่วนที่เป็นการจัดกระทำก็มีแน่นอน โดยเฉพาะจากผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียจากยอดขาย ซึ่งมีจำนวนมาก และเป็นผู้ที่ใช้การสื่อสารการตลาดด้วยอินฟลูเอนเซอร์กันหนักมาก”

 อีกประเด็นที่ทำให้ iPhone 15 ได้รับความสนใจมาก คือตัวสินค้าเองที่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ (Major Change) คือ การใช้วัสดุไททาเนียม (Titamium) เป็นจุดขายใหม่ แต่มีประเด็นเรื่องความร้อนทำให้เกิดการถกเกียงกัน ภาษาการตลาดเรียกว่าเป็น noise ที่ไม่ได้สร้างผลกระทบเชิงลบ แต่สร้างกระแสการพูดถึงที่มากขึ้น

 KOL (Key Opinion Leader), Influencer: เป็นธรรมชาติ (organic) หรือเป็นการจัดกระทำ (paid)

 การสื่อสารของ Influencer บนสื่อสังคมออนไลน์ มีจำนวนไม่น้อยที่เป็นการจัดกระทำ (Paid) ภาษาการตลาดเรียกว่าเป็น inorganic KOL หรือ inorganic Influencer หรือเป็นการสื่อสารที่ไม่ได้เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ

 รูปแบบการตลาดแบบนี้ในปัจจุบันไม่สามารถแยกได้ว่าชิ้นไหนเป็นธรรมชาติ (organic) หรือเป็นการจัดกระทำ (paid) เพราะปัจจุบันการใช้การสื่อสารผ่านผู้ทรงอิทธิพลมีเทคนิคที่ซับซ้อนขึ้น และมีกองทัพอินฟลูเอนเซอร์ในหลายระดับ แบรนด์หันมาใช้การตลาดด้วยอินฟลูเอนเซอร์กันมากขึ้น

คุณสุธีรพันธ์ กล่าวว่า กระแสการสื่อสารแบรนด์และสินค้าบนโลกออนไลน์ เป็นทั้งการจัดกระทำและธรรมชาติ ชัดเจนมากในหลักการทำการตลาดยุคใหม่ที่ใช้วิธีการสื่อสารนี้ การใช้ influencer ในการตลาดเริ่มในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2018 ซึ่งสัดส่วนตอนนั้นอาจจะประมาณ 10% แต่ปัจจุบันเป็นสัดส่วนที่เพิ่มมากขึ้น และการมาของ TikTok ในช่วงโควิด ที่ปัจจุบันเป็นแพลตฟอร์มที่ influencer ใช้กันมาก ซึ่งเนื้อหาการสื่อสารถึงแบรนด์หรือสินค้าส่วนใหญ่บนแพลตฟอร์ม TikTok เป็นการจัดกระทำ (Paid) แทบทั้งสิ้น

 ตัวผู้สื่อสารหากเป็น content creator/KOL(Key Opinion Leader) ซึ่งหน้าที่ หรือ KPI (Key Performance Indicator คือ เป็นดัชนีชี้วัดความสำเร็จของผลงานเมื่อเปรียบเทียบกับมาตรฐาน หรือเป้าหมายที่ได้ตกลงกันไว้) คือ การสร้างคอนเทนต์ที่ engage กับลูกค้าของแบรนด์ที่จ้าง คอนเทนต์ที่จะ engage ต้องเป็นคอนเทนต์ที่เกาะกระแส เรื่องที่สังคมสนใจ เป็นเรื่องกลาง ๆ ไม่ใช่เรื่องเศรษฐกิจ การเมือง สังคม แต่ส่วนใหญ่สนใจเรื่องกลาง ๆ ไลฟ์สไตล์ บันเทิง

 ความยากของการกำหนดหรือประเมินความสำเร็จในการสื่อสารของ content creator/ Influencer

 การใช้เครื่องมือสื่อสารด้วยอินฟลูเอนเซอร์ หรือ content creator มีข้อควรระวังคือ ไม่สามารถควบคุมความสำเร็จของการสื่อสารได้ (ต่างจากการซื้อสื่อและซื้อการสืบค้นที่สามารถควบคุมจำนวนตัวเลขต่าง ๆ ได้ อาทิ ตัวเลขการมองเห็น ตัวเลขการปฏิสัมพันธ์ ตัวเลขการถูกค้นพบ ขึ้นกับขนาดของเม็ดเงินที่ใช้ รวมถึงกำหนดกลุ่มผู้รับสารได้ว่าจะให้ไปถึงคนกลุ่มไหน ควบคุมพื้นที่ของกลุ่มผู้รับสารได้) ความสำเร็จอาจจะน้อยกว่า หรือมากกว่าที่คาดคิด ควบคุมไม่ได้ด้วยว่าจะให้เนื้อหาไหลไปที่ไหน และไหลไปถึงใคร พอควบคุมการไหลของข่าวสารไม่ได้ คนที่วางกลยุทธ์การสื่อสารจะมีความรู้สึกว่าเรื่องนี้ออกแบบไม่ได้ ไม่สามารถประเมินล่วงหน้าได้ เพราะมีปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้สูง

 สำหรับสื่อเอง ด้วยรูปแบบธุรกิจสื่อ ทำให้สำนักข่าวมีหลายแบบ คุณสุธีรพันธ์ กล่าวว่า การเป็นสำนักข่าวแบบที่มีภารกิจ (incumbent news agency) สำนักข่าวที่นักข่าวไม่สามารถรับสิ่งตอบแทนได้ ซึ่งเป็นอุดมการณ์ที่ดี เชื่อว่ายังมีอยู่ ตัวนักข่าวอาจจะไม่ได้รับ แต่ฝ่ายการตลาด ฝ่ายขายของสื่อนั้นรับงานมา ปัจจุบันด้วยรูปแบบการขายพื้นที่สื่อที่

เปลี่ยนไป ไม่ได้เป็นการขายแบบเดิม คือ การขายพื้นที่ (ads space) และขายเวลา (airtime) สื่อมีรูปแบบการหารายได้ที่เปลี่ยนไปเป็นรูปแบบที่ซับซ้อน เช่น การ tie-in เข้าไปในเนื้อหาข่าว การจัดสัมมนาแล้วให้แบรนด์เป็นส่วนหนึ่งของการทำคอนเทนต์ ซึ่งไม่สามารถรู้ได้ว่าแบรนด์ที่สามารถพูดในงานสัมมนาได้นั้นเพราะเขาเป็นผู้สนับสนุนงานสัมมนาหรือเพราะว่าเขามีเรื่องราวที่น่าสนใจจนสื่อเชิญเขาไปขึ้นเวที

สื่อสารประเด็นสาธารณะอย่างไร ในภาวะความกลัวการตกกระแส Fear of Missing Out (FOMO)

หากถอดสูตรการสื่อสารออกมาจะพบว่า กระแสการสื่อสารเป็นจิตวิทยาอย่างหนึ่ง คนส่วนใหญ่มักจะสนใจหัวข้อที่คนอื่นสนใจ เรียกว่า Fear of Missing Out (FOMO) เรื่องอะไรที่คนส่วนใหญ่ไม่สนใจ คนจะมีแนวโน้มไม่อยากสนใจ เพราะไม่รู้ว่าจะสนใจทำไม สังคมคนรอบข้างไม่มีใครชวนคุยเรื่องนี้

อาทิ ปัจจุบันในองค์กรหากไม่พูดเรื่อง green เรื่อง climate เป็นเรื่องแปลก เชื่อว่าทุกองค์กรพูดถึงเรื่องนี้ ด้วยระเบียบโลกใหม่ที่มีผลต่อทุกองค์กร

เรื่องนี้บอกเราว่า เรื่องที่เป็นประเด็นสาธารณะ หากเรารอให้ประเด็นนั้นเติบโตแบบธรรมชาติ รอให้คนสนใจเอง ถ้าประเด็นนั้นไม่ได้เกี่ยวพันกับชีวิตเขามากนัก แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะรอให้ประเด็นนั้นได้รับความสนใจแบบธรรมชาติ

“ผู้ที่วางนโยบายการสื่อสารประเด็นสาธารณะจะต้องมีการออกแบบการสื่อสารเพื่อให้ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่มีการพูดถึง รวมถึงออกแบบเครื่องมือการสื่อสารที่น่าจะได้ผล ในการออกแบบการสื่อสารที่ถูกต้อง ต้องเลือกกลุ่มเป้าหมายในการสื่อสารก่อน จากนั้นจึงค่อยเลือกแพลตฟอร์มการสื่อสารที่เหมาะสม”

วิเคราะห์การตั้งชื่อเรื่องเล่าผีไทย : กรณีศึกษา 100 เรื่องเล่ายอดนิยมจาก The Ghost Radio

จากความสำเร็จของภาพยนตร์ “ธี่หยด” ที่มาจากเรื่องเล่าในรายการ The Ghost Radio ซึ่งมียอดรับชมสูงถึง 14 ล้านครั้งบนยูทูบ สู่ภาพยนตร์ที่สร้างรายได้ 420 ล้านบาท (ข้อมูลเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 จาก Thailand Box Office ) จนทำให้หลายคนสนใจชื่อเรื่องว่า มีที่มาจากไหน มีความหมายอย่างไร เนื่องจากเป็นคำที่ไม่มีบัญญัติในพจนานุกรมไทย และไม่มีความหมายที่บ่งบอกชัดเจนเกี่ยวกับที่มาของภาษา

          โดยทั่วไปแล้วการตั้งชื่อหนังผี หรือเรื่องเล่าผีนั้น มักเพื่อการสื่อความหมายให้เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องราว เพื่อสร้างความน่าสนใจ ดึงดูดคนดู อีกทั้งยังมุ่งให้เป็นที่จดจำ สื่อความรู้สึกหรืออารมณ์เรื่อง บอกถึงจุดมุ่งหมายหรือเรื่องราวของหนัง แต่ขณะเดียวกัน การตั้งชื่อหนังผี หรือเรื่องเล่าผี ก็มีส่วนสำคัญในการสะท้อนระบบความคิด มโนทัศน์ ความเชื่อและวัฒนธรรมของคนไทยเกี่ยวกับเรื่องผี ความกลัว และเรื่องเหนือธรรมชาติได้เช่นกัน (เอกชัย แสงโสดา, 2556)

          MEDIA ALERT จึงสนใจวิเคราะห์การตั้งชื่อเรื่องเล่าผี จากรายการ The Ghost Radio โดยศึกษาเรื่องเล่าที่ได้รับความนิยม 100 เรื่อง บนแพลตฟอร์มยูทูบ ช่วงปี 2560-2566 เพื่อวิเคราะห์วิธีการและเทคนิค การตั้งชื่อเรื่องเล่าผี กับความเชื่อเรื่องผีของสังคมไทย

ผลการวิเคราะห์และจัดกลุ่มชื่อเรื่องเล่าผียอดนิยม 100 เรื่อง จากรายการ The Ghost Radio บนแพลตฟอร์มยูทูบ ช่วงปี 2560-2566 พบว่า ชื่อเรื่องเล่าผีที่ระบุสถานที่ เช่น บ้านร้าง ถนน โรงเรียน ฯลฯ มีจำนวนมากที่สุด ซึ่งอาจสะท้อนถึงนัยยะความเชื่อของไทยในเรื่องผี วิญญาณ ที่ผูกพันกับสถานที่ที่เสียชีวิต ในขณะที่การวิเคราะห์เทคนิคการตั้งชื่อเรื่องเล่าผี พบว่า ชื่อเรื่องเล่าที่ไม่บอกว่าเป็นเรื่องผี มีจำนวนมากที่สุด ซึ่งอาจเป็นเทคนิคหนึ่งในการสร้างความน่าสนใจของเรื่องเล่าได้มากกว่าการมีคำว่าผีโดยตรง เช่น กรณีเรื่องธี่หยด เป็นต้น

ชื่อเรื่องผีไทย มาจากอะไร?

จาก 100 อันดับที่ได้รับความนิยมสูงสุดในช่อง The Ghost Radio ระหว่างปี 2560-2566 พบวิธีการการตั้งชื่อเรื่อง แบ่งเป็น 6 กลุ่ม  ได้แก่

  1. การตั้งชื่อเรื่องจากสถานที่เกิดเหตุ พบ 30 เรี่อง ซึ่งเป็นกลุ่มที่พบมากที่สุด โดยการตั้งชื่อเรื่องจะระบุถึงสถานที่เกิดเหตุอย่างชัดเจน ได้แก่ บ้าน บ้านร้าง หอพัก อพาร์ทเม้นท์ คอนโดมิเนียม หมู่บ้านโรงแรม โรงเรียน ป่า ป่าช้า เช่น บ้านตามสั่ง โดยคุณแพร, 308 ห้องผีตายโหง โดยคุณกิ๊ก, โรงแรมร้อยศพ โดยคุณกบ
  2. การตั้งชื่อเรื่องด้วยถ้อยคำที่ทำให้เกิดความสนใจ ตกใจ สงสัย พบ 28 เรื่อง โดยการตั้งชื่อเรื่องจะเน้นใช้ประโยค กลุ่มคำ ในประเภทต่าง ๆ ได้แก่ กลุ่มคำถามชวนให้อยากรู้หรือสงสัย กลุ่มคำประโยคที่ไม่บอกเรื่องราวที่ชัดเจน กลุ่มคำเตือน คำสั่ง ข้อห้าม กลุ่มคำกริยาทั่วไปที่ไม่บ่งชัดว่าเป็นเรื่องผี กลุ่มคำที่สะท้อนถึงความรู้สึก เช่น โชคดีที่ไม่ว่าง โดยคุณอุ้ม, เอาเรื่องเราไปเล่าสิ น่ากลัวนะ โดยคุณเอก หมีมีหนวด, กลับตาลปัตร โดยคุณโจ
  3. การตั้งชื่อเรื่องจากพิธีกรรม ไสยศาสตร์ พบ 15 เรื่อง โดยในชื่อเรื่องจะระบุถึง พิธีกรรม ความเชื่อไสยศาตร์ มนต์ดำ เช่น โดนของเขมร โดยคุณกาน, เรื่องของคนเล่นของ โดยคุณจิ๊บ, พิธีกรรมที่หนึ่ง โดยคุณบอล
  4. การตั้งชื่อเรื่องจากวัน เวลาเกิดเหตุ พบ 15 เรื่อง โดยชื่อเรื่องจะเน้นถึง วัน วันที่ ช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์นั้น ๆ เช่น เห็นผี 41 วัน โดยคุณเบิร์ด, เรื่องสยองของเช้าตรู่ โดยคุณฟ้า, เรื่องคืนส่งพัสดุ โดยคุณเอิร์ท
  5. การตั้งชื่อเรื่องจากบุคคล อาชีพ พบ 9 เรื่อง โดยการตั้งชื่อเรื่องจะระบุถึงอาชีพ หรือบุคคล ชื่อคน เช่น กาลครั้งหนึ่งของลุงสัปเหร่อ โดยคุณโอ๊ต, พยาบาล 9 ศพ โดยคุณปุ้ย สุรินทร์, คำสารภาพของหมอผี โดยครูตรี
  6. การตั้งชื่อเรื่องจากวัตถุ สิ่งของ พบ 3 เรื่อง โดยจะเน้นถึงชื่อวัตถุ สิ่งของ ในชื่อเรื่อง ได้แก่ เสื้อวินเทจ โดยคุณเอิร์ท, ของเก่าอาถรรพ์ โดยคุณอาร์ม จอมหักมุม, กระสอบ โดยคุณอาร์ต

นอกเหนือจากการตั้งชื่อเรื่องด้วยถ้อยคำที่ทำให้เกิดความสนใจ ตกใจ สงสัย ซึ่งอาจเป็นส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์เทคนิคการตั้งชื่อ จะเห็นได้ว่า ผลการจำแนกชื่อเรื่องเล่าในกลุ่มที่เหลือ สะท้อนถึงนัยยะความเชื่อเรื่องผีและปรากฎการณ์เหนือธรรมชาติบางอย่างของสังคมไทย เช่น ผีและความผูกพันกับสถานที่ที่เสียชีวิตหรือที่เกิดเหตุ ผีและพิธีกรรมทางไสยศาสตร์ เวลาที่ผีมักปรากฎตัว บุคคลที่เจอผีซึ่งมักมีอาชีพเกี่ยวข้องกับความตาย เช่น พยาบาล สัปเหร่อ เป็นต้น หรือกระทั่งวัตถุสิ่งของบางอย่างที่มีความผูกพันเกี่ยวข้องกับผี หรือผู้ตาย เช่น เรื่อง ของเก่าอาถรรพ์ เป็นต้น ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่พบบ่อยในเรื่องเล่าผี

ผลการวิเคราะห์ชื่อเรื่องตามลักษณะหรือเทคนิคการตั้งชื่อ:

จากการวิเคราะห์ชื่อเรื่องเล่าทั้ง 100 เรื่อง ตามแนวการวิเคราะห์ที่ปรากฎในการศึกษาเรื่อง “การศึกษามโนทัศน์การตั้งชื่อและการเล่าเรื่องของหนังผีไทย ตามแนวอรรถศาสตร์ชาติพันธุ์โดย เอกชัย แสงโสดา (2556) ซึ่งแบ่งชื่อเรื่องเล่าผีเป็น 4 ระดับ ได้แก่ ระดับทั่วไป ระดับพื้นฐาน ระดับเฉพาะเจาะจง และระดับคำไม่พื้นฐาน พบว่า

  1. ชื่อเรื่องระดับทั่วไป (ชื่อเรื่องที่มีคำว่าผี) หมายถึง ชื่อเรื่องเป็นที่รับรู้โดยทันทีว่าเป็นเรื่องผี โดยไม่ต้องตีความเป็นอย่างอื่น มีการเลือกใช้คำที่มีคำว่าผี และสื่อถึงเรื่องผีอย่างชัดเจน พบจำนวน 5 เรื่อง เช่น รถทัวร์ผี โดยคุณพจน์, ป่าผีหลอก โดยคุณยาว, เห็นผี 41 วัน โดยคุณเบิร์ด
  2. ชื่อเรื่องในระดับพื้นฐาน (ชื่อเรื่องที่สื่อถึงผีแต่ไม่มีคำว่าผี) หมายถึง ชื่อเรื่องผีนั้นไม่ปรากฎคำว่าผี หรือวิญญาณ แต่รับรู้ในระดับพื้นฐานว่า เกี่ยวข้องกับผีในมิติใดมิติหนึ่ง เช่น ชื่อเรื่องบอกลักษณะของผี แสดงให้เห็นอิทธิฤทธิ์ของผี  การเวียนว่ายตายเกิด ความเชื่อทางศาสนา เป็นต้น พบจำนวน 29 เรื่อง เช่น หลอนทั้งโรง โดยคุณโอ๊ต, ของเก่าอาถรรพ์ โดย คุณอาร์ม จอมหักมุม, ร่างเกิดใหม่ โดยครูพี
  3. ชื่อเรื่องในระดับเฉพาะเจาะจง (ชื่อเรื่องที่บอกประเภทผี) หมายถึง ชื่อเรื่องผีที่เจาะจงลงไปว่าผีในเรื่องเป็นผีชนิดใด โดยระบุชื่อเรียกของผีชัดเจนจนคนฟังรู้ว่าเป็นผีลักษณะอย่างไร พบจำนวน 2 เรื่อง คือ ผีแม่ลูกอ่อน แรงรักแรงอาฆาต โดย พี่บ่าวตูน, ห้องผีตายโหง โดยคุณกิ๊ก
  4. ชื่อเรื่องในระดับคำไม่พื้นฐาน (ชื่อเรื่องที่ไม่บอกว่าเป็นเรื่องผี) หมายถึง เรื่องผีีนั้นไม่่สามารถระบุุได้้ว่่าเป็็นเรื่องผีีหรืือไม่่ หรือบอกไม่ได้ชัดว่าเกี่่ยวข้้องกัับผีีในมิิติิใด ซึ่งพบมากที่สุด จำนวน 64 เรื่อง เช่น โรงแรมข้างทาง โดยคุณชอว์, ประเทศไทย โดยคุณบอล, หมู่บ้านที่ไม่ปรากฏบนแผนที่ โดย คุณเจน นิวซีแลนด์

ผลการวิเคราะห์และจำแนกชื่อเรื่องเล่าผีดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่า เรื่องเล่าผีในปัจจุบัน ไม่จำเป็นต้องมีคำว่า “ผี” อยู่ในชื่อเรื่องโดยตรง แต่เป็นการตั้งชื่อโดยนำลักษณะเด่นอื่น ๆ ของเรื่องเล่านั้น ๆ มาใช้เป็นชื่อเพื่อดึงดูดความสนใจ เช่น กรณีเรื่องธี่หยด เป็นต้น หรือ อาจเป็นการนำคำคุณศัพท์ คำกริยา หรือคำอื่น ๆ ที่สื่อถึงความน่ากลัว คุณลักษณะ หรือพฤติกรรมของผี ตามความเชื่อของคนไทยมาใช้เป็นชื่อเรื่อง โดยไม่มีคำว่าผีปรากฎอยู่ แต่ผู้ดูหรือผู้ฟังสามารถเชื่อมโยงถึงเรื่องผี หรือเรื่องราวเหนือธรรมชาติได้ทางอ้อม เช่น หลอนทั้งโรง เป็นต้น

สรุปผลการศึกษา        

          จากศึกษาการตั้งชื่อ 100 อันดับเรื่องเล่าผียอดนิยมจากรายการ The Ghost Radio บนยูทูบ ปี 2560-2566 สามารถสรุปได้ดังนี้

จากการวิเคราะห์และจำแนกชื่อเรื่องเล่าผีตามรูปธรรมที่พบจริง พบว่ามีเรื่องผีที่ระบุสถานที่เกิดเหตุมากที่สุด ซึ่งอาจสอดคล้อง หรือสะท้อนความเชื่อเรื่องผีของไทยที่มักจะสิงสถิตในสถานที่ที่มีผู้เสียชีวิต และมักพบเรื่องเล่าหรือตำนานความเชื่อที่เกี่ยวกับสถานที่ได้บ่อยครั้ง เช่น บ้านร้าง ถนน โรงเรียน เป็นต้น

จากการวิเคราะห์และจำแนกชื่อเรื่องเล่าผีตามลักษณะ/เทคนิคการตั้งชื่อเรื่องนั้น สะท้อนให้เห็นว่า ชื่อเรื่องผีไม่จำเป็นต้องน่ากลัว ไม่ต้องสะท้อนความเป็นผี แต่อาจใช้วิธีการตั้งชื่อเรื่องให้ชวนสงสัย สื่อถึงปริศนาบางอย่าง เพื่อดึงดูดความสนใจใคร่รู้ของคนดู หรือคนฟัง ได้มากกว่าการตั้งชื่อที่มีคำว่าผี หรือมีคำบางอย่างที่สื่อถึงผีโดยตรง  

ไม่ว่าสังคมใด เรื่องเล่าผี เป็นหนึ่งในประสบการณ์ความเชื่อที่มีการส่งต่อรุ่นต่อรุ่นผ่านการเล่าจากในวงคุย พัฒนามาผ่านสื่อหลากหลาย รวมทั้งภาพยนตร์ ที่ไม่ว่าจะตั้งชื่ออย่างไร หนังผี ก็ยังคงเป็นที่สนใจ แม้จะเป็นเรื่องสยองขวัญก็ตาม

 

ข้อค้นพบอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เรื่องผีที่ได้รับความนิยม จำแนกภาพรวมรายปี:

จาก 100 อันดับที่ได้รับความนิยมสูงสุดในช่อง The ghost radio ในปี 2560-2566 พบการรับชมวิดีโอสูงถึง 350,112,040 วิว เฉลี่ย 3,501,120 วิวต่อเรื่อง โดย ปี 2566 มีวิดีโอและยอดการรับชมมากที่สุดถึง 21 เรื่อง ยอดการรับชมรวม 72,626,191 วิว สามารถแบ่งตามปีที่อัปโหลดลดวิดีโอ ได้ดังนี้

ชื่อคนเล่าเรื่องผีที่พบมากที่สุด:

จาก 100 เรื่องเล่ายอดนิยมสูงสุดในช่อง The ghost radio ในปี 2560-2566 พบการเล่าเรื่องจากคุณโบนัส มากที่สุดถึง 5 เรื่อง ได้แก่เรื่อง โรงแรมนิรนาม, หมู่บ้านป้าเพ็ญ, สายสุดท้ายหลังเที่ยงคืน, หมู่บ้านนิรนามกับเจ้าสาวปริศนา และ งานใหม่กับความลับของบ้านหลังใหญ่ ยอดการรับชมรวม 22,850,180 วิว สามารถแบ่งเรื่องตามจำนวนผู้เล่าได้ดังนี้

อ่านผลการศึกษา วิเคราะห์การตั้งชื่อเรื่องเล่าผีไทย : กรณีศึกษา 100 เรื่องเล่ายอดนิยม The Ghost Radio ได้ที่