เลือกหน้า

ไดโนแอลฟา ตอนที่ 2

พ่อ : “สำนักงานนี้ มันอยู่แยกไหนนะ พ่อไม่คุ้นแถวนั้นเลย”
แม่ : “น่าจะอยู่ใกล้ ๆ โรงเรียนสอนดนตรีที่แม่เคยอยู่นะจ๊ะพ่อ”
พ่อ : “ไม่ได้ไปนานแล้วด้วยสิ”

เอพี เด็กชายชาวมนุษย์ เห็นพ่อกับแม่ ซึ่งเป็นไดโนเสาร์ กำลังขะมักเขม้นตั้งใจดูแผนที่กระดาษ เพื่อหาที่ตั้งของสำนักงานใหม่ที่พ่อจะไปสมัครงาน จึงพยายามแนะนำให้พ่อลองใช้เทคโนโลยีเข้าช่วย

เอพี : “พ่อก็เปิดแอปพลิเคชั่นนำทาง แค่ขับไปตามที่โทรศัพท์บอก ง่ายมาก ถึงจะไปดาวอังคารก็ไม่หลง”
พ่อ : “แผนที่ในโทรศัพท์เชื่อได้ที่ไหน เห็นข่าว ว่าพาไปทางที่ไม่มีถนนอยู่บ่อย ๆ”
พ่อ : “แผนที่กระดาษนี่แหละแม่นยำเชื่อถือได้ที่สุด”
เอพี : “แผนที่ที่พ่อดู นั่นมันตั้งแต่ก่อนผมเกิดอีกมั้ง ป่านนี้เขาตัดถนนใหม่จนเปลี่ยนไปหมดแล้ว”
พ่อ : “เด็กจะมารู้ดีกว่าผู้ใหญ่ได้ยังไง”

หลังบรรยากาศตึงเครียด พ่อเริ่มเสียงแข็ง แม่จึงรีบเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย ให้ลองเปิดใจรับฟังคำแนะนำจากลูกชายบ้าง นี่เป็นบทสนทนาสะท้อนมุมมองความแตกต่างระหว่างวัย ที่เกิดขึ้นในการ์ตูนชุด“ไดโนแอลฟา” ตอนพ่อผู้ไม่อยากเปลี่ยนแปลง การ์ตูนแนวไซไฟสำหรับเด็กก่อนวัยประถม ที่สร้างขึ้นจากความตั้งใจของ นภดล แก้วบำรุง และทีมงานผู้สร้างการ์ตูนแอนิเมชั่นเรื่องปังปอนด์และก้านกล้วย ที่อยากให้คนเข้าใจเด็กGenแอลฟามากขึ้น

“ยุคนี้เป็นยุคที่เด็กGenแอลฟา และไดโนรุ่นปู่ย่า มีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก มันมีความทันสมัย โลกมันไปไกลมาก เด็กสามารถทำงานสิ่งต่าง ๆ ได้โดยง่าย เพราะมีเทคโนลยีช่วย ไม่ต้องใช้เวลานานเหมือนรุ่นพ่อแม่ ในอดีตเราไม่ได้รู้สึกห่างจากพ่อแม่ขนาดนี้ เราจึงอยากสร้างการ์ตูนสะท้อนให้เด็กGenแอลฟา มองเห็นและเข้าใจตัวเอง ว่าเขามีบุคลิกนิสัยเป็นแบบนี้นะ แล้วผู้ใหญ่เป็นยังไง ในอีกด้านหนึ่งก็อยากย้ำเตือนให้พ่อแม่รู้จักธรรมชาติของพวกเขา ซึ่งอาจจะนำไปสู่การเปลี่ยนมุมมองและหาวิธีเลี้ยงดูลูกในรูปแบบใหม่ ๆ ให้ทันกับยุคสมัยด้วย”

การ์ตูนชุด“ไดโนแอลฟา” มีทั้งหมด 10 ตอน ได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ประเภทเปิดรับทั่วไป ประจำปี 2565 โดยเนื้อหาในแต่ละตอน เด็กชายเอพีและครอบครัวไดโนเสาร์ของเขา จะพาไปทำกิจกรรมในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ได้ทั้งความสนุกสนานและแง่คิดในการใช้ชีวิตร่วมกับเด็กGenแอลฟา ทีมงานใช้เวลาผลิตการ์ตูนชุดนี้เพียง 7 เดือน เนื่องจากมีความเชี่ยวชาญในการสร้างการ์ตูนแอนิเมชั่นสำหรับเด็กอยู่แล้ว แต่ในระหว่างทางก็ยอมรับว่ามีประเด็นท้าทายอยู่มาก โดยเฉพาะการสร้างการ์ตูนให้ตอบโจทย์กับเนื้อเรื่อง ดูสมูท และสนุก รวมถึงเรื่องการดีไซน์ฉาก ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องใช้เวลาค่อนข้างมาก

“ตอนเสนอโครงการ เรามีไอเดียทุกอย่างอยู่ในหัวเราแล้ว ทั้งตัวละคร และพล็อตเรื่องที่มีเด็กชายชาวมนุษย์และพ่อแม่ซึ่งเป็นไดโนเสาร์ มาConflictกัน ทะเลาะกัน แต่สิ่งที่เรายังมองไม่ค่อยออก ก็คือ ตึกรามบ้านช่อง ว่ามันควรจะออกมาเป็นยังไง ทันสมัยระดับไหน เพราะถ้าจะใช้ฉากที่เป็นบ้านเรือนในยุคปัจจุบันมันก็จะดูแปลก ๆ ไม่เข้ากัน เนื่องจากในเรื่องมีไดโนเสาร์ด้วย อย่างพ่อของพระเอกในเรื่องเป็นไดโนเสาร์คอยาว เราก็ต้องดีไซน์กระจกรถให้มันยาวขึ้นไปด้วย ส่วนประตูบ้านทางเข้าก็ต้องสูงกว่าคนทั่วไป ในขั้นตอนนี้ต้องคิดกันอยู่นาน สุดท้ายผมไปได้ไอเดียมาจากตัวเติมน้ำมันของปั๊มเอสโซ่ ที่เป็นเสายาวขึ้นไปแล้วโค้ง ๆ พอเห็นตัวนี้ก็คิดออกเลย สร้างฉากเมืองได้ทั้งเมือง เพราะหน้าตามันดูคล้ายไดโนเสาร์สำหรับผม ความยากมันจึงอยู่ที่การออกแบบฉากบ้านเมืองให้เหมาะกับบริบทของเรื่อง รวมทั้งต้องทำให้น่าสนใจและดึงดูดสำหรับเด็ก ๆ ด้วย จึงใช้เวลาคิดกันอยู่นาน กว่าจะได้ไอเดียนี้ออกมา”

นอกจากความน่ารักของไดโนเสาร์แล้ว ฉากบ้านเมืองในยุคอนาคต ที่ไม่มีสายไฟ ใช้กังหันลมผลิตไฟฟ้า มีหุ่นยนต์และยานบินใช้ส่งของส่งอาหาร ความทันสมัยที่ไม่ได้ดูไปไกลจากยุคปัจจุบันมาก ก็ทำให้การ์ตูนชุด “ไดโนแอลฟา” ได้รับความสนใจอย่างมากจากเด็ก ๆ และผู้ปกครอง

“เด็ก ๆ ที่มีโอกาสได้ดู เขาก็ชอบ บอกว่าสนุกดี ส่วนพ่อแม่ก็บอกว่าเป็นการ์ตูนที่ให้ความรู้ดี ทำให้พวกเขาเข้าใจนิสัยของเด็กGenแอลฟามากขึ้น อยากให้ผลิตการ์ตูนแนวนี้ออกมาอีกเรื่อย ๆ ”

“ไดโนแอลฟา” เริ่มนำเสนอตอนแรกตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ผ่านทางช่อง ALTV และช่อง Thai PBS สำหรับใครที่ยังไม่มีโอกาสได้ชม สามารถไปหาชมย้อนหลังกันได้ที่ ยูทูบ Dino-Alpha การ์ตูนที่เล่าเรื่องแบบง่าย ๆ แต่แฝงไปด้วยความสนุกสนาน ความทันสมัย รวมถึงแง่คิดที่จะทำให้รู้จักและเข้าใจเด็กGenแอลฟา เข้าใจความแตกต่างระหว่างวัยได้มากขึ้น

ไดโนแอลฟา ตอนที่ 1

ในโลกซึ่งไม่เคยถูกอุกกาบาตพุ่งชน ไดโนเสาร์และมนุษย์มีวิวัฒนาการต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งสองเผ่าพันธุ์อยู่ร่วมกันในสังคม “เอพี” เด็กชายชาวมนุษย์คนหนึ่ง อาศัยอยู่กับพ่อและแม่ซึ่งเป็นไดโนเสาร์ เนื่องจากพ่อแม่ของเขาได้จากโลกนี้ไปแล้ว

“แป้งบางกรอบ หน้าทริปเปิ้ลโฟร์ชีส ว้าว แถมหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงตัวจิ๋วด้วย สุดยอดจริง ๆ เลือกหมาละกัน จะกดแล้วนะ”

ระหว่างที่ เอพี นั่งเล่นแท็บเล็ต และกำลังจะกดสั่งซื้อพิซซ่าอยู่นั้น สัญญาณไวไฟก็ถูกตัดพอดี หลังจากพ่อซึ่งเป็นไดโนเสาร์พยายามไปเปลี่ยนฟิวส์ตู้รับสัญญาณทีวีที่หน้าบ้าน แต่ดันตัดสายผิด ไปพลาดตัดสายไวไฟขาด

“ไม่!!! นะ เอาสัญญาณไวไฟกลับมาเดี๋ยวนี้ ผมจะกินพิซซ่า”
เอพี ตะโกนโวยวายเสียงดัง จนแม่ซึ่งเป็นไดโนเสาร์ ต้องรีบเข้ามาปลอบ ชวนพูดคุยถามว่า เอพี กำลังโกรธและรู้สึกผิดหวังใช่ไหม และเมื่ออารมณ์เย็นลง แม่ก็ชวนเอพีไปทำพิซซ่าทานเอง สอนให้นวดแป้ง สอนให้รู้จักรอ เพราะการทำพิซซ่าต้องใช้เวลาอบแป้งนานกว่า 1 ชั่วโมง

ระหว่างนั้นแม่ก็ชวนเอพีไปช่วยพ่อเก็บของ กระทั่งครบเวลาได้ทานพิซซ่าที่ทำเอง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสอนให้รู้ว่า “ความพยายามสร้างได้ ด้วยการอดทน ทำได้ในสิ่งที่ยาก แม้ว่าเราจะไม่ชอบ”

เรื่องราวของเด็กชายเอพีและครอบครัวไดโนเสาร์ที่เกิดขึ้น ถูกถ่ายทอดอยูในการ์ตูน“ ไดโนแอลฟา” ตอนความพยายามสร้างได้ ซึ่งเป็น 1 ใน 10 ตอน ของการ์ตูนแนวไซไฟสำหรับเด็กก่อนวัยประถม ที่ นภดล แก้วบำรุง และทีมงานผู้สร้างการ์ตูนแอนิเมชั่นเรื่องปังปอนด์และก้านกล้วย ร่วมกันผลิตขึ้น จากไอเดียที่ได้มาจากเรื่องราวใกล้ตัว การเลี้ยงลูกชายคนเล็กวัย 6 ขวบ ซึ่งมีความแตกต่างจากการเลี้ยงลูกชายคนโตที่มีอายุห่างกันถึง 11 ปี อยู่ในวัย Gen Z ค่อนข้างมาก
.
“ผมเชื่อว่าพ่อแม่หรือคนส่วนใหญ่ อาจยังไม่ค่อยรู้จัก ว่าจริง ๆ แล้ว Genแอลฟา คืออะไร เด็กวัยนี้เขาสามารถเรียนรู้ทุกอย่างได้ไวจนน่าตกใจ จากเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น การเปิดทีวี เปิดมือถือ หรือเล่นคลิปวิดีโอต่าง ๆ ส่วนลักษณะนิสัยก็จะมีความเป็นวัยทองสองขวบ มีenergyเยอะ เขาจะมีความง๊องแง๊ง ไม่นิ่งเหมือนเด็กยุคGen Z อยากรู้นั่น อยากรู้นี่ บางทีเราก็ให้เขาไม่พอ เราไม่ทันเขา”

จึงเป็นที่มาของการนำเสนอเรื่องราวความแตกต่างระหว่างวัย เพื่อทำให้สังคมเข้าใจเด็กGenแอลฟามากขึ้น ทั้งในแง่มุมของตัวเด็กเอง และพ่อแม่ผู้ปกครอง ที่อาจจะต้องเปลี่ยนมุมมองและวิธีการเลี้ยงดูพวกเขาใหม่

“การใช้คำว่า ไดโนแอลฟา ไดโนก็เปรียบเสมือนพ่อแม่ ผมพยายามอธิบายเด็กที่ดูการ์ตูนของเรา ให้เข้าใจบริบทของตัวเอง ว่าเขาคือ Genแอลฟา ที่มีบุคลิกลักษณะนิสัยแบบนี้ ซึ่งถ้าทุกคนได้รู้ว่าตัวเองเป็นยังไง ยอมรับในความเป็นเรา แล้วเราก็จะยอมรับคนอื่นได้ เช่น เด็กเกเรเพราะต้องการอะไรสักอย่าง เมื่อดูการ์ตูนแล้วเขาจะเข้าใจว่า อ๋อที่เป็นอย่างนี้ เพราะรุ่นพ่อแม่เขาเป็นแบบนี้มาก่อน เด็กจะซอฟลงและหันหน้ามาคุยกัน ไม่ใช่จะเอาอะไร ก็จะงอแงเอาให้ได้ดั่งใจ”

การ์ตูนชุด“ไดโนแอลฟา” ได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ประเภทเปิดรับทั่วไป ประจำปี 2565 เริ่มนำเสนอตอนแรกเมื่อกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทางช่อง ALTV และช่อง Thai PBS สามารถชมย้อนหลังได้ที่ ยูทูบ Dino-Alpha โดยในการ์ตูนชุดนี้ทั้ง 10 ตอน

เด็กชายเอพีและครอบครัวไดโนเสาร์ของเขา จะพาไปชมความสนุกสนานและข้อคิดที่จะได้เรียนรู้จากสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไปในแต่ละตอน ซึ่งล้วนแต่ช่วยให้เด็กGenแอลฟาและพ่อแม่มีความเข้าใจกันมากขึ้น นอกจากตอนความพยายามสร้างได้ ก็ยังมีตอน พ่อผู้ไม่อยากเปลี่ยนแปลง , ดาบสองคมของโซเชียลมีเดีย , เพื่อนในอุดมคติ , อดเปรี้ยวไว้กินหวาน , แม่ที่มีอยู่จริง , ระดมสมอง , คำตอบไม่ได้มีหนึ่งเดียว , เห็นความทุกข์ของผู้อื่น , และ ตอนสร้างอนาคตร่วมกัน

“เราอยากให้มีคนรู้จักและเข้าใจเด็กGenแอลฟามากขึ้น ว่าควรจะต้องดูแลในทางที่เหมาะสมอย่างไร ถ้าทิ้งขว้างเขา หรือเลี้ยงแบบเดิม ๆ เปรียบเทียบง่าย ๆ พ่อแม่ในยุค GenZ ก่อน Gen แอลฟา จะตีความว่าไม่ควรยื่นมือถือ หรือไอแพด ให้ลูกเล่น แต่ Gen แอลฟา ไม่ใช่แล้ว

เราจะต้องรู้ว่าควรยื่นยังไง จัดการเวลายังไง ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องคิดหนักมาก เพราะถ้าไม่ให้เขาเล่น เขาก็จะไม่รู้ ไม่ทันเพื่อน แต่ถ้าให้เล่นมากเกินไป เขาก็เพี้ยน มันคือ Gen ใหม่ ที่เราไม่สามารถเลี้ยงดูเหมือนเด็ก Gen เดิม ๆ ได้อีกแล้ว” นภดล แก้วบำรุง ผู้สร้างการ์ตูน “ไดโนแอลฟา” ย้ำเตือนทิ้งท้าย หวังจุดประกายให้พ่อแม่ในยุคนี้ได้ไปคิดต่อ และหาข้อมูลมาดูแลลูก Gen แอลฟา ให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข

ปริศนาฝาผนัง ตอนที่ 2

ใครจะคิดว่า วัดโสมนัสราชวรวิหาร ริมคลองผดุงกรุงเกษม ในกรุงเทพมหานครของไทย จะมีความคล้ายคลึงกับทัชมาฮาล จนเปรียบเสมือนอนุสรณ์ความรักแห่งสยามประเทศ ยิ่งเปิดประตูสู่พระวิหาร ด้านในเต็มไปด้วยความวิจิตรบรรจงของจิตรกรรมฝาผนัง ที่บอกเล่าเรื่องราวของปัญจราชาภิเษก หรือการอภิเษกเป็นพระเจ้าแผ่นดิน ส่วนใต้หน้าต่างและช่องว่างระหว่างหน้าต่างทั้งหมดในพระวิหาร กลับเป็นจิตรกรรมฝาผนังเรื่องราวของวรรณคดีเรื่องอิเหนาทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ

จิตกร บุษยา นักวิชาการอิสระและผู้เชี่ยวชาญด้านการนำชมจิตรกรรมฝาผนังของไทยมาเกือบ 20ปี ผู้ผลิตและทำหน้าที่พิธีกรดำเนินรายการในสารคดีชุด “ปริศนาฝาผนัง” ตอน“อิเหนาและภาพเงาของความรัก” พาผู้ชมเข้าไปสัมผัสความหมายอันลึกซึ้ง พร้อมถอดรหัสที่แฝงเร้นอยู่ในจิตรกรรมฝาผนังเรื่องอิเหนาของที่นี่ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯให้สร้างวัดแห่งนี้ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าโสมนัสวัฒนวดี พระมเหสี ที่ทรงสถาปนาเป็นพระมเหสีองค์แรก และทรงให้นำวรรณคดีเรื่องอิเหนามาเป็นส่วนหนึ่งของจิตรกรรมฝาผนัง เพื่อสื่อสารถึงความผูกพันที่มีต่อสมเด็จพระนางโสมนัสวัฒนวดี ซึ่งพระองค์ท่านทรงฝึกหัดคณะละครส่วนพระองค์ และทรงเตรียมละครเรื่องอิเหนาไว้ถวายรัชกาลที่4 ในพระราชพิธีสมโภชน์ช้างเผือก แต่สมเด็จพระนางเจ้าโสมนัสวัฒนวดีสิ้นพระชนม์ไปก่อน

“รัชกาลที่4 จึงทรงสานต่อความมุ่งหมายของสมเด็จพระนางเจ้าโสมนัสวัฒนวดี ด้วยการเขียนภาพอิเหนา เหมือนเป็นการเล่นมหรสพที่ซ้อมไว้ แล้วยังไม่ได้เล่น ให้คนดู และดูมาเป็นร้อย ๆ ปีแล้ว ดูมาจนถึงรุ่นเรา นี่คือความรักที่พระองค์ท่านทรงมีต่อสมเด็จพระนางเจ้าโสมนัสวัฒนวดี เพราะการสร้างวัดนี้ สร้างเป็นอนุสรณ์ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระนางเจ้าโสมนัส ที่สิ้นพระชนม์ในวัยไม่มาก พระองค์ท่านทำทุกอย่างเป็นความผูกพันกันหมด ที่หน้าบันมีรูปมงกุฎก็คือพระองค์ท่าน และรูปโสมนัส ก็คือสมเด็จพระนางเจ้าโสมนัสวัฒนาวดี”

“มันคือภาพเงาของความรัก คือถ้าไม่นั่งดูเงาที่เป็นหนังใหญ่เล่นบนจอ ความรักมันจะไม่หวนคืนกลับมา และสิ่งที่รัชกาลที่4ฉายไว้บนจิตรกรรมฝาผนังในโบสถ์ มันคือภาพเงาแห่งความรักที่พระองค์ท่านทรงมีต่อสมเด็จพระนางเจ้าโสมนัสฯ”

จิตกร อธิบายความลึกซึ้งของจิตกรรมฝาผนัง ที่วัดโสมนัสราชวรวิหาร และยังมีจิตรกรรมฝาผนังที่สวยงามและมีความหมายลึกซึ้งอีกหลายสิบแห่ง ที่ จิตกร พาไปสัมผัสความสวยงามพร้อมถอดปริศนาที่แฝงไว้ได้อย่างน่าชม ในสารคดีชุดปริศนาฝาผนังทั้ง 20 ตอน ความยาวตอนละ 25 นาที ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ประเภทเชิงยุทธศาสตร์ ประจำปี 2565 เผยแพร่ทางช่องยูทูบ เฟซบุ๊กและติ๊กต็อก ซึ่งได้รับเสียงตอบรับหลากหลายและยังช่วยให้วัดและชุมชนบางแห่งต่อยอดสู่การท่องเที่ยวด้วย

“หนักสุดคือ คนอยากไปดูจิตรกรรมฝาผนังของจริงและอยากให้เราพานำชม มีรายการวิทยุส่งเสริมเพลงลูกทุ่งส่งเสริมความเป็นไทย ติดต่อถามเข้ามาว่า ผู้ฟังของเขาได้ดูรายการปริศนาฝาผนังแล้วชอบมาก รู้สึกว่าเรามีหัวใจเดียวกัน ก็เลยอยากให้พาคนไปดู บางชุมชนก็บอกว่า ในชุมชนของเขาก็มีวัดที่มีจิตรกรรมฝาผนัง อยากให้รายการมาช่วยถอดรหัสและถ่ายทำบ้าง ส่วนวัดบางแห่ง เช่นวัดโสมนัสฯ ก็เกิดตลาดชุมชนแบบทดลอง

หลังมีคนที่ดูรายการแล้วสนใจเข้ามาดูจิตรกรรมของจริงที่นี่กันมากขึ้น ทางวัดเลยต่อยอดทดลองให้คนในชุมชนทำอาหาร ทำขนม มาลองวางขายในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เพราะว่าถ้าเขามาดูจิตรกรรมฝาผนังเสร็จแล้วกลับไปเฉย ๆ ชุมชนก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร ชุมชนควรมาเกื้อหนุนจากความเข้มแข็งของต้นทุนที่มี จึงคิดทำตลาดชุมชนขึ้น ส่วนอาจารย์คณะโบราณคดีก็ชื่นชมและนำบางตอนไปใช้สอนนักศึกษาด้วย”

จิตกร เล่าด้วยความภูมิใจในเสียงตอบรับจากสารคดี “ปริศนาฝาผนัง” ซึ่งแม้จะไม่ได้มียอดวิวที่ถล่มทลาย แต่กลับได้ในเชิงคุณภาพจากแวดวงวิชาการ พระสงฆ์ และประชาชนทั่วไปที่สนใจและเริ่มเห็นคุณค่าจิตรกรรมฝาผนังของไทย

“เราภาคภูมิในการเป็นประเทศพระพุทธศาสนาและความเป็นไทย และท่านก็ทำไว้แล้ว ซึ่งไม่สามารถตีเป็นมูลค่าได้เลย จิตรกรรมร้อยปี ร้อยกว่าปี หรือเกือบสองร้อยปี ทุก ๆ ที่ที่รวบรวมมา คุณดูสารคดีชุดนี้ คุณจะเห็นน้ำ
พระราชหฤทัยของผู้นำประเทศในสมัยก่อน ก็คือพระเจ้าแผ่นดิน จะเห็นคุณค่าของประเทศที่มีศิลปินฝีมือดีภูมิใจ
ได้ และเรื่องราวที่นำมาถ่ายทอดก็เป็นเรื่องราวที่มุ่งหมายให้คนค้นพบความสุขทั้งสิ้น พ้นทุกข์ พบสุข นั่นคือความตั้งใจ”

จิตกร ทิ้งท้ายถึงผู้ชมที่ใฝ่หาความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ใฝ่หาความสุข ใฝ่หาความเพลิดเพลิน ร่วมท่องเที่ยวสัมผัสความสวยงามและค้นหาปริศนาจากลายเส้นบนฝาผนังไปด้วยกันได้ ในสารคดีชุด “ปริศนาฝาผนัง”

#กองทุนสื่อ #ปริศนาฝาผนัง
#เล่าสื่อกันฟัง #บทความเล่าสื่อกันฟัง
#ผลงานผู้รับทุนกองทุนสื่อ
#สื่อสร้างสรรค์เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม
#กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

ติดตาม “กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์” ได้ที่
Website : www.thaimediafund.or.th
Facebook : กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
Youtube : www.youtube.com/c/ThaiMediaFund
Line Official : @thaimediafund

ปริศนาฝาผนัง ตอนที่ 1

“ถ้าพี่ตาย แล้วใครจะเล่า”

คำถามสั้น ๆ จากรุ่นน้องคนหนึ่ง แต่กลับเต็มไปด้วยความหมายที่ซึมลึกถึงใจ ไปกระตุ้นความคิดและนำไปสู่ความตั้งใจของ จิตกร บุษบา นักวิชาการอิสระวัย 51 ปี และผู้เชี่ยวชาญด้านการนำชมจิตรกรรมฝาผนังของไทยมาเกือบ 20ปี ในการเริ่มต้นผลิตสารคดี “ปริศนาฝาผนัง” สารคดีที่เล่าเรื่องราวจากลายเส้น ความเชื่อ บนผนังเก่า กับจิตรกรรมฝาผนัง และบันทึกความรู้จากภาพเขียนบนฝาผนังที่เต็มไปด้วยปริศนา หลายภาพมีที่มาและสะท้อนเรื่องราวในลายเส้น แฝงไปด้วยหลากหลายอารมณ์ ทั้งธรรมะ กฎแห่งกรรม ความสุขปนเศร้า สนุกสนานหรือแม้แต่โรแมนติก

“จิตรกรรมฝาผนัง ปัญหาคือ มันอยู่ของมันนิ่ง ๆ การจะเล่าเรื่องจะเล่ายังไงให้ภาพนิ่ง ๆ บนฝาผนังมันน่าสนใจได้ โจทย์มันยากมาก ยากกว่าที่เราคิด คือเวลาที่เราพาคนไปดู คนดูอยู่ต่อหน้าจิตรกรรม และถูกหุ้มด้วยจิตกรรมในโบสถ์ ในวิหาร ในศาลาการเปรียญ มันมีมนต์สะกดซึ่งกันและกันอยู่แล้ว แตกต่างกับคนดูบนหน้าจอ เหมือนได้ดูภาพแบน ๆ บนฝาผนัง ความยากคือจะเล่าเรื่องยังไง และเรื่องของจิตรกรรมฝาพนังก็เป็นเรื่องยากที่ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของคนด้วย เพราะว่าเป็นเรื่องชาดก พุทธประวัติ หรือพระวินัยในพระไตรปิฎก เราจะย่อ จะย่อย จะหยิบประเด็นไหนมาเล่า มันก็ต้องคิดกันจนเส้นเลือดในสมองแทบแตก”

“เวลาเรานำชมสถานที่จริง คือผู้ชมเขาได้อยู่ต่อหน้าภาพ ได้เห็นของจริง เราเป็นเหมือนแม่สื่อที่ทำให้เขาตกหลุมรักกัน บรรยากาศการนำชมมันเป็นไพรเวท เมาท์มอยอะไรต่างๆ ได้ แต่เวลาผลิตเป็นสารคดี มันมีระเบียบ รูปแบบวิธีการของมัน”

จิตกร ซึ่งรับหน้าที่ทั้งเป็นคนถอดปริศนา เขียนบท รวมไปถึงพิธีกรดำเนินรายการ เว้นไว้แค่ถ่ายภาพและตัดต่อ ที่ใช้ทีมงานช่วย เล่าถึงความยากในการถ่ายทอดสารคดีชุดนี้ ทั้งหมด 20 ตอน ตอนละ 25 นาที ใช้เวลาผลิตนานกว่า 1 ปี โดยได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ประเภทเชิงยุทธศาสตร์ ประจำปี 2565

โดยสารคดีปริศนาฝาผนังตอนแรก ๆ เริ่มต้นเล่าเรื่อง ค่อย ๆ พาผู้ชมไปรู้จักจิตรกรรมฝาผนังและสิ่งที่ปรากฏอยู่ในนั้น ทั้งตัวละคร เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย ข้าวของเครื่องใช้ อาคารสถานที่ ไปจนถึงวิวทิวทัศน์ ที่ปรากฏบนจิตรกรรมฝาผนัง ให้คนดูได้คุ้นเคยและสัมผัสเสน่ห์ความสนุก จนกลายเป็นความท้าทายในการชมจิตรกรรมฝาผนัง แล้วค่อย ๆ นำเสนอเรื่องที่ลึกและยากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งสุวรรณชาดก พระมหาชนก พระเวสสันดรชาดก พร้อมกับชมความสวยงามของลายเส้น ที่บอกเล่าเรื่องราวมากมาย หลายเรื่องแฝงไว้ด้วยความอัศจรรย์ อย่างภาพจิตรกรรมฝาผนังที่วัดบรมนิวาสราชวรวิหาร ซึ่ง ขรัวอินโข่ง เป็นศิลปินผู้วาดไว้ โดยได้นำความรู้เรื่องระบบสุริยะจักรวาลเข้ามาใส่ในจิตรกรรมฝาผนังด้วย

“ด้วยการเขียนพระอาทิตย์ พระจันทร์ ดาวพุธ ดาวพฤหัส แบบเหมือนจริงตามแบบวิทยาศาสตร์อยู่ในจิตรกรรม เราได้เชิญวิทยากรที่เป็นนักดูดาวมาช่วยถอดรหัส เขาดูไปดูมา พบว่าตำแหน่งที่ตั้งของดาวมันไปตรงกับช่วงเวลาในสมัยรัชกาลที่4 ซึ่งข้อมูลนาซ่าสามารถดูย้อนหลังไปได้เป็นร้อยๆ ปี”

จิตกรเล่าให้เห็นถึงความมหัศจรรย์ที่น่าทึ่งของผู้คนในอดีตที่ซ่อนไว้ในจิตรกรรมฝาผนังตอนหนึ่งในสารคดีชุดนี้ ซึ่งทั้ง 20ตอน จะพาไปชมความน่าทึ่งความมหัศจรรย์จากลายเส้นบนฝาผนังที่ทรงคุณค่า และเต็มไปด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์และมีความหมายที่แฝงไว้มากมาย บางแห่งเป็นภาพจิตรกรรมที่หาชมได้ยาก ซึ่งสารคดีปริศนาฝาผนังแต่ละตอนจะค่อย ๆ พาเราไปถอดรหัสและขมวดแก่นเรื่องราว ที่วาดไว้บนจิตรกรรมฝาผนังได้อย่างสนุกและได้สาระ
“อย่างวัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร ที่คนส่วนใหญ่ไปเฉพาะฟังสวดและเผาศพเสร็จแล้วก็กลับ ที่นี่มีสมบัติทางปัญญาที่สำคัญมา ๆ ก็คือโบสถ์และวิหาร เนื่องจากเป็นวัดธรรมยุตที่เคร่งมาก โบสถ์ไม่ค่อยให้คนเข้าไป เราจึงใช้โอกาสการทำโครงการนี้ขออนุญาตเข้าไปถ่ายทำ จิตรกรรมในโบสถ์เขียนประวัติของพระภิกษุและภิกษุณีรูปสำคัญ ๆ ในพุทธศาสนา ว่าแต่ละคนมีชีวิตมาอย่างไรและทำไมจึงอยากบวช บวชแล้วไปคลิกอะไร จึงกลายเป็นผู้บรรลุธรรม ท่านสร้างมีเดียไว้ให้พระฉุกคิดพิจารณา”

“ความยากมันอยู่ตรงนี้ อยู่ที่การถอดปริศนาและขมวดแก่นของเรื่องราวบนจิตรกรรมฝาผนังออกมาให้ได้ ว่าคุณถอดออกมาได้เฉียบขาด เฉียบคมขนาดไหน มันเป็นเรื่องท้าทายที่สุดเลย”

สารคดีชุด “ปริศนาฝาผนัง” เผยแพร่ทาง ยูทูบ เฟซบุ๊ก และติ๊กต็อก ได้รับความสนใจจากผู้ชมเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ และทำให้มีผู้คนที่สนใจอยากไปชมจิตรกรรมฝาผนังตามวัดต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น จนบางแห่งต่อยอดไปให้ชุมชนทำอาหารและขนมมาขายกลายเป็นการท่องเที่ยวชุมชน และที่สำคัญสารคดีชุดนี้เป็นเหมือนการเปิดประตูความรู้ ความภูมิใจในจิตรกรรมไทยอีกบานหนึ่ง ซึ่งอาจจะตอบคำถามจากรุ่นน้องที่ถามจิตกรได้ว่า “ถ้าพี่ตายไป แล้วใครจะเล่า”

#กองทุนสื่อ #ปริศนาฝาผนัง
#เล่าสื่อกันฟัง #บทความเล่าสื่อกันฟัง
#ผลงานผู้รับทุนกองทุนสื่อ
#สื่อสร้างสรรค์เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม
#กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

ติดตาม “กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์” ได้ที่
Website : www.thaimediafund.or.th
Facebook : กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
Youtube : www.youtube.com/c/ThaiMediaFund
Line Official : @thaimediafund

Winner Gamer เกมพิชิตฝัน II ตอนที่ 2

“เล่นนานเกิน! เด็กวัย 13 ติดเกมออนไลน์ ช็อคใจสั่น ถูกหามส่ง ร.พ.”
“เด็กป.6 ติดเกมหนัก ไม่ยอมขยับ 48 ชม. แม่เครียดตามป้อนข้าว”
“โอละพ่อ!เด็ก10ขวบ โกหกพ่อ โดนแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอก สูญเงิน 1.2 ล้าน ที่แท้เติมเกม”
“อึ้ง! เด็กไทยติดเกมออนไลน์ ขโมยบัตรเครดิตพ่อแม่ เติมเงินเป็นแสนบาท”

ตัวอย่างพาดหัวข่าวเด็กติดเกมเหล่านี้ มักมีให้เห็นกันอยู่บ่อยครั้ง ส่วนใหญ่มีแต่ในแง่มุมของการสร้างปัญหา และก่อเหตุความรุนแรง ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ก็มีเด็กอีกหลายคนที่เล่นเกม จนได้เป็นเกมเมอร์ เป็นนักกีฬาE-sport หรือนำความเชี่ยวชาญจากการเล่นเกมไปสร้างอาชีพกระทั่งประสบความสำเร็จ มีรายได้เป็นกอบเป็นกำ

แนวคิดนี้กลายมาเป็นไอเดียเริ่มต้นของ ปริฉัตร์ บุญสาร และทีมงานบริษัท เท่นิยม จำกัด ที่นำมาสร้างสรรค์ผลิตเป็นรายการทอล์คที่ชื่อว่า “Winner Gamer เกมพิชิตฝัน II” โดยในซีซั่น2นี้ ยังคงได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ประเภทเชิงยุทธศาสตร์ ประจำปี 2564 ส่วนรูปแบบในการนำเสนอ จะต่างจากซีซั่นแรก ที่เน้นนำเสนอเรื่องราวของเด็กติดเกม ว่าสามารถก้าวข้ามจากภาวการณ์นั้นออกมาได้อย่างไร และจะเป็น The Winner ในชีวิตจริงได้อย่างไร ส่วนในซีซั่นนี้จะเน้นเรื่องการสร้างภูมิคุ้มกันให้รู้เท่าทันสื่อในเกมมากขึ้น

“เด็กหลาย ๆ คน ก็อยากเป็นแชมป์ อยากเป็นเกมเมอร์ อยากเป็นนักกีฬา E-sport เพราะมองว่าเล่นเกมแบบนี้แล้วจะได้เงินเยอะ ร่ำรวย โดยไม่ได้คิดว่าระหว่างทาง ก่อนที่เขาจะประสบความสำเร็จมายืนอยู่ในจุดนี้ได้ เขาต้องพบเจอกับอะไรมาบ้าง ซึ่งตรงนี้เป็นจุดที่เรามอง เราไม่ได้มองปลายทางที่เขาประสบความสำเร็จ แต่เรามองถึงระหว่างทาง ก่อนที่เขาจะประสบความสำเร็จ เขาจะต้องผ่านอะไรมา ต้องมีวินัย ฝึกซ้อม รู้เท่าทันเกม ไม่ใช่เล่นเกมตลอด 24 ชั่วโมง แล้วก็ไม่เรียน ทุกอย่างต้องมีความบาลานซ์อย่างเหมาะสม ถึงจะประสบความสำเร็จได้”

รายการทอล์ค “Winner Gamer เกมพิชิตฝัน II” มีทั้งหมด 12 ตอน ความยาวตอนละ 25 นาที ออกอากาศทางช่อง 9 Mcot HD ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว และสามารถชมย้อนหลังได้ทางยูทูบ โดยแต่ละตอนจะเล่าผ่านประสบการณ์ของบุคคลต้นแบบ ซึ่งมีแง่มุมที่น่าสนใจแตกต่างกันออกไป เช่น เส้นทางชีวิตของ “เนส สรรเพชร มารัตร์” นักกีฬาE-sport ฉายาเฟริ์สวัน ที่เคยเป็นเกมเมอร์อยู่สโมสรของบุรีรัมย์ ที่บ้านเขาไม่ได้ร่ำรวย แต่ชอบเล่นเกม จึงพยายามฝึกฝนมาเรื่อย ๆ โดยที่ไม่ได้ทิ้งการเรียน สุดท้ายได้เป็นเกมเมอร์ที่ประสบความสำเร็จมีรายได้เยอะมาก , เรื่องราวของ “ทัก ชวิทลิทธ์ ธิเดชรัตน์” ที่เคยเป็นเด็กติดเกม แต่สอบติดแพทย์ได้สำเร็จ , และเคสเด็กติดเกม ที่ใช้ความชอบและความเชี่ยวชาญมาเปิดบริษัทเอไอเป็นของตัวเอง ฯลฯ

“ความตั้งใจของเรา ไม่ใช่ดูแค่รู้ว่าคนนี้เขามีความเป็นมายังไง แต่อยากให้พ่อแม่ผู้ปกครอง ดูแล้วรู้สึกว่าลูกเราหลานเราก็ติดเกมแบบนี้นี่นา แล้วนำแง่คิดที่ได้จากการรับชมไปปรับใช้ เพราะบางครอบครัวอาจจะยังไม่รู้จักวิธีแก้ไข ซึ่งในแต่ละตอน นอกจากมีบุคคลต้นแบบแล้ว ก็ยังมีคนใกล้ชิด พ่อแม่ ครอบครัว หรือเพื่อน ๆ ที่อยู่ในห้วงเวลาที่เขาติดเกม มาเล่าให้ฟังด้วยว่า ณ ช่วงเวลานั้นเป็นยังไง แล้วกว่าที่จะครอบครัวจะทำให้เขากลับมาประสบความสำเร็จได้เหมือนในปัจจุบัน เขามีวิธีการยังไง และยังมีนักจิตวิทยามาช่วยให้คำแนะนำด้วยว่า สิ่งที่พ่อแม่ทำ หรือบุคคลต้นแบบทำ เป็นสิ่งที่เหมาะสมแล้วหรือยัง หรือมันควรจะเป็นอย่างไร”

บุคคลต้นแบบ ที่เคยเป็นเด็กติดเกมทั้ง 12 คน ล้วนมีเรื่องราวชีวิต และแง่คิด จากประสบการณ์ที่เคยพ่ายแพ้ หรือล้มเหลวมาก่อน กว่าที่พวกเขาจะก้าวมายืนอยู่ในจุดที่ประสบความสำเร็จ แต่ละคนจะมีวิธีจัดการชีวิตตัวเองอย่างไร มาร่วมพิสูจน์กันได้ใน Winner Gamer เกมพิชิตฝัน 2

#กองทุนสื่อ #WinnerGamerเกมพิชิตฝันSeason2
#เล่าสื่อกันฟัง #บทความเล่าสื่อกันฟัง
#ผลงานผู้รับทุนกองทุนสื่อ
#สื่อสร้างสรรค์เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม
#กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

ติดตาม “กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์” ได้ที่
Website : www.thaimediafund.or.th
Facebook : กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
Youtube : www.youtube.com/c/ThaiMediaFund
Line Official : @thaimediafund

Winner Gamer เกมพิชิตฝัน II ตอนที่ 1

“ตอนแรก ๆ พ่อแค่ยึดมือถือ จำกัดเวลาการเล่นคอมฯ แต่ฝันก็ดื้อ ยังคงเล่นต่อ สุดท้ายมีปากเสียงกันรุนแรง
พ่อโกรธมาก ยกคอมฯไปทุ่มทิ้ง แล้วก็เอาไม้แขวนเสื้อมาตีฝันด้วย”

ฝัน นภัสพร อุปจ๊ะ นักกีฬา E-sport ทีมชาติไทย ยังคงจำภาพเหตุการณ์ในวันที่ถูกพ่อทำโทษได้ดี หลังเธอเริ่มเล่นเกมตั้งแต่ 10 ขวบ ก่อนมาติดเกมอย่างหนัก ชนิดแบบเล่นทั้งวันทั้งคืน ดึกดื่นจนถึงตีสองตีสาม กระทั่งผลการเรียนตกต่ำ พ่อแม่ตักเตือนอะไรก็ชอบเถียง ไม่ฟัง ไม่ยอมรับ เป็นเหตุให้ทะเลาะกันอยู่บ่อยครั้ง และความรุนแรงในครอบครัวก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนมาถึงวันที่พ่อโมโหมาก ถึงขั้นโยนคอมพิวเตอร์ทิ้ง

“ในวันที่เกิดเรื่อง น่าจะเป็นจุดตกต่ำที่สุดในชีวิตของฝันแล้ว ตอนนั้นมองว่ามันเป็นความรุนแรงในครอบครัว เสียใจมาก รู้สึกว่าไม่เหลืออะไรแล้ว ไม่มีใครเข้าใจ ไม่มีใครต้องการเราเลย”

หลังจากนั้นฝันก็พยายามพิสูจน์ตัวเอง ด้วยการกลับมาตั้งใจเรียน และตั้งใจฝึกซ้อมเล่นเกมไปด้วย กระทั่งได้เป็นนักกีฬาE-sport ทีมชาติไทย ไปแข่งกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ที่ประเทศเวียดนาม และคว้าเหรียญทองแดงกีฬาE-sport “League of Legends: Wild Rift” ประเภททีมหญิง มาครอง

“ก่อนเป็นนักกีฬาทีมชาติ ที่บ้านแทบไม่ได้ยอมรับ เขากังวลว่าอนาคตจะดีไหม ให้ลองหาอย่างอื่นทำน่าจะดีกว่า ฝันก็ไม่ได้เถียงอะไร รับฟัง และพยายามพิสูจน์ให้เขาเห็น ฝึกซ้อมไปเรื่อย ๆ จนได้ไปแข่งซีเกมส์ และได้เหรียญทองแดงกลับมา จากนั้นพ่อแม่ก็มองฝันดีขึ้น เขาภูมิใจในตัวเรา มันเป็นเรื่องที่ฝันดีใจมาก ที่เขายอมรับในตัวฝันมากขึ้น”

เรื่องราวชีวิตของ ฝัน นภัสพร อุปจ๊ะ จากเด็กติดเกม ที่กว่าจะได้มาเป็นนักกีฬา E-sport ทีมชาติไทย เป็น 1 ใน 12 บุคคลต้นแบบ ที่นำเสนออยู่ในรายการทอล์ค “Winner Gamer เกมพิชิตฝัน II” ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ประเภทเชิงยุทธศาสตร์ ประจำปี 2564 มีทั้งหมด 12 ตอน เริ่มออกอากาศทางช่อง 9 Mcot HD ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว แต่ยังสามารถชมย้อนหลังได้ทางยูทูบ

ปริฉัตร์ บุญสาร และทีมงานบริษัท เท่นิยม จำกัด ผู้ผลิตรายการนี้ บอกว่าบุคคลต้นแบบทั้ง 12 คน ใน 12 ตอน ที่คัดสรรมา ล้วนมีเรื่องราวชีวิตและแง่คิด จากประสบการณ์ที่เคยพ่ายแพ้หรือล้มเหลวมาก่อน กว่าที่จะประสบความสำเร็จ ซึ่งแต่ละคนแต่ละครอบครัวก็จะมีวิธีจัดการชีวิตที่แตกต่างกันออกไป จึงอยากให้พ่อแม่ผู้ปกครองได้รับชม เพราะประสบการณ์จากบุคคลต้นแบบ ผู้ปกครอง เพื่อน และนักจิตวิทยาที่มาให้คำแนะนำในรายการทุก ๆ ตอน สามารถนำไปประยุกต์ปรับใช้ได้ในชีวิตจริง

“Winner Gamer เกมพิชิตฝัน II” ใช้เวลาผลิตอยู่หลายเดือน มีความท้าทายตั้งแต่การค้นหาข้อมูลเรื่องราวชีวิตของบุคคลต้นแบบที่ความชัดเจน ดูแตกต่างและน่าสนใจ การนำเนื้อหาที่ได้มาเล่าเรื่องให้น่าชมและได้ประโยชน์กับครอบครัวที่มีปัญหาลูกหลานติดเกม รวมถึงการบาลานซ์เนื้อหาไม่ให้สุดโต่งไปในทางใดทางหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมาก

“เราไม่ได้นำเสนอว่าเขาประสบความสำเร็จ การเล่นเกมมันดีมาก แต่เราจะเน้นนำเสนอเรื่องราวระหว่างทาง ว่าเส้นทางที่เดินไปมันก็มีอุปสรรคอย่างไร ไม่ใช่เล่นเกม 24 ชั่วโมงแล้วจะรวยได้ กว่าจะก้าวข้ามช่วงนี้ไปได้ เขาต้องจัดการชีวิตยังไงบ้างในช่วงที่ผ่านมา เราจะเลือกนำเสนอในแง่มุมนี้ หรือในเคสที่เป็นเด็กติดเกม มีปัญหาทะเลาะกับครอบครัวรุนแรง เราก็จะไม่นำเสนอในแง่มุมแย่ ๆ ของเขา แต่จะนำเสนอว่าในช่วงที่เขาติดเกมและมีปัญหากับครอบครัว เขาผ่านตรงนั้นมาได้อย่างไร จัดการกับชีวิตยังไงมากกว่า”

หลังเผยแพร่รายการ ก็มีฟีดแบคที่น่าสนใจจากหลากหลายกลุ่ม ทั้งเด็ก ๆ และเยาวชนที่เป็นแฟนคลับติดตามผลงานของพี่ ๆ ที่เป็นบุคคลต้นแบบ ผู้ปกครองที่กำลังมีปัญหาลูกหลานติดเกม รวมถึงเครือข่ายที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับเด็กติดเกม ที่เข้ามาติดตามเพจ “Winner Gamer เกมพิชิตฝัน II” และช่วยแชร์เผยแพร่ต่อไปยังพ่อแม่ผู้ปกครองที่อยู่ในเครือข่ายให้ได้นำไปใช้ประโยชน์

“มีผู้ปกครองหลายคนเข้ามาคอมเมนต์ในยูทูบ ส่วนใหญ่บอกว่าลูกเขาเป็นแบบนี้อยู่พอดีเลย ได้ดูรายการแล้ว
จะเอากลับไปใช้ และจะไปแนะนำให้ลูกหลานดูด้วย อย่างป้าคนหนึ่ง บอกว่าหลานเขาติดเกมอย่างนี้เลย ดีใจมากที่ได้มาเห็นคลิปนี้ เขาจะลองนำเทคนิคเหล่านี้กลับไปใช้กับหลาน เราเองก็ดีใจที่เขาได้มาดูรายการของเรา แล้วรู้สึกเหมือนเขาได้เจอทางออกที่จะช่วยแก้ปัญหาให้กับครอบครัวของเขาได้”

“Winner Gamer เกมพิชิตฝัน II” ไม่ได้นำเสนอแค่เรื่องราวชีวิตของบุคคลต้นแบบจากเด็กติดเกม แล้วพัฒนาไปเป็นเกมเมอร์ หรือ นักกีฬาE-sportชื่อดังเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายคน ที่นำเอาความรู้จากการเล่นเกมไปพัฒนา
เป็นอาชีพที่เขาชอบได้ด้วย ประสบการณ์และแง่คิดจากพวก อาจจะเป็นคำตอบให้กับอีกหลาย ๆ บ้าน อีกหลาย ๆ ครอบครัว ที่ยังคิดไม่ตกว่าจะต้องจัดการกับลูกหลานยังไง ได้เข้าใจและมองเห็นทางออกได้มากขึ้น