เลือกหน้า

โปรดระวังมิจฉาชีพแอบอ้าง ว่าสามารถช่วยให้ได้รับการสนับสนุนทุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

 โปรดระวังมิจฉาชีพแอบอ้าง ว่าสามารถช่วยให้ได้รับการสนับสนุนทุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

พบเห็นเบาะเเส โปรดเเจ้ง
📞 โทร 02 273 0116-9
✉️ อีเมล [email protected]

“กระแสบนออนไลน์” สะท้อน “ความสนใจของคนในสังคม” หรือไม่?

“กระแสบนออนไลน์” สะท้อน “ความสนใจของคนในสังคม” หรือไม่?

ในเดือนตุลาคมมีเหตุการณ์สำคัญ ๆ เกิดขึ้นหลายเหตุการณ์ ทั้งเหตุการณ์ในประเทศ คือเหตุการณ์ยิงใส่ฝูงชน
ที่สยามพารากอน และเหตุการณ์ในต่างประเทศ คือเหตุการณ์กลุ่มฮามาสโจมตีอิสราเอลและการตอบโต้ของอิสราเอลจนกลายเป็นสงคราม แต่ทว่าจากผลการศึกษาของ Media Alert กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับ Wisesight กลับพบว่า ประเด็นที่ผู้คนให้ความสนใจสูงสุดในเดือนตุลาคมกลับเป็นเรื่อง
ความบันเทิง การศึกษาการสื่อสารออนไลน์ของสังคมไทยในเดือนตุลาคม 2566 โดย Media Alert และ Wisesight ใช้เครื่องมือ ZocialEye สำรวจจาก 5 แพลตฟอร์ม ได้แก่ 1) Facebook 2) X 3) Instagram 4) YouTube และ
5) TikTok พบว่า 2 อันดับความสนใจสูงสุดในสื่อสังคมออนไลน์คือ สัปเหร่อ ภาพยนตร์เรื่องที่ 6 ของจักรวาล
ไทบ้าน ตามมาด้วยกระแสละครเรื่องพรหมลิขิตละครย้อนยุคภาคต่อของบุพเพสันนิวาสที่เคยครองกระแสในสื่อสังคมออนไลน์เมื่อ 6 ปีก่อน แม้ว่าเหตุการณ์ยิงใส่ฝูงชนที่สยามพารากอนและเหตุการณ์สงครามอิสราเอล-ฮามาส จะติดอันดับความสนใจเป็นอันดับที่ 3 และ 4 แต่ก็เป็นเพียง 2 ประเด็นในกลุ่มเนื้อหาอาชญากรรม และกลุ่มเนื้อหาการเมืองระหว่างประเทศที่ติด 10 อันดับความสนใจ ในขณะที่อีก 8 อันดับเป็นประเด็นเรื่องความบันเทิงต่าง ๆ

หากจำแนก 10 ประเด็นที่ได้รับความสนใจและมีการสื่อสารในสื่อสังคมออนไลน์มากที่สุดในเดือนตุลาคม 2566
เป็น 3 กลุ่มเนื้อหา คือ กลุ่มเนื้อหาสื่อ สิ่งบันเทิง รวม 8 ประเด็น มี 208,240,319 Engagement กลุ่มเนื้อหาอาชญากรรม คือ เหตุการณ์ยิงใส่ฝูงชนที่สยามพารากอน มี 45,818,251 Engagement และกลุ่มเนื้อหาการเมืองระหว่างประเทศ คือ กลุ่มฮามาสโจมตีอิสราเอล และการตอบโต้ของอิสราเอล มี 34,454,461 Engagement
The Story Thailand จึงเชิญ ผศ.ดร.สกุลศรี ศรีสารคาม อาจารย์ประจำภาควิชาวารสารสนเทศ
คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาช่วยวิเคราะห์ว่ากระแสบนออนไลน์นั้นสะท้อนว่าคนในสังคม
สนใจความบันเทิงมากกว่าสนใจเหตุการณ์สำคัญ ๆ ที่มีผลต่อชีวิตเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเช่นนั้นหรือ

ผศ.ดร.สกุลศรี กล่าวว่า การสื่อสารบนโลกออนไลน์มีเรื่องบันเทิงมากกว่าเรื่องอื่น เพราะเรื่องบันเทิงเป็นเรื่องที่พูดคุยกันได้ง่าย ประกอบกับเรื่องบันเทิงเป็นหัวข้อที่เปิดประเด็นการพูดคุยโดยอินฟลูเอนเซอร์ ตอบสนองด้วยการสนทนาของกลุ่มแฟนคลับทำให้เกิดการพูดคุยและมีปฏิสัมพันธ์สูง ในขณะที่เหตุการณ์ยิงใส่ฝูงชนที่สยาม
พารากอน และเหตุการณ์สงครามอิสราเอล-ฮามาส เป็นประเด็นที่อาจจะไม่เกิดการสนทนากันบนโลกโซเชียล (Social Conversation) แต่ผู้คนติดตามข่าวสาร ประกอบกับเรื่องนี้ไม่ได้เปิดพื้นที่สาธารณะได้มากพอ
ไม่ได้นำไปสู่การถกเถียง อภิปราย หรือแลกเปลี่ยนความเห็นกัน ทำให้เกิดการปฏิสัมพันธ์น้อย ส่วนคอนเทนต์
ที่นำเสนอโดยสำนักข่าวนั้น เนื้อหาเป็นการรายงานข่าวให้รู้ คนอาจจะแค่ดูแค่อ่านแล้วจบไป ทำให้ไม่เกิดปริมาณของการสนทนาเกี่ยวกับเรื่องนี้ จึงไม่สามารถสรุปได้ว่าคนไม่สนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ ดังนั้นจึงไม่สามารถบอกได้ว่าคนสนใจข่าวลักษณะนี้มากหรือน้อย แต่สามารถบอกได้ว่าคนไม่มีประเด็นที่จะพูดคุยในเรื่องนี้ เว้นแต่ว่าหากมีการเปิดประเด็นจากสำนักข่าว เช่น การทำ crowd sourcing เกี่ยวกับข่าวยิงใส่ฝูงชนและเหตุการณ์สงครามอิสราเอล-ฮามาส แล้วคนไม่ปฏิสัมพันธ์ นั่นอาจจะวัดได้ว่าคนไม่สนใจ

“แฟนคลับ” คุยกันมากกว่า “แฟนข่าว” การปฏิสัมพันธ์หรือการมี engagement กันบนออนไลน์นั้น ส่วนใหญ่
เรื่องที่สนทนากันจะเป็นเรื่องที่เป็น community ที่มีแฟนคลับ มีคนสนใจ เนื้อหาข้อมูลมักเป็นเรื่องที่แลกเปลี่ยนประสบการณ์กันได้ง่าย เป็นเรื่องของความชอบ ความสนใจ ไม่ได้ต้องมีข้อมูลเชิงลึก และไม่ได้มีความรู้สึกว่าถ้าพูดอะไรไปแล้วจะเกิดการแบ่งแยกฝ่ายเพราะ ชอบศิลปินคนเดียวกัน ชอบละครเรื่องเดียวกัน หรือวิพากษ์วิจารณ์ภาพยนตร์ที่ดูมาเหมือนกัน

ผศ.ดร.สกุลศรี มองว่าประเด็นเหล่านี้เป็นประเด็นที่พูดคุยกันได้ง่าย ยิ่งอยู่บนออนไลน์ คนที่ไม่รู้จักกันสามารถจะแชร์จะแลกเปลี่ยนสิ่งที่ชอบเหมือนกัน เพราะออนไลน์เปิดพื้นที่ให้คนทำแบบนี้ได้ง่ายขึ้น ทำให้มีปริมาณการสนทนาจำนวนมากเกี่ยวกับความชอบ ความสนใจ มากกว่าประเด็นเชิงสังคมซึ่งเป็นเรื่องหนัก แต่ทว่า กรณีเหตุการณ์ยิงใส่ฝูงชนในสยามพารากอนจะเห็นปริมาณการพูดคุยมากกว่าเหตุการณ์สงครามอิสราเอล-ฮามาส เพราะความตกใจ ความสงสัย ความคิดเห็นจึงไปในทิศทางที่ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงเกิดเหตุการณ์ มีความคิดเห็นเชิงตระหนก อยากรู้ข้อมูล ช่วยกันเสาะหาคำตอบว่าเขาคือใคร ทำไมเขาถึงทำ เรียกได้ว่ามีปัจจัยที่ทำให้คนสามารถมีบางอย่างร่วมกันได้บนออนไลน์ ทำให้เกิดการพูดคุยกันได้

ส่วนประเด็นเหตุการณ์สงครามอิสราเอล-ฮามาส สำหรับคนบางคนอาจรู้สึกว่าเป็นเรื่องไกลตัว เป็นข้อมูลหนัก และไม่แน่ใจว่ามีความเข้าใจเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ถูกต้องหรือไม่ ทำให้เกิดการเว้นระยะที่จะแสดงความคิดเห็น แต่อัตราการ search ของคนเกี่ยวกับเรื่องนี้อาจจะสูง เพราะคนไม่รู้ไม่เข้าใจ หากอัตราการค้นหาสูงแสดงว่าคนสนใจ หรือหากยอดวิว ยอดอ่าน ยอดคนชมคลิปในยูทูบ ที่มีคนเคยวิเคราะห์เกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ก่อนสถานการณ์ครั้งนี้
หากยอดวิวโตขึ้น การค้นหาโตขึ้น ก็สะท้อนความสนใจได้ เพราะบางเรื่องความสนใจไม่ได้สะท้อนแค่คนพูดคุยกัน
“ถามว่าสะท้อนบริบทของสังคมได้ไหม ก็สามารถจำลองภาพให้เห็นได้ว่าเรื่องที่คุยกันได้ง่าย เรื่องที่ไม่มี barrier ทางข้อมูลว่าเราเข้าใจมันมากน้อยแค่ไหน รวมทั้งเป็นเรื่องความชอบความสนใจ ก็เป็นจริตปกติของคนที่จะสนใจและพูดคุยกันได้”

แต่ทั้งนี้ ผศ.ดร.สกุลศรี ให้ข้อสังเกตเพิ่มเติมในมิติของการกินระยะเวลาของความสนใจ เช่น บางเรื่องอาจจะอยู่ในความสนใจเพียงไม่กี่วัน บางเรื่องอยู่ในความสนใจยาวนาน การอยู่ในความสนใจยาว เพราะว่ามีการหยอดคอนเทนต์อื่นเพิ่มหรือไม่ เช่น เคสภาพยนตร์เรื่องสัปเหร่อที่คนไปดูแล้วรีวิว มีการทำข่าว มีคนวิจารณ์เพิ่ม และมีการเชื่อมต่อไปยังเรื่อง soft power ทำให้มีการขยายประเด็นไปมากกว่าภาพยนตร์ ทำให้เกิดปริมาณการพูดคุยและ
ถกเถียงกันมากกว่าตัวภาพยนตร์ และเป็นการขยายระยะเวลาในการสนใจเรื่องนั้น ๆ ออกไป ทำให้เกิดการปฏิสัมพันธ์สูง ขณะที่กลุ่มที่มีเนื้อหาหนัก ๆ ต้องพิจารณาว่าเป็นเนื้อหาอะไร กลุ่มที่เป็นแฟนคลับมีลักษณะใด
มีกลุ่มที่สนใจต่อยอดประเด็นไหม มีการขยายประเด็นการสนทนาไปได้ไหม

กระแสในสื่อสังคมออนไลน์สะท้อนความ “สนใจ” หรือ “เพิกเฉย” ต่อประเด็นทางสังคม

ผศ.ดร.สกุลศรี กล่าวว่า ลำพังเพียงปริมาณการสื่อสารพูดคุยไม่ได้สะท้อนความจริงของสังคมทั้งหมด ดังนั้น เป็นการยากที่จะบอกว่าคนในสังคมเพิกเฉยต่อการเสพข่าวสารหรือประเด็นทางสังคม ทั้งนี้ต้องดูว่าลักษณะการแสดงความคิดเห็นพูดคุยนั้นเป็นประเภทไหนบ้าง ถ้าเห็นจะสามารถวิเคราะห์ในเชิงพฤติกรรมได้ว่าตอบรับในเชิงอารมณ์หรือเชิงข้อมูล หรืออยากมีส่วนร่วมในการแก้ไขประเด็นไหน หรือไม่ อย่างไร

 คือต้องเข้าไปดูการแสดงความคิดเห็น การพูดคุยที่เกิดขึ้นว่าส่วนใหญ่ไปในทิศทางใด เช่น แสดงความเห็นด้วยอารมณ์อย่างเดียว โกรธ ไม่พอใจ ด่าว่ากัน อันนี้เป็นแค่การแสดงออกทางอารมณ์ ไม่สามารถที่จะขับเคลื่อนประเด็นได้ว่าจะแก้ไข หรือจะช่วยอะไรได้ไหม คนสนใจแค่ระดับอารมณ์ร่วม แต่ถ้าการแสดงความคิดเห็นเป็นลักษณะให้ความเห็น ให้ข้อแนะนำ มีลักษณะของการพยายามแลกเปลี่ยนข้อมูลหรือว่าอยากหาทางออก แสดงว่า
มีความกระตือรือร้นต่อประเด็นนั้นที่อยากให้เกิดการแก้ไข หรืออยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม

“บอกไม่ได้ขนาดนั้นว่าคนไม่สนใจเรื่องสังคม แต่แอบมีความกังวลว่าไม่มีข่าวอื่นเลยที่ติดอันดับ (นอกจากข่าวยิง
ใส่ฝูงชน ข่าวสงครามที่เป็นข่าวใหญ่) อาทิ ประเด็นเงินดิจิทัล ซึ่งสะท้อนได้ว่าคนอาจไม่สนใจ หรือสนใจแต่ไม่ถกเถียง ไม่แลกเปลี่ยน และไม่อยากมีการสนทนาในเรื่องที่เป็นประเด็นหนัก  ทำให้โซเชียลมีเดียเป็นพื้นที่ที่คนใช้ชีวิต
ที่หลุดจากความเป็นจริงแล้วมาอยู่กับความบันเทิง

ผศ.ดร.สกุลศรี  กล่าวว่า เป็นความกังวลอย่างหนึ่ง เพราะการที่คนไม่แลกเปลี่ยนประเด็นเหล่านี้เลย ทำให้บางประเด็นที่อยากจุดให้เป็นประเด็นทางสังคมที่ต้องรับรู้และผลักดันร่วมกันก็ทำไม่ได้ หรืออยากจะฟังเสียงต่อนโยบายของรัฐก็ทำได้ยากเพราะไม่มีการพูดคุยถกเถียงกันเรื่องนี้ หรือพวกเขาคุยกันแต่คุยในที่ปิด

นอกจากนี้ อาจจะมีประเด็นว่า คนบนโซเชียลเองเรียนรู้ว่าหากแสดงออกในประเด็นที่มีข้อถกเถียงกันก็อันตรายว่าจะโดนทัวร์ลง อาจจะต้องทะเลาะกับคนอื่น

“อาจจะเป็นการเรียนรู้ของคนใช้โซเชียลมีเดียว่าเรื่องที่ต้องอภิปรายถกเถียงกันเราเก็บไว้คุยกันข้างนอกไม่คุยบนโซเชียลมีเดีย เพราะไม่อยากเจอสถานการณ์แบบนั้น ซึ่งเป็นสัญญาณไม่ดี เพราะคนควรถกเถียงกันได้

 

คนจะปฏิสัมพันธ์กับคนด้วยกันมากกว่าสำนักข่าว

สื่อเปิดประเด็น แล้วคนถกเถียงกันได้ มักจะเป็นประเด็นที่เป็นดราม่า ตอบจริตของคน เป็นคอนเทนต์ที่มีการพูดไปคุยมา อาทิ เป็นข่าวอาชญากรรม ความรุนแรง เพราะคนมีข้อมูล มีคลิปที่แชร์มา ถกเถียงกันต่อได้ มีคนที่เห็นใจแรงงานที่ถูกจับเป็นตัวประกัน ในกรณีข่าวสงครามฮามาส อิสราเอลอยากรู้ว่าเขาทำอะไร เขาจะกลับไหม ครอบครัวเพื่อนฝูงก็พูดคุย ถ้ามีข้อมูลพูดได้ ก็จะมีปริมาณการ engagement ที่สูง แต่ก็ไม่มีคอนเทนต์ที่ชวนให้คนพูดคุยกันอย่างมีเหตุมีผล เพราะข่าวส่วนใหญ่เป็นการให้ข้อมูล

“คนเริ่มไม่ตามสำนักข่าว แต่ตาม Influencer และแลกเปลี่ยนกันเป็นชุมชน”

Facebook ปิดการมองเห็นมากขึ้น ทำให้ คนเห็นแต่ข้อมูลซ้ำ ๆ ไม่หลากหลาย จนเกิดความไม่สนใจ แต่ใน TikTok คนเห็นคอนเทนต์สดใหม่ตลอด และฟีดมาให้คนเห็น เกิดปฏิสัมพันธ์ง่าย จึงเกิดปริมาณการปฏิสัมพันธ์ที่สูง และ TikTok มีฟีเจอร์ที่ดึงดูดคนใช้มาก ทำให้คนเห็นคอนเทนต์บน TikTok มาก TikTok ใช้ง่าย ผู้ใช้จึงมีทุกช่วงวัย ในขณะที่แพลตฟอร์มอื่นปิดกั้นการมองเห็น ส่วน X เป็นแพลตฟอร์มของคนรุ่นใหม่

เรื่องหนักจะยังอยู่บน Facebook เพราะต้องการพื้นที่ในการให้ข้อมูลมาก เป็นการวิเคราะห์ข้อมูล จึงมักใช้โดยสำนักข่าวและอินฟลูฯ มากกว่าคนทั่วไป

“ถ้าเป็นข่าว คนจะตามสำนักข่าวบน Facebook ถ้าบันเทิงคนจะวิ่งไป TikTok นักข่าวที่ใช้ TikTok เก่งก็ยังมีไม่มาก ในขณะที่มี content creator จำนวนมากเอาข่าวมาเล่า”

ผศ.ดร.สกุลศรี กล่าวว่า หากเป้าหมายการสื่อสารต้องการให้คนพูดคุยกัน ต่อให้เป็นเรื่องยาก ต้องย่อยให้ง่าย ต้องนำเสนอประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคน ต้องทำให้คนรู้สึกว่าประเด็นนั้นเป็นเรื่องของเขา กระทบเขา เขามีความเสี่ยงกับประเด็นนั้น ถ้าเขาไม่รู้ เนื้อหาที่นำเสนอต้องเปิดพื้นที่ให้คนได้แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน อาทิ คุณรู้ไหม คุณบอกข้อมูลได้ไหม คุณมีประสบการณ์แบบนี้หรือไม่ คุณอยากแชร์ประสบการณ์แบบนี้หรือไม่

“หากพยายามมอบอำนาจให้เขามีส่วนร่วม ก็มีโอกาสที่เขาจะถกเถียง แต่หากเป็นเรื่องที่ยากและซับซ้อนก็ต้องทำใจว่าจะไม่มีคนคุยกับเรา คอนเทนต์นั้นต้องแชร์ประสบการณ์ คอนเทนต์ไหนที่สามารถเชื่อมโยงประสบการณ์ของคนดูคนอ่านได้ ก็เป็นไปได้ที่จะมี engagement กับมันมากขึ้น แต่หากเขารู้สึกว่าอ่านแล้วแค่รู้ แล้วผ่านไป เพราะว่ามันไม่ใช่เรื่องของเขา ก็ต้องทำใจว่าเขาแค่อ่านแล้วผ่านไป”

 

สื่อ Influencer ผู้ใช้งานทั่วไป คือ ผู้ร่วมสร้างความสนใจในประเด็น

หากถามว่าจะทำอย่างไรให้คนมีข้อถกเถียงแลกเปลี่ยนกันในประเด็นที่น่าจะนำพาสังคมไปสู่การพูดคุยกันได้ ต้องใช้ 3 พลังร่วมกัน คือ เรื่องนั้นเป็นเรื่องที่ผู้ใชัทั่วไปอยากคุยกันไหม มีอินฟลูฯ ที่สามารถดึงคนให้มาสนใจแล้วเปิดประเด็นพูดคุยกันได้ไหม พอเกิดการสนทนาแบบนี้บนออนไลน์แล้วสำนักข่าวทำให้เกิดประเด็นต่อเนื่องไหม

หากถอดสูตรไทบ้านออกมาจะได้รูปแบบนี้ ไปดูภาพยนตร์มา รีวิว เกิดกระแส สำนักข่าวทำข่าวต่อ บางประเด็นอินฟลูฯ เปิดประเด็น แล้วสื่อไปทำเพิ่ม มีหน่วยงานมาหยิบประเด็นนี้ไปต่อยอดทำในมุมของตัวเอง เช่น จัดเสวนา ทำคอนเทนต์เพิ่ม ชวนคนมาทำกิจกรรม เป็นการป้อนคอนเทนต์ใหม่กลับเข้าไปในออนไลน์ การสนทนาจะขยับจากเรื่องหนึ่งไปอีกเรื่องหนึ่ง

“หากต้องการให้คนมีการสนทนาเรื่องไหน ต้องออกแบบการสื่อสารที่ทำให้เกิดการพูดคุยได้มากกว่าหนึ่งประเด็น และสามารถขยายประเด็นในการพูดคุยได้”

 

ถ้าสื่อต้องการมีบทบาทในการขับเคลื่อนประเด็นทางสังคม “สื่อต้องหาทำเรื่องหนักให้คนอยากคุยกันให้ได้”

“จากที่สอบถามเด็ก ๆ ที่สอนหนังสือว่า เด็ก ๆ สนใจประเด็นอะไรมาก 3 อันดับแรกที่ให้ความสนใจเท่ากันคือ การเมือง อาชญากรรม และบันเทิง เพราะ 3 เรื่องนี้เป็นเรื่องใกล้ชิดและส่งผลกระทบกับเรื่องอื่น”

สื่อออนไลน์และสื่อมวลชน สามารถขับเคลื่อนประเด็นทางสังคมได้ บางเรื่องอินฟลูฯ เปิดบนออนไลน์ แล้วสื่อนำไปนำเสนอต่อ บางเรื่องเปิดด้วยสื่อแล้วอินฟลูฯ นำมาขยายประเด็นต่อบนออนไลน์ ขึ้นกับประเด็นว่าต้องเปิดโดยใคร คนจึงสนใจ เปิดที่ไหน ต้องมีการวางแผน ไม่มีเป็นธรรมชาติที่แท้จริง

ไม่ใช่ว่าเรื่องการยิงใส่ฝูงชนที่สยามพารากอน เหตุการณ์สงครามอิสราเอล-ฮามาส คนไม่สนใจ แต่หัวใจหลัก คือ “สื่อต้องหาทางทำเรื่องนั้นให้ใกล้ชิดคนมากขึ้น เมื่อไรที่เรื่องนั้นใกล้ชิด และรู้สึกว่ามีผลกระทบ คนจะพูดกันในเรื่องนั้นมากขึ้น” แต่ปริมาณของการคุยไม่สำคัญเท่ากับลักษณะของการพูดคุย บางเรื่องอาจจะไม่มีปริมาณการคุยจำนวนมาก แต่เป็นการสนทนาที่มีคุณภาพ (quality conversation) เป็นการพูดคุยที่ผลักดันการแลกเปลี่ยนได้ แบบนี้น่าสนใจ

แต่อาจต้องไปศึกษาดูว่า หากสื่อทำประเด็นซีเรียส ผลปลายทางคืออะไร อาทิ นำเสนอเรื่องโรคซึมเศร้า อยากให้คนมาแสดงความคิดเห็น หรืออยากให้คนไปถึงจุดที่ดูแลตนเอง หรืออยากให้คนเข้าใจคนที่เป็นโรคซึมเศร้ามากขึ้น และหากเกิดการสนทนา ผลปลายทางจะไปในทางสู่เป้าหมายนั้นไหม สิ่งนี้เป็นตัวชี้วัดว่าปฏิสัมพันธ์เป็นไปตามเป้าหมายที่สื่ออยากจะสื่อสารหรือไม่

“สื่อน่าจะลองวางแผนว่าหากเปลี่ยนจากเป้าหมายเพื่อรายงานให้ทราบให้เข้าใจ เป็นการผลักดันให้ไปถึงเป้าหมายที่มีการเปลี่ยนแปลง หรือให้เกิดการกระทำ การสื่อข่าวนั้นสามารถสร้างการแสดงความคิดเห็นให้ไปในทิศทางที่ตั้งเป้าหมายไว้หรือไม่”

แต่หากบางเรื่องที่ต้องให้เป็นกระแส ให้มีการพูดถึง ไม่เช่นนั้นประเด็นนั้นจะหายไป “สื่อจะต้องเรียนรู้ที่จะทำคอนเทนต์มากกว่าหนึ่งชิ้น คอนเทนต์นั้นต้องสามารถต่อยอดได้ และต้องทำความร่วมมือกับอินฟลูฯ บางกลุ่ม หรือมีคอมมูนิตี้กับแฟนข่าวของตัวเองที่สามารถกระจายต่อไปยังคอมมูนิตี้กลุ่มอื่น ๆ ได้ นี่เป็นสิ่งที่สื่อสามารถทำได้”

ส่วนอินฟลูฯ กับผู้ใช้งานทั่วไป เป็นตัวแปรที่ว่าสื่อจะทำงานร่วมมือกับพวกเขาอย่างไร เพื่อผลักดันประเด็นที่คนควรต้องรู้ให้คนมาพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ สำนักข่าวต้องเจาะประเด็นที่คนสนใจในประเด็นเฉพาะมากขึ้น มีคนสนใจประเด็นเฉพาะอยู่มาก หากสำนักข่าวเจาะประเด็นเฉพาะได้จริง ๆ จะสามารถสร้างแฟนได้ คนรู้สึกถึงความเป็นเพื่อน ความไม่เป็นทางการ คนจะคุยกันได้มากขึ้น แม้จะเป็นประเด็นข่าวหนัก ๆ

“กระแสบนออนไลน์” สะท้อน “ความสนใจของคนในสังคม” ได้ แต่อาจไม่ทั้งหมด เพราะโลกออนไลน์ไม่ได้มีเพียง
5 แพลตฟอร์มนี้ คือ Facebook,  X, Instagram, YouTube และ TikTok เท่านั้น แต่ยังมีพื้นที่บนโลกออนไลน์อื่น ๆ อีกที่ผู้คนให้ความสนใจและแสดงออกในรูปแบบที่ไม่ใช่การสื่อสารพูดคุยกันในที่สาธารณะ แต่เป็นการค้นหาข้อมูล และการสื่อสารในกลุ่มเฉพาะ ทั้งนี้ สังคมเป็นผลผลิตของการกระทำของคนทุกคนในสังคม

“หากต้องการให้สังคมของเรามีความสนใจประเด็นทางสังคม เราจะต้องให้ความสำคัญและสื่อสารในเรื่องนั้น ๆ”

ประโยคทิ้งท้ายจากผศ.ดร.สกุลศรี ศรีสารคาม อาจารย์ประจำภาควิชาวารสารสนเทศ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ถอดรหัส “ครูกายแก้ว” ในโลกออนไลน์: ชาวเน็ตคิด-สื่อสารอย่างไร เมื่อพูดถึง “ครูกายแก้ว”

ถอดรหัส “ครูกายแก้ว” ในโลกออนไลน์: ชาวเน็ตคิด-สื่อสารอย่างไร เมื่อพูดถึง “ครูกายแก้ว”

เดือนสิงหาคม 2566 เป็นอีกเดือนที่มีเหตุการณ์สำคัญหลากหลายประเด็น เช่น การเมืองคือ เศรษฐา ทวีสินได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 บันเทิง คือ มาตาลดาตอนจบ , เดบิวต์บอยแบนด์ จากรายการ 789 Survival  ขณะที่เรื่องความเชื่อที่ได้รับความสนใจ คือ ครูกายแก้ว แม้จะไม่อยู่ใน 10 อันดับแรก แต่เป็นประเด็นในสื่อสังคมออนไลน์สนใจ สื่อสาร และมีส่วนร่วม ที่เริ่มจากเหตุการณ์รูปปั้นครูกายแก้วขนาดใหญ่ ไม่สามารถผ่านสะพานลอยบริเวณถนนรัชดาภิเษกได้ จนถึงข่าวลือเรื่องการบูชายันต์ด้วยชีวิตลูกสุนัขลูกแมว เมื่อสมหวังจากการขอพรหรือการบนบาน

กลุ่มเนื้อหาการสื่อสารเรื่อง “ครูกายแก้ว” จาก 5 แพลตฟอร์มที่ศึกษา

 Media Alert กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับ Wisesight ใช้เครื่องมือ ZocialEye รวบรวม ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับครูกายแก้วใน 5 แพลตฟอร์มออนไลน์ตลอดช่วงเดือนสิงหาคม 2566 พบว่า ครูกายแก้วได้รับความสนใจในสื่อสังคมออนไลน์จำนวน 7,494,728 Engagement แบ่งเป็น TikTok ถูกกล่าวถึงมากที่สุดประมาณ 3.6 ล้าน Engagement รองลงมาได้แก่ Facebook, X, YouTube และ Instagram ตามลำดับ

          โดย Engagement ส่วนใหญ่จะมาจากผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ทั่วไปประมาณ 3.3 ล้าน Engagement รองลงมาได้แก่ สื่อสำนักข่าวประมาณ 2.4 ล้าน Engagement ผู้มีอิทธิพลบนสื่อสังคมออนไลน์ประมาณ 1.8 ล้าน Engagement

          เมื่อวิเคราะห์เนื้อหาเกี่ยวกับครูกายแก้วใน 5 แพลตฟอร์มที่ศึกษา ได้แก่ 1) Facebook 2) X  3) Instagram  4) YouTube และ 5) TikTok ในภาพรวมจัดกลุ่มเนื้อหาได้ 3 กลุ่ม คือ

กลุ่มที่ 1 เหตุการณ์รถขนรูปปั้นครูกายแก้วติดคานสะพานลอยรัชดาภิเษก

กลุ่มที่ 2 ข้อถกเถียงเรื่องที่มา หลักฐานการมีอยู่ของครูกายแก้ว

กลุ่มที่ 3 ความเชื่อ ความศรัทธาและความศักดิ์สิทธิ์ของครูกายแก้ว

 โดยการวิเคราะห์เนื้อหาในแต่ละกลุ่มผ่านการ Sentiment Analysis เพื่อจัดกลุ่มความเห็นเป็น 3 ประเภทคือ 1) ความเห็นเชิงบวก เป็นข้อความในเชิงสนใจ เชื่อ นับถือครูกายแก้ว 2) ความเห็นเชิงกลาง เป็นข้อความในลักษณะให้ข้อมูล สอบถามข้อเท็จจริง ทักทาย 3) ความเห็นเชิงลบ เป็นข้อความในเชิงตำหนิ ไม่ชอบ

เหตุการณ์รถขนรูปปั้นครูกายแก้วติดคานสะพานลอยรัชดาฯ  (342,058 Engagement)

“ครูกายแก้ว” เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายครั้งแรกจากข่าวรูปปั้นครูกายแก้วขนาดใหญ่ไม่สามารถผ่านสะพานลอยบริเวณถนนรัชดาภิเษกขาเข้า ส่งผลให้การจราจรติดขัด สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้สัญจรในบริเวณดังกล่าว โดยพบใน Facebook มากที่สุดที่ 72 % รองลงมาได้แก่ YouTube, TikTok, Instagram ตามลำดับ โดยกลุ่มของผู้สื่อสารที่มีอิทธิพลมากที่สุดเป็น สื่อ 66% เช่น โหนกระแส ข่าวสด อมรินทร์ทีวี เป็นต้น รองลงมาได้แก่ ผู้มีอิทธิพลในสื่อสังคมออนไลน์ 26% และผู้ใช้งานทั่วไป 8 

จากความคิดเห็นของสื่อสังคมออนไลน์พบว่า 84% เป็นการกล่าวถึงปัญหาจราจรติดขัดจากเหตุรูปปั้นครูกายแก้ว ซึ่งเป็นความคิดเห็นเชิงลบ เพราะสร้างความเดือดร้อนให้ผู้ใช้รถบริเวณถนนรัชดาภิเษก ตัวอย่างเช่น บัญชี ไทยรัฐนิวส์โชว์ และอีจัน ส่วน 16% เป็นข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับครูกายแก้ว ซึ่งจัดเป็นความเห็นเชิงกลาง เช่น บัญชี Khaosodonline และ Amarin News เป็นการแจ้งว่ารูปปั้นที่ติดอยู่บริเวณถนนรัชดาภิเษกคือรูปปั้นครูกายแก้ว เป็นต้น

ข้อถกเถียงเรื่องที่มาหลักฐานการมีอยู่ของครูกายแก้ว (2,215,192 Engagement)

 หลังเหตุการณ์การขนย้ายรูปปั้นขนาดใหญ่ครูกายแก้วทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดอย่างมากบริเวณถนนรัชดาภิเษกขาเข้า จนเป็นที่กล่าวถึงในสื่อสังคมออนไลน์ ตามมาด้วยการสื่อสารเรื่องที่มา และหลักฐานการมีอยู่ของครูกายแก้วจากนักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ ที่สรุปได้ว่า ไม่พบการมีอยู่ของครูกายแก้วทั้งในประวัติศาสตร์ของไทยและกัมพูชา ทั้งมีการวิเคราะห์รูปลักษณ์ครูกายแก้วว่ามีลักษณะคล้ายกับการ์กอยล์  หรือ ปนาลี ที่เป็นความเชื่อทางยุโรป อย่างไรก็ตาม ความเห็นนักวิชาการ เป็นไปในทิศทางเดียวกันคือ เห็นว่าครูกายแก้วเป็นตัวแทนของความไม่มั่นคงของสังคมโดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ และการเมือง ทั้งวิเคราะห์ว่าสอดคล้องกับเป็นช่วงเวลาที่บ้านเมืองไม่มีเสถียรภาพ ทำให้ครูกายแก้วได้รับความเคารพนับถือและเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ

          โดยแพลตฟอร์มที่สร้าง Engagement มากที่สุดคือ TikTok 57% รองลงมาได้แก่ Facebook 23%, YouTube 11%, X 6% และ Instagram 3% ตามลำดับ ในแง่กลุ่มผู้สื่อสาร พบว่า เป็นกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไป 53% รองลงมาคือ สื่อ 29% และผู้มีอิทธิพลในสื่อสังคมออนไลน์ 18% ตามลำดับ

         จากความเห็นของผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับเรื่องหลักฐานที่มาการมีอยู่ของครูกายแก้ว พบว่า 97% เป็นการให้ข้อมูลเรื่องที่มาของครูกายแก้วโดยนักวิชาการจากผู้ทำการสื่อสาร คือ สำนักข่าวและผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ เช่น บัญชี Honekrasae_official, หมอแล็บแพนด้า ที่กล่าวถึงที่มาของครูกายแก้วจากนักประวัติศาสตร์ซึ่งเป็นความเห็นเชิงกลาง ส่วน 3% เป็นการพูดถึงความเชื่อที่งมงาย และวิเคราะห์ว่ามีเหตุจากความไม่มั่นคงในการดำรงชีวิตของคนไทย จนต้องพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างครูกายแก้ว ซึ่งเป็นความเห็นเชิงลบ

ความเชื่อ ความศรัทธา และความศักดิ์สิทธิ์ของครูกายแก้ว (4,937,478 Engagement)

กลุ่มเนื้อหา ความเชื่อ ความศรัทธาและความศักดิ์สิทธิ์ของครูกายแก้ว ที่สื่อสังคมออนไลน์กล่าวถึงนั้นสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มที่ปฏิเสธความเชื่อครูกายแก้ว กลุ่มนี้มองว่าไม่ควรเคารพสักการะครูกายแก้วเนื่องจากไม่เป็นสิริมงคล เป็นอสูรกาย และเป็นเรื่องงมงาย โดยเป็นการสื่อสารจากผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ ด้านศาสนา ความเชื่อ เช่น พระพะยอม กัลยาโณ, ไพรวัลย์ วรรณบุตร, ริว จิตสัมผัส โหรมาเฟีย เป็นต้น 2) กลุ่มที่เห็นว่าความศรัทธาเป็นเรื่องของบุคคล หากไม่มีพิษภัยก็สามารถนับถือได้ และ 3) กลุ่มที่เชื่อและศรัทธาครูกายแก้วโดยเป็นกลุ่มลูกศิษย์ และผู้ศรัทธา รวมถึงกลุ่มที่ได้รับผลประโยชน์ เช่น ถูกล็อตเตอรี่ ผู้จำหน่ายเหรียญที่ระลึก เป็นต้น
จากความเชื่อความศรัทธาในครูกายแก้วซึ่งมีรูปลักษณ์ที่น่ากลัว ทำให้เกิดข่าวลือมากมายทั้งการเปิดรับบริจาคสัตว์เลี้ยงมาบูชายันต์ ทำให้ผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ประนามการกระทำดังกล่าว จนกลุ่มลูกศิษย์และผู้ที่ศรัทธาต้องออกมาแจ้งว่าเป็นข่าวปลอม แต่ก็ไม่ทำให้สังคมคลายความกังวล
แม้ประเด็นเกี่ยวกับครูกายแก้วมักไปในทิศทางที่ไม่ค่อยดี แต่สิ่งหนึ่งที่พิสูจน์ความสนใจในมิติความเชื่อได้ คือ สื่อ สำนักข่าว ยังคงให้ความสนใจกับเหตุการณ์การบวงสรวงเบิกเนตรรูปปั้นครูกายแก้วที่บริเวณแยกรัชดา – ลาดพร้าว ทั้งมีการผลิตซ้ำทางความเชื่อผ่านสื่อ เช่น การนำเสนอข่าวของบุคคลที่มาบนบานแล้วสำเร็จ การนำเสนอข่าวผู้มีชื่อเสียงเชิญชวนให้มาสักการะครูกายแก้ว เป็นต้น
โดยแพลตฟอร์มที่สร้าง Engagement มากที่สุดคือ TikTok 46% รองลงมาได้แก่ Facebook 35% , X 14% และ Instagram 3% ,YouTube 2% ตามลำดับ ในแง่กลุ่มผู้สื่อสารพบว่า เป็นกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไป 42% รองลงมาคือ สื่อ 33% และผู้มีอิทธิพลในสื่อสังคมออนไลน์ 25% ตามลำดับ
เมื่อวิเคราะห์ความคิดเห็นของผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ พบว่า ในประเด็นความเชื่อ ความศรัทธาและความศักดิ์สิทธิ์ของครูกายแก้ว พบว่า 59% เป็นการให้ข้อมูลเกี่ยวกับพิธีกรรม/การบูชาครูกายแก้ว ซึ่งจัดเป็นความเห็นเชิงกลาง เนื่องจากเป็นการให้ข้อมูล ตัวอย่างเช่น จากบัญชีหนึ่งใน TikTok ได้โพสต์วิธีการเดินทางไปสักการะครูกายแก้วที่บริเวณสี่แยกลาดพร้าว และวิธีสักการะบูชา ตามด้วย ความเห็น 37% ที่กังวลต่อข่าวลือเรื่องฆ่าสัตว์บูชายัญจากบัญชี ไพรวัลย์ วรรณบุตร และทาสแมวบอกต่อ ที่โพสต์ตำหนิการบูชายันต์หมา แมว ซึงเป็นความเห็นเชิงลบ ที่เหลือ 4% เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับโชคลาภจากการบูชาครูกายแก้ว เช่น บัญชีโหนกระแส และ  Amarin News โพสต์ข่าวผู้ที่ถูกลอตเตอรี่จากเลขทะเบียนรถครูกายแก้ว ข่าวการขอพรของผู้ที่ศรัทธาครูกายแก้ว ซึ่งเป็นความเห็นเชิงบวก 

สรุป 

ประเด็น “ครูกายแก้ว” ในสื่อสังคมออนไลน์ เมื่อศึกษาผ่าน 5 แพลตฟอร์ม ตลอดเดือนสิงหาคม 2566 พบว่า ถูกกล่าวถึงใน TikTok มากที่สุดที่ 48% รองลงมาได้แก่ Facebook 33% , X 11% ,YouTube 5% และ Instagram 3% ตามลำดับ โดยกลุ่มผู้สื่อสารส่วนใหญ่จะเป็นผู้ใช้งานทั่วไป 44% รองลงมาได้แก่ สื่อ 33% และ ผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ 23% ตามลำดับ ด้านประเด็นสามารถแบ่งได้ 3 ประเด็น คือ 


ประเด็น 1 เหตุการณ์รถขนรูปปั้นครูกายแก้วติดสะพานลอยบริเวณถนนรัชดาภิเษกพบใน Facebook มากที่สุดที่ 72 % รองลงมาได้แก่ YouTube 12%, TikTok 10% และ Instagram 6% ตามลำดับ โดยกลุ่มผู้สื่อสารที่มีอิทธิพลมากที่สุดเป็น สื่อ 66% เช่น โหนกระแส ข่าวสด อมรินทร์ทีวี เป็นต้น รองลงมาได้แก่ ผู้มีอิทธิพลในสื่อสังคมออนไลน์ 26% และผู้ใช้งานทั่วไป 8%


ประเด็นที่ 2 ข้อถกเถียงเรื่องที่มา หลักฐานการมีอยู่ของครูกายแก้ว พบ TikTok สร้าง Engagement มากที่สุดที่ 57% รองลงมาได้แก่ Facebook 23% , YouTube 11% , X 6% และ Instagram 3% ตามลำดับ ในด้านกลุ่มผู้สื่อสาร พบว่า เป็นกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไป 53% รองลงมาคือ สื่อ 29% และผู้มีอิทธิพลในสื่อสังคมออนไลน์ 19% ตามลำดับ
ประเด็นที่ 3 ความเชื่อ ความศรัทธา และความศักดิ์สิทธิ์ของครูกายแก้ว พบมากที่สุดใน TikTok 46% รองลงมาได้แก่ Facebook 35% , X 14% ,  Instagram 3% และ YouTube 2% ตามลำดับ ในด้านกลุ่มผู้สื่อสาร พบว่า เป็นกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไป 42% รองลงมาคือ สื่อ 33% และ ผู้มีอิทธิพลในสื่อสังคมออนไลน์ 25% ตามลำดับ

สิงหาคม 66 แม้โลกออนไลน์ของไทย สนใจบันเทิงเป็นอันดับต้น แต่โดยรวมสัดส่วนความสนใจในประเด็นการเมืองยังสูงกว่าเล็กน้อย ขณะที่ TikTok ขึ้นแท่นแพลตฟอร์มยอดนิยม

สิงหาคม 66 แม้โลกออนไลน์ของไทย สนใจบันเทิงเป็นอันดับต้น แต่โดยรวมสัดส่วนความสนใจในประเด็นการเมืองยังสูงกว่าเล็กน้อย ขณะที่ TikTok ขึ้นแท่นแพลตฟอร์มยอดนิยม

ประเด็นบันเทิงที่สังคมออนไลน์สนใจสูงสุดในเดือนสิงหาคม 66 คือ ละครมาตาลดาตอนจบ นอกนั้นเป็นเรื่อง เดบิวต์บอยแบนด์ในรายการ 789 Survival, The Grand Concert อิงฟ้า มหาชน ฯลฯ  ส่วนประเด็นการเมืองที่ได้รับความสนใจในอันดับต้น ๆ คือ พรรคเพื่อไทยตั้งรัฐบาลและพรรคก้าวไกลเป็นฝ่ายค้าน , ชื่นชม ช่อ พรรณิการ์ วานิช และ สส. พรรคก้าวไกล ฯลฯ โดยใน 10 อันดับที่ได้รับ Engagement มากที่สุดนั้น เป็นการเมือง 5 ประเด็น และบันเทิง 5 ประเด็น เท่ากัน  แต่กลุ่มการเมืองมียอด Engagement ในสัดส่วนที่สูงกว่า คือ 53%  ส่วนบันเทิง 47%     

Media Alert กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับ Wisesight ศึกษาการสื่อสารออนไลน์ของสังคมไทยในเดือนสิงหาคม 2566 โดยใช้เครื่องมือ ZocialEye สำรวจจาก 5 แพลตฟอร์ม ได้แก่ 1) Facebook 2) Twitter 3) Instagram 4) YouTube และ 5) TikTok หลังจากนั้นใส่คำค้นหาที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม 2566 ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทยประกาศจัดตั้งรัฐบาล, การทำงานของสส. พรรคก้าวไกล, เศรษฐา ทวีสินรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เป็นต้น จากนั้นนำข้อมูลที่ได้จากเครื่องมือ ZocialEye มารวบรวมและเรียงลำดับตาม Engagement พบ 10 อันดับประเด็นที่โลกออนไลน์ให้ความสนใจในเดือนสิงหาคม 2566 คือ

  1. มาตาลดาตอนจบ
  2. พรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลและพรรคก้าวไกลเป็นฝ่ายค้าน
  3. ชื่นชม ช่อ พรรณิการ์ วานิชและ สส. พรรคก้าวไกล
  4. เดบิวต์บอยแบนด์ในรายการ 789 Survival
  5. The Grand Concert อิงฟ้า มหาชน
  6. เศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30
  7. การประชุมสภาเพื่อโหวตนายกฯ ครั้งที่ 3
  8. Gemini Fourth ConcertD1 ของคู่จิ้น เจมีไนน์- โฟร์ท
  9. ทักษิณกลับประเทศไทย
  10. การประกวด Miss Universe Thailand 2023 รอบ Final

10 ประเด็นที่ได้รับความสนใจ มีการสื่อสาร และมีส่วนร่วมมากที่สุดในโลกออนไลน์ เดือนสิงหาคม 2566

อันดับที่ 1 มาตาลดาตอนจบ

หลังจากที่มาตาลดาได้สร้างกระแสบนโลกออนไลน์ต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน จนถึงตอนจบในวันที่ 15 สิงหาคม โดยความเห็นของผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์เป็นไปในทิศทางเดียวกันคือชื่นชอบละคร อินไปกับละคร รวมถึงการแคปเจอร์ฉากที่ประทับใจมาโพสต์

อันดับที่ 2 พรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลและพรรคก้าวไกลเป็นฝ่ายค้าน

หลังจากพรรคก้าวไกลไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ จึงให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมกับพรรคอดีตรัฐบาล ส่งผลให้พรรคก้าวไกลต้องเป็นฝ่ายค้าน จนเกิดการต่อต้านจากประชาชนบางกลุ่มที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะกลุ่มอดีตมวลชนเสื้อแดงและกลุ่มทะลุวังที่รวมตัวกันประท้วงหน้าพรรคเพื่อไทย พบผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์แบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย คือฝ่ายสนับสนุนพรรคเพื่อไทยที่มองว่าหากไม่รวมกับพรรคอดีตรัฐบาลจะไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ กับฝ่ายที่ตำหนิพรรคเพื่อไทยที่ไม่ยึดมั่นในอุดมการณ์

 

อันดับที่ 3 ชื่นชม ช่อ พรรณิการ์ วานิช และ สส. พรรคก้าวไกล

มาจากคลิป Highlight ช่อ พรรณิการ์ ออกรายการเปิดปากช่องไทยรัฐทีวีและ คลิปเหตุการณ์สภาล่มในวันที่ 31 สิงหาคม ที่พรรคก้าวไกลเสนอให้ประธานสภานับองค์ประชุม พบว่ามีผู้แสดงตนเพียง 96 คน โดยความเห็นผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ส่วนใหญ่ชื่นชมการปฏิบัติงานของพรรคก้าวไกลที่ยังคงยึดมั่นในอุดมการณ์แม้จะถูกผลักให้ไปเป็นพรรคฝ่ายค้านก็ตาม

อันดับที่ 4 เดบิวต์บอยแบนด์ในรายการ 789 SURVIVAL

รายการ 789 SURVIVAL รายการ Reality ทางช่อง One31 เพื่อหา Idol กลุ่มใหม่ที่มีความสามารถ เหตุที่รายการในเดือนส.ค.ได้รับความสนใจมากที่สุด เนื่องจากการประกาศขายบัตรคอนเสิร์ต 789 SPECIAL STAGE THE TIME CAPSULE และข่าวการปล่อยข้อมูลเท็จการรับงานของศิลปินพร้อมช่องทางการติดต่อ ที่ทำให้ทางค่าย SONRAY MUSIC ต้องออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการ

อันดับที่ 5 The Grand Concert อิงฟ้า มหาชน

ส่วนใหญ่เป็นการโปรโมทคอนเสิร์ตของอิงฟ้า ภาพในงานคอนเสิร์ตจากกลุ่มแฟนคลับและ การกล่าวถึงแขกรับเชิญพิเศษ เช่น ชาลอต ออสติน, ณวัฒน์ อิสรไกรสิน เป็นต้น

อันดับที่ 6 เศรษฐา ทวีสิน ได้เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 30

ผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ตั้งคำถามถึงพรรคเพื่อไทยที่ได้เป็นรัฐบาลและความเหมาะสมที่เศรษฐา ทวีสิน รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 โดยบางส่วนกล่าวถึงการที่นายเศรษฐาไม่เคยแสดงวิสัยทัศน์ ไม่เคยไปดีเบตทางสื่อต่าง ๆ รวมถึงไม่มีประสบการณ์ทางการเมือง แต่กลับได้รับเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรี มีการติดแฮชแท็ก #นายกคนที่30 #นายกส้มหล่น #โหวตนายกครั้งที่3

อันดับที่ 7 ประชุมสภาเพื่อโหวตนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 3

การประชุมสภาเพื่อโหวตนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 3 ในวันที่ 22 สิงหาคม พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคอดีตฝ่ายรัฐบาล คือ พรรคภูมิใจไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรครวมไทยสร้างชาติ ทำให้ผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์สนใจว่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ จะฝ่าด่านสำคัญอย่าง สว. ได้หรือไม่ โดยสุดท้ายแม้สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่พรรคเพื่อไทยก็ต้องเสียมวลชนบางส่วนไป

อันดับที่ 8 Gemini Fourth ConcertD1 ของคู่จิ้น เจมีไนน์- โฟร์ท

เจมิไนน์ นรวิชญ์ และ โฟร์ท ณัฐวรรธน์ โด่งดังจากซีรีย์เรื่อง แฟนผมเป็นประธานนักเรียน ที่ออกอากาศทางช่อง GMM25 จากกระแสความโด่งดังของนักแสดงทั้งสอง จึงมีการจัดคอนเสิร์ตของทั้งคู่ขึ้นเป็นครั้งแรก ในวันที่ 27 สิงหาคม 2566 โดยคำสนทนาส่วนใหญ่ในสื่อสังคมออนไลน์เป็นของกลุ่มแฟนคลับ และเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่จัดคอนเสิร์ต

อันดับที่ 9 ทักษิณกลับประเทศไทย

แม้อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร จะเลื่อนการกลับประเทศไทยมาหลายครั้ง แต่ยังคงมีมวลชนที่เฝ้ารอการกลับมาของอดีตนายกฯทักษิณ กระทั่งในเช้าวันที่ 22 สิงหาคม เครื่องบินส่วนตัวของทักษิณได้ลงจอดที่สนามบินดอนเมือง สิ่งที่สื่อและประชาชนให้ความสนใจมากที่สุดคือ การปรากฏตัวของทักษิณที่สนามบินดอนเมือง และการก้มกราบพระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลที่ 10  ก่อนถูกนำตัวไปศาลฎีกา เพื่อการพิจารณาโทษ

อันดับที่ 10 การประกวด Miss Universe Thailand 2023 รอบ Final

โพสต์ส่วนใหญ่จะมาจากแฟนคลับที่เชียร์นางงามที่ชื่นชอบ, โพสต์จากสื่อสังคมออนไลน์ของผู้เข้าประกวดโดยเฉพาะ วีนา ปวีนา ซิงห์ ผู้เข้าประกวดจากจังหวัดภูเก็ต แม้ว่าสุดท้าย แอน แอนโทเนีย โพซิ้ว ผู้เข้าประกวดจากจังหวัดนครราชสีมา จะได้รับตำแหน่งไป

โดยสรุป ทิศทางการสื่อสารในโลกออนไลน์ของเดือนสิงหาคม 2566 จาก 5 แพลตฟอร์มที่เป็นหน่วยการศึกษา คือ 1) Facebook 2) Twitter 3) Instagram 4) YouTube และ 5) TikTok พบว่าประเด็นทางการเมืองยังคงได้รับ Engagement สูง คือ 53% ของ 10 ประเด็นที่ได้รับ Engagement มากที่สุด

จาก 10 ประเด็นที่ได้รับความสนใจและมีการสื่อสารในสื่อสังคมออนไลน์มากที่สุดในเดือนสิงหาคม 66 สามารถจำแนกหมวดเนื้อหาได้เป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มเนื้อหาทางการเมือง 5 ประเด็นได้แก่ พรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลและพรรคก้าวไกลเป็นฝ่ายค้าน, ชื่นชม ช่อ พรรณิการ์ วานิช และ สส. พรรคก้าวไกล, เศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30, การประชุมสภาเพื่อโหวตนายกครั้งที่ 3, ทักษิณกลับประเทศไทย และประเด็นสื่อ สิ่งบันเทิง อีก 5 ประเด็น ได้แก่ มาตาลดาตอนจบ, เดบิวต์บอยแบนด์ในรายการ 789 SURVIVAL, The Grand Concert อิงฟ้า มหาชน, Gemini Fourth ConcertD1 ของคู่จิ้น เจมีไนน์- โฟร์ท, การประกวด Miss Universe Thailand 2023 รอบ Final โดยเมื่อพิจารณาการมีส่วนร่วม หรือ Engagement พบว่า กลุ่มประเด็นเนื้อหาการเมืองมี 155,569,064 Engagement คิดเป็น 53%

ในกลุ่มการเมือง พบว่า กลุ่มผู้ส่งสารที่มีอิทธิพลหรือสามารถสร้างการมีส่วนร่วม (Engagement) มากที่สุด คือกลุ่ม สื่อที่ 45% รองลงมาได้แก่ผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ 32% ผู้ใช้งานทั่วไป 20% พรรคการเมือง 2% และอื่น ๆ 1% ตามลำดับ โดย TikTok เป็นช่องทางที่มี Engagement มากที่สุดที่ 35% รองลงมาได้แก่ Facebook 33% Twitter 18% Instagram 8% YouTube 5% ตามลำดับ

กลุ่มสื่อ สิ่งบันเทิง มี 136,016,290 Engagement คิดเป็น 47% โดยมีกลุ่มผู้ส่งสารที่สามารถสร้างการมีส่วนร่วมมากที่สุดคือ ผู้ใช้งานทั่วไป 76% รองลงมาได้แก่ ผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ 22% และสื่อ 2% ตามลำดับ โดยมี TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่สร้าง Engagement มากที่สุด ที่ 43% รองลงมาได้แก่ Twitter 24% Instagram 17% Facebook 15% YouTube 1% ตามลำดับ

เห็นได้ว่า Engagement ส่วนใหญ่จะมาจากสองช่องทางหลัก คือ Facebook 38% และ TikTok 32% โดยประเด็นที่มี Engagement มากที่สุด 3 อันดับแรกมาจากผู้ใช้งาน TikTok บัญชี nathanatanitthies โดยเนื้อหาของคลิปเป็นการเผาเสื้อและปฏิทินของคนเสื้อแดง โพสต์ดังกล่าวได้รับ 437,500 Engagement อันดับสองบัญชี sparkupdate  มีเนื้อหาเกี่ยวกับการใช้มาตรา 112 เป็นข้ออ้างในการไม่ร่วมงานกับพรรคก้าวไกล ได้รับ 430,342 Engagement ส่วนอันดับที่ 3 จากบัญชี ratsadonnews112  โพสต์วิดีโอในวันที่มีการประท้วงหน้าที่ทำการพรรคเพื่อไทย หลังทราบข่าวพรรคเพื่อไทยร่วมมือกับพรรคที่เป็นอดีตรัฐบาลได้รับ 321,947 Engagement

ด้านผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ที่ให้ความสนใจเกี่ยวกับประเด็นของพรรคเพื่อไทยหลังจากประกาศจัดตั้งรัฐบาลโดยไม่มีพรรคก้าวไกล เมื่อแยกตามประเภทผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ พบว่า สื่อหรือสำนักข่าวสามารถสร้างการมีส่วนร่วมมากถึง 25.1 ล้าน Engagement รองลงมาได้แก่ ผู้มีอิทธิพลในสื่อสังคมออนไลน์ 21.1 ล้าน ผู้ใช้งานทั่วไป 11.6 ล้าน พรรคการเมือง 1.2 ล้าน และอื่น ๆ ประมาณ 21,000 Engagement ตามลำดับ โดยส่วนใหญ่แสดงความผิดหวังต่อพรรคเพื่อไทย และบางส่วนแสดงความเห็นว่าจะเลือกพรรคก้าวไกลในการเลือกตั้งครั้งหน้า

Engagement ส่วนใหญ่มาจาก TikTok 59% ตามด้วย Facebook 25% Instagram 13% โดยประเด็นที่มี Engagement มากที่สุด 3 อันดับแรก คือ บัญชี iu_jameji ที่เป็นคลิปของเจมส์ จิรายุ ซึ่งเป็นนักแสดงนำของละคร ได้รับ 1,119,161 Engagement, บัญชี maker_family โพสต์ Highlight ละคร 1,008,661 Engagement, บัญชี jirayu.jj6 โพสต์คลิปเจมส์ จิรายุ แล้วติด #มาตาลดา ได้รับ 978,414 Engagement
ด้านผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ที่ให้ความสนใจเกี่ยวกับมาตาลดาตอนจบ แยกตามประเภท พบว่า เป็นผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ทั่วไปมากถึง 47.7 ล้าน Engagement รองลงมาได้แก่ ผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ 22.4 ล้าน Engagement สื่อ สำนักข่าว ประมาณ 400,000 Engagement และ อื่น ๆ ได้แก่ แบรนด์ ภาครัฐ 434 Engagement โดยส่วนใหญ่เป็นการโพสต์ของกลุ่มแฟนคลับละครที่โพสต์ฉากหรือนักแสดงที่ตนชื่นชอบ รวมไปถึงนักแสดงที่ใช้ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ในการโปรโมตละครและแฟนคลับเข้ามามีปฏิสัมพันธ์ในโพสต์ดังกล่าว

โดยสรุป ในเดือนสิงหาคม 2566 ผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ยังคงให้ความสนใจในประเด็นทางการเมืองมากถึง 5 จาก 10 ประเด็น โดยประเด็นที่ได้รับความสนใจ คือ พรรคเพื่อไทยประกาศจัดตั้งรัฐบาลและพรรคก้าวไกลเป็นฝ่ายค้าน, ชื่นชม ช่อ พรรณิการ์ วานิชและ สส. พรรคก้าวไกล, เศรษฐา ทวีสิน ได้เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 30, ประชุมสภาเพื่อโหวตนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 3และทักษิณกลับประเทศไทย ส่วนประเด็นสื่อ สิ่งบันเทิงที่ได้รับความสนใจ ได้แก่ มาตาลดาตอนจบ, เดบิวต์บอยแบนด์ในรายการ 789 Survival, The Grand Concert อิงฟ้า มหาชน, Gemini Fourth ConcertD1 ของคู่จิ้น เจมีไนน์- โฟร์ท และการประกวด Miss Universe Thailand 2023 รอบ Final
ในภาพรวม ผู้ส่งสารส่วนใหญ่เป็นผู้ใช้งานทั่วไป รองลงมาเป็นผู้มีอิทธิพลในสื่อสังคมออนไลน์ สื่อ สำนักข่าว แบรนด์ และภาครัฐ ตามลำดับ แต่เมื่อนำมาวิเคราะห์ร่วมกับประเด็นที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในเดือนสิงหาคม 66 ความสนใจของสื่อสังคมออนไลน์ยังเป็นประเด็นทางการเมืองโดยแสดงออกด้วยการใช้แฮชแท็ก เช่น #นายกคนที่30 #นายกส้มหล่น #notmypm #โหวตนายกครั้งที่3 #ประชุมสภา อย่างไรก็ตามผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ยังคงให้ความสนใจในสื่อบันเทิงด้วยการสร้างกลุ่มที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกัน เช่น กลุ่มของแฟนคลับดาราที่แชร์คอนเทนต์แล้วติดแฮชแท็กที่เกี่ยวกับละครหรือนักแสดงที่ตนชื่นชอบร่วมกัน
ขณะที่ TikTok ยังคงเป็นช่องทางหลักที่สร้างปฏิสัมพันธ์ได้เป็นอันดับ 1 เช่นเดียวกับเดือนกรกฎาคม 66 ที่ผ่านมา สำหรับเดือนสิงหาคมพบประเด็นที่น่าสนใจคือ ผู้ใช้งาน TikTok ส่วนใหญ่ เป็นผู้ใช้งานทั่วไปมากถึง 60% ของ Engagement ทั้งหมดของ TikTok เมื่อเปรียบเทียบกับ แพลตฟอร์มหลักอย่าง Facebook ที่มีสัดส่วนผู้ใช้งานทั่วไปเพียง 14% ของ Engagement ทั้งหมดของ Facebook นับเป็นการตอกย้ำถึงความนิยมของ TikTok ทั้งนี้ อาจด้วยเหตุที่ใช้งานง่าย จนเข้าถึงผู้ใช้งานได้ทุกเพศ ทุกวัย

สำรวจความสนใจโลกออนไลน์ ครึ่งแรกของปี 66 การเมือง-การเลือกตั้งนำลิ่ว ตามด้วยประเด็นบันเทิง

สำรวจความสนใจโลกออนไลน์ ครึ่งแรกของปี 66 การเมือง-การเลือกตั้งนำลิ่ว ตามด้วยประเด็นบันเทิง

Media Alert กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับ Wisesight สำรวจการสื่อสารทางออนไลน์ของสังคมไทยช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายน 2566 โดยใช้เครื่องมือ ZocialEye สำรวจจาก 4 แพลตฟอร์มออนไลน์ คือ Facebook, Twitter, Instagram และ YouTube เพื่อสรุป 10 ประเด็นที่พูดถึงมากที่สุดในแต่ละเดือน

สำหรับในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2566 ประเด็นที่ได้รับ Engagement สูงสุด 10 อันดับแรกเป็นประเด็นที่เกี่ยวกับการเมืองโดยเฉพาะการเลือกตั้งและการปราศรัยของพรรคการเมืองต่าง ๆ รองลงมาเป็นประเด็นเกี่ยวกับสื่อบันเทิง เช่น กิจกรรม Outing ของดารานักแสดงบริษัท GMMTV ภายใต้ #GmmtvOuting2023, ละครเรื่องมาตาลดาที่มีเนื้อหาของกลุ่ม LGBTQ, กระแสป๊อปคัลเจอร์ของเพลงธาตุทองซาวด์ของยังโอมที่ทำให้การแต่งกายในยุค Y2K หรือการนำภาพในช่วง Y2K กลับมานิยมอีกครั้ง, การประกวด Miss Grand Thailand รอบสุดท้าย รวมไปถึงการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ที่ประเทศกัมพูชาทั้งในประเด็นดราม่าการจัดงาน การใช้นักกีฬาโอนสัญชาติ และการส่งแรงใจไปเชียร์นักกีฬาทีมชาติในการแข่งขันครั้งนี้

 

ประเด็นที่ได้รับความสนใจมากที่สุด 10 อันดับในสื่อสังคมออนไลน์ช่วงเดือนมกราคมถึงมิถุนายน 2566

อันดับที่ 1 ความเห็นต่อการหาเสียงเลือกตั้งของพรรคก้าวไกล

ส่วนใหญ่มาจากโพสต์การปราศรัยตามจังหวัดต่าง ๆ และการโพสต์ภาพพิธา ลิ้มเจริญรัตน์บนเวทีหาเสียงที่ติด Hashtag พรรคก้าวไกล นอกจากนั้นเป็นการโพสต์หาเสียงของผู้สมัครอื่น เช่น รักชนก ศรีนอก, ชัยธวัฒน์ ตุลาธน, วาโย อัศวรุ่งเรือง เป็นต้น โดยผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์แสดงออกในเชิงชื่นชอบการหาเสียงและนโยบายที่เน้นแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง

อันดับที่ 2 การจัดดีเบตและเชิญชวนให้ไปเลือกตั้ง

เป็นการกล่าวถึงการจัดดีเบตในที่ต่าง ๆ แล้วติด Hashtag ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง เช่น การโพสต์ของผู้สมัครรับเลือกตั้งเชิญชวนออกไปเลือกตั้ง การโพสต์ของประชาชนที่ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 14 พฤษภาคม

อันดับที่ 3 พรรคก้าวไกลประกาศจัดตั้งรัฐบาล

หลังจากที่พรรคก้าวไกลได้คะแนนเสียงเป็นอันดับหนึ่งจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและประกาศจัดตั้งรัฐบาลที่มีพิธา ลิ้มเจริญรัตน์เป็นนายกรัฐมนตรี ส่งผลให้ประเด็นดังกล่าวถูกพูดถึงมากทั้งจากสื่อต่าง ๆ และผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ทั่วไป โดยประเด็นที่พูดถึงมากที่สุดมาจากข่าวการประกาศจัดตั้งรัฐบาลของพรรคก้าวไกล

อันดับที่ 4 ตำหนิ กกต. จัดการเลือกตั้งที่ไม่โปร่งใส

ผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ตำหนิการจัดการเลือกตั้งของ กกต. โดยเป็นการกล่าวถึงการทำงานที่ไม่โปร่งใสของ กกต. ในบางเขต การแอบอ้างนำบัตรประชาชนของชาวบ้านไปลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าที่จังหวัดอำนาจเจริญ การประกาศไม่นับคะแนนจากบัตรนอกราชอาณาจักรในจังหวัดฉะเชิงเทรา ทำให้เกิดกระแสการลงชื่อเพื่อถอดถอน กกต. ในสื่อสังคมออนไลน์

อันดับที่ 5 ความเห็นต่อนโยบายของพรรคเพื่อไทย

ส่วนใหญ่เป็นการกล่าวถึงนโยบายเงินดิจิทัล 10,000 บาท และการปราศรัยใหญ่ของพรรคเพื่อไทยที่เปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและการกล่าวถึงการร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคก้าวไกล

อันดับที่ 6 กิจกรรม #GmmtvOuting2023

Hashtag ดังกล่าวมาจากกิจกรรม Outing ในช่วงเดือนมีนาคมของดารานักแสดงในสังกัดบริษัท GMMTV ที่ส่งผลให้กลุ่มแฟนคลับดารานักแสดงเข้ามามีปฏิสัมพันธ์เป็นจำนวนมากจากการแชร์คลิปหรือภาพดาราที่ชื่นชอบ

 อันดับที่ 7 ดราม่าในการแข่งขันซีเกมส์ที่กัมพูชา

ส่วนใหญ่มาจากการสรุปเหรียญรางวัล การกล่าวถึงเจ้าภาพกัมพูชาที่จ้างนักกีฬาโอนสัญชาติมาแข่งกีฬา เพื่อให้ได้เหรียญทองมากที่สุดและประเด็นดราม่าอื่น ๆ เช่น การตะลุมบอนกันระหว่างนักฟุตบอลทีมชาติไทยกับทีมชาติอินโดนีเซีย ความไม่พร้อมของหมู่บ้านนักกีฬา

อันดับที่ 8 มาตาลดา ละครน้ำดีในช่วง Pride Month

ละครเรื่องมาตาลดาถูกกล่าวถึงอย่างมากในช่วงเดือนมิถุนายนที่เป็นเดือนแห่งการเฉลิมฉลองกลุ่ม LQBTQ ทำให้ละครซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับประเด็นเดียวกันนี้ถูกพูดถึงไปด้วย โดยกระแสส่วนใหญ่จะเป็นการตัดคลิปสั้น ๆ ที่เป็น Highlight ของละครมาโพสต์ในช่องทางต่าง ๆ

อันดับที่ 9 เพลงธาตุทองซาวด์กับแฟชั่นยุค Y2K

เพลงธาตุทองซาวด์ที่ถูกโพสต์ในช่วงเดือนเมษายน ส่งผลให้ได้รับความนิยมเป็นจำนวนมากและยังสร้างกระแส Y2K ต่อเนื่อง มีการโพสต์ภาพของตนเองในอดีตหรือภาพการแต่งกายในแฟชั่น Y2K เป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นเพลงนี้ยังโด่งดังไกลไปต่างประเทศอย่างประเทศเกาหลีใต้ที่นำเพลงดังกล่าวไปเปิดในผับ

อันดับที่ 10 การประกวด Miss Grand Thailand รอบสุดท้าย

การประกวดรอบสุดท้ายของ Miss Grand Thailand ส่งผลให้ผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ที่เป็นแฟนคลับการประกวดนางงามเข้ามามีปฏิสัมพันธ์จำนวนมาก รวมไปถึงดราม่าของผู้ประกวดบางคนอย่างเฌอเอม ชญาธนุส ศรทัตต์ ที่ปฏิเสธกิจกรรมการดูดวงบนเวทีต่อหน้าคุณณวัฒน์ อิสรไกรศีล ผู้จัดการประกวด เป็นต้น

สัดส่วนหมวดหมู่ประเด็นที่ได้รับความสนใจในช่วงครึ่งปีแรก

เมื่อนำ 10 ประเด็นที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในแต่ละเดือน รวม 60 ประเด็นมาจัดหมวดหมู่ โดยวิธีการอ้างอิงจากเนื้อหาสำคัญ (Content Based) ของประเด็นนั้น ๆ ตามด้วยการตรวจสอบสามเส้าด้านผู้วิเคราะห์ข้อมูล ได้เป็น 23 หมวดหมู่ พบหมวดหมู่ที่ได้รับความสนใจสูงสุด 3 อันดับแรก คือ

หมวดหมู่ เรื่องเกี่ยวข้องกับรัฐ (Politics) คือ เนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับสถานภาพความเป็นรัฐ เรื่องเกี่ยวกับรัฐ สัญลักษณ์ของรัฐ นโยบายสาธารณะ นิติบัญญัติ กฎหมาย การเลือกตั้ง การหาเสียงเลือกตั้ง ประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง สงคราม ความสัมพันธ์ภายในประเทศและระหว่างประเทศ รวมถึงการรณรงค์ต่าง ๆ อันเกี่ยวกับรัฐ และความเคลื่อนไหวทาง

การเมือง เช่น การวิพากษ์วิจารณ์ ข้อพิพาททางการเมือง การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ การชุมนุมทางการเมือง ซึ่งในบริบทของการศึกษาในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา พบว่าส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งปี 2566

หมวดหมู่ สื่อ สิ่งบันเทิง (Media & Entertainment) คือ เนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับสื่อและสิ่งบันเทิง

หมวดหมู่ กีฬา (Sport) คือ เนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับกีฬา การแข่งขันกีฬา และทิศทางความสนใจในกีฬาชนิดต่าง ๆ

ทั้งนี้ หมวดหมู่เรื่องเกี่ยวข้องกับรัฐ (Politics) ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดเป็นประเด็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่มีมากถึง 66% โดยส่วนใหญ่มาจากพรรคการเมือง การปราศรัยของพรรคต่าง ๆ หมวดหมู่สื่อสิ่งบันเทิง (Media & Entertainment) มาจากกิจกรรม #GmmtvOuting2023 กระแสความนิยมของละครมาตาลดา และการประกวด Miss Grand Thailand รอบสุดท้าย, หมวดหมู่ กีฬา (Sport) ส่วนใหญ่มาจากการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ที่ประเทศกัมพูชาที่มีประเด็นดราม่าจากการที่เจ้าภาพใช้นักกีฬาโอนสัญชาติในการแข่งขัน ความไม่พร้อมของสถานที่พักและกรรมการในการตัดสิน หมวดหมู่การขับเคลื่อนทางสังคม (Social Movement) เป็นการที่ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่ยกให้ละครมาตาลดาเป็นละครน้ำดีที่นำเสนอเกี่ยวกับ LGBTQ, ประเด็นส่วยทางหลวงที่พรรคก้าวไกลนำมาเสนอต่อสาธารณะทำให้กลายเป็นกระแสสังคมต่อเนื่องซึ่งในตอนแรกเป็นประเด็นเฉพาะส่วยรถบรรทุก แต่เมื่อได้รับความสนใจมากขึ้นทำให้ขยายไปในการทุจริตอื่น ๆ เช่น ส่วยแท็กซี่ ส่วยล็อตเตอรี่ เป็นต้น ส่วนหมวดหมู่อาชญากรรมและอุบัติเหตุ (Crime & Accidents) เป็นประเด็นเกี่ยวกับการรั่วไหลของ ซีเซียม – 137 ที่จังหวัดปราจีนบุรี

การเปลี่ยนแปลงของ Engagement แต่ละหมวดหมู่ในช่วงเดือนมกราคม – มิถุนายน 2566

นอกจากการจำแนกให้เห็นหมวดหมู่ประเด็นที่ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ให้ความสนใจในภาพรวม 10 อันดับแรก ตลอดช่วงครึ่งปีแรกของปี 2566 แล้ว เมื่อสำรวจความเคลื่อนไหวของ Engagement ในแต่ละกลุ่มประเด็น พบความสนใจในการสื่อสารและการมีส่วนร่วมของผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ในประเด็นการเมืองเริ่มเพิ่มมากขึ้นในสัดส่วนที่มากกว่าประเด็นอื่น ๆ ตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม เป็นต้นมา

จากแผนภาพที่ 3 เห็นได้ว่า ความสนใจในประเด็นเกี่ยวข้องกับภาครัฐ โดยเฉพาะการเลือกตั้งที่ได้รับความสนใจอย่างมากนั้น แบ่งได้เป็น 4 ช่วง ได้แก่

1. ก่อนวันเลือกตั้ง ในช่วงเดือนมกราคมจนถึงวันที่ 20 มีนาคม หรือวันที่ประกาศยุบสภา เห็นได้ว่าช่วงเวลาดังกล่าวประเด็นที่ได้รับความสนใจเป็นประเด็นเกี่ยวกับสื่อบันเทิงต่าง ๆ

2. โค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง ในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงช่วงก่อนวันที่ 14 พฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงการหาเสียง การดีเบตตามเวทีต่าง ๆ โดยพรรคก้าวไกลถูกกล่าวถึงอย่างมากเกี่ยวกับนโยบายที่เน้นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสังคม ส่วนพรรคเพื่อไทยเป็นนโยบายเงินดิจิทัล 10,000 บาท

3. วันเลือกตั้ง วันที่ 14 พฤษภาคม เป็นการโพสต์ว่าไปเลือกตั้งโดยผู้ใช้งานทั่วไป การโพสต์เชิญชวนให้ไปเลือกตั้งโดยดารา ผู้มีอิทธิพลบนสื่อสังคมออนไลน์ หน่วยงาน ฯลฯ การให้ร่วมสังเกตการณ์การนับคะแนนการเลือกตั้งโดยกลุ่มรณรงค์เคลื่อนไหวการมีส่วนร่วมของประชาชน

4. หลังการเลือกตั้ง ช่วงหลังวันที่ 14 พฤษภาคม การพูดถึงการเลือกตั้งจะลดลง เนื่องจากเป็นช่วงที่รอ กกต. รับรองผลการเลือกตั้ง และเป็นช่วงที่พรรคการเมืองที่มีเสียงข้างมาก ทำการเจรจาทางการเมืองกับพรรคอื่น เพื่อเตรียมจัดตั้งรัฐบาล

หมวดหมู่สื่อ สิ่งบันเทิง ได้รับความสนใจต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงเดือนมีนาคมและเมษายน มาจากการจัดกิจกรรม Outing ของบริษัท GMMTV ภายใต้ #GmmtvOuting2023 และในเดือนเมษายนมาจากการประกวด Miss Grand Thailand รอบสุดท้าย แต่กระแสจะตกไปในช่วงเดือนพฤษภาคม

ส่วนหมวดหมู่การขับเคลื่อนทางสังคม ในเดือนมิถุนายน มาจากกระแส Pride Month และละครเรื่องมาตาลดาที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ LGBTQ

กล่าวโดยสรุป ในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนมิถุนายน 2566 ความสนใจของสื่อสังคมออนไลน์มีความสอดคล้องกับเหตุการณ์บ้านเมือง กล่าวคือ ในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์จะให้ความสนใจในการปราศรัยหาเสียง การเลือกตั้ง และท่าทีของพรรคการเมืองที่ตนเลือกหลังจากประกาศผลการเลือกตั้งแล้ว แต่หลังการเลือกตั้ง พบว่า กระแสความสนใจในเรื่องการเมืองลดลง เนื่องจากเป็นช่วงรอ กกต. รับรองผลการเลือกตั้ง จึงเป็นที่น่าสนใจว่าในสถานการณ์สำคัญทางการเมือง เช่น ช่วงโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี และหลังจากได้นายกรัฐมนตรีแล้ว สื่อสังคมออนไลน์จะมีทิศทางและลักษณะความสนใจในการเมืองอย่างไร จะมีการสื่อสารถกเถียงกันในประเด็นหรือหมวดหมู่ใด อย่างไร ที่สำคัญคือการสื่อสารดังกล่าวจะสร้างแรงกระเพื่อมและสร้างความเปลี่ยนแปลงทางสังคมในด้านใด

Media Alert และ Wisesight จะรายงานผลการสำรวจการสื่อสารของสื่อสังคมออนไลน์ให้ทราบอย่างต่อเนื่อง ต่อไป

กรกฎาคม 66 ประเด็นการเมืองยังเป็นที่สนใจของสื่อสังคมออนไลน์ โดยมี Facebook, TikTok, Twitter เป็นแพลตฟอร์มยอดนิยม

10 ประเด็นที่ได้รับความสนใจ มีการสื่อสาร และมีส่วนร่วมมากที่สุดในโลกออนไลน์ เดือนกรกฎาคม 2566

อันดับที่ 1 การโหวตนายกฯ และท่าทีของพรรคก้าวไกล

ส่วนใหญ่มาจากช่องทางอย่างเป็นทางการของพรรคก้าวไกลใน TikTok โดยประเด็นที่ได้รับความสนใจจะเป็นแถลงการณ์ให้ความเชื่อมั่นต่อประชาชนในการโหวตนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 1 ส่วนโพสต์อื่น ๆ จะมีทั้งการทำคลิปให้กำลังใจพรรคก้าวไกลจากประชาชน นักร้อง นักแสดง รวมถึงโพสต์จากสื่อต่าง ๆ ที่มีประชาชนเข้าไปแสดงความคิดเห็นต่อท่าทีของพรรคก้าวไกล

อันดับที่ 2 ความนิยมของละครมาตาลดา

มาจากการตัดคลิปละครสั้น ๆ โดยเฉพาะฉากที่มีนางเอกเต้ย จรินทร์พร โดยเสียงตอบรับของผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ยังคงชื่นชอบละครเรื่องนี้ทั้งในเรื่องความสนุก มีสาระ นอกจากนั้นยังมีการแสดงความคิดเห็นว่าละครเรื่องนี้มีส่วนให้สังคมไทยผ่อนคลายความเครียดจากการดูข่าวการเมือง

อันดับที่ 3 พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

หลังจากการโหวตนายกทั้ง 2 ครั้งไม่สำเร็จ ทำให้พรรคก้าวไกลต้องถอยให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล แต่ด้วยท่าทีทางการเมืองที่พรรคเพื่อไทยจะไปรวมกับพรรคฝ่ายอดีตรัฐบาล ทำให้ผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์โพสต์เตือนสติพรรคเพื่อไทย ต่อมาพรรคเพื่อไทยประกาศร่วมกับพรรคอดีตรัฐบาล ส่งผลให้ได้รับคำตำหนิเป็นจำนวนมาก  

อันดับที่ 4 ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้พิธาหยุดปฏิบัติหน้าที่ สส.

ในช่วงการโหวตนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2 ศาลรัฐธรรมนูญได้สั่งให้พิธา ลิ้มเจริญรัตน์หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. โดยโพสต์ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดเป็นโพสต์จากสำนักข่าวที่เสนอภาพช่วงพิธา ลิ้มเจริญรัตน์เดินออกจากห้องประชุมสภาฯ ส่วนความเห็นของผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ส่วนใหญ่ตำหนิความไม่เป็นธรรมของศาลรัฐธรรมนูญ

อันดับที่ 5 การโหวตครั้งที่ 2 ให้พิธาเป็นนายกฯ

เป็นการกล่าวถึงเหตุการณ์ที่เสียงส่วนใหญ่ของที่ประชุมรัฐสภามีมติให้การเสนอชื่อพิธา ลิ้มเจริญรัตน์เป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งนั้นขัดข้อบังคับการประชุมรัฐสภา รวมทั้งกล่าวถึงการมีองค์กร เช่น สภาทนายความออกแถลงการณ์ให้การเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีซ้ำ สามารถทำได้เนื่องจากไม่มีข้อจำกัดในรัฐธรรมนูญ ทั้งไม่สามารถอ้างข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อที่ 41 ที่ใช้กับการยื่นญัตติทั่วไปมาบังคับใช้

อันดับที่ 6 พรรคก้าวไกลและเพื่อไทยเสนอวันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นประธานสภาฯ

ก่อนหน้าการเสนอชื่อวันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นประธานสภาฯ มีข่าวลือว่าพรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วยกับพรรคก้าวไกลที่จะได้ตำแหน่งประธานสภาฯ ส่งผลให้มีการประชุมของทั้งสองพรรคที่ได้ข้อสรุปว่าจะยกตำแหน่งประธานสภาฯ ให้กับวันมูหะมัดนอร์ มะทา และหลังจากที่พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ส่งผลให้ผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ตำหนิพรรคเพื่อไทยอย่างมาก ในทางตรงกันช้ามก็ให้กำลังใจพรรคก้าวไกลที่แม้จะได้คะแนนมาเป็นอันดับหนึ่งแต่กลับไม่ได้ตำแหน่งใดในสภา

อันดับที่ 7 พลายศักดิ์สุรินทร์เดินทางจากศรีลังกากลับไทยเนื่องจากอาการป่วย

พลายศักดิ์สุรินทร์เป็นช้างที่ทางการไทยส่งไปเป็นทูตสันถวไมตรีที่ศรีสังกา ตั้งแต่ปี 2544 ภายหลังพบว่าพลายศักดิ์สุรินทร์มีสุขภาพที่ย่ำแย่เนื่องจากการถูกใช้งานอย่างหนัก ทางภาครัฐนำโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ กระทรวงการต่างประเทศได้ติดต่อรัฐบาลศรีลังการเพื่อให้นำพลายศักดิ์สุรินทร์กลับมารักษาที่ประเทศไทย โดยผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์เห็นไปในทิศทางเดียวกันคือ ขอบคุณทางการไทยที่นำพลายศักดิ์สุรินทร์กลับมารักษาที่ประเทศไทย

อันดับที่ 8 #ธุรกิจสว. และ #เมียน้อยสว. ตอบโต้ สว. ที่ไม่โหวตนายกฯ จากพรรคก้าวไกล

การที่พรรคก้าวไกลไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ส่วนหนึ่งมาจาก สว. ไม่ให้การรับรอง ส่งผลทำให้เกิดการตอบโต้จากผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่ไม่พอใจ สว.ด้วยการติดแฮชแท็ก #ธุรกิจสว. เพื่อแบนธุรกิจของ สว.และครอบครัว รวมไปถึงภาคธุรกิจบางส่วนที่ไม่ให้สว. กกต. หรือ บุคคลที่เกี่ยวข้องมาใช้บริการธุรกิจของตน ส่วนการติดแฮชแท็ก #เมียน้อยสว. เป็นการนำภาพเก่าของสว.คนหนึ่งที่ถ่ายภาพคู่กับผู้หญิงที่ไม่ใช้ภรรยาของตนมาประจานบนสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในช่วงเวลาดังกล่าว

อันดับที่ 9 สส. เสรีพิศุทธ์ ให้พรรคก้าวไกลไปเป็นฝ่ายค้าน

จากเหตุการณ์ที่ สส. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวช ร่วมแถลงการณ์กับพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยโดยมีถ้อยคำที่ต้องการผลักให้พรรคก้าวไกลเสียสละไปเป็นฝ่ายค้านที่สื่อนำไปเผยแพร่เป็นข่าว ทำให้ผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ตำหนิ สส. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวช เป็นวงกว้าง โดยเฉพาะจากกลุ่มคนที่โหวตเลือกพรรคก้าวไกลและคาดหวังให้ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

อันดับที่ 10 การอภิปรายของ สส. ชาดา ในการโหวตครั้งที่ 1 ให้พิธาเป็นนายกฯ

ข่าวการอภิปรายของ สส. ชาดา ไทยเศรษฐ์ ในวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งแรก โดยมุ่งเน้นที่การไม่สนับสนุนพรรคการเมืองที่มีจุดยืนในการแก้ไข มาตรา 112  รวมทั้งท่าทีและท่วงทำนองการอภิปรายที่ดุดัน ทำให้เกิดเป็นกระแส และสร้างความสนใจในสื่อสังคมออนไลน์ในการสืบหาประวัติของ สส. ชาดา เป็นจำนวนมาก

ด้วยทิศทางการสื่อสารในโลกออนไลน์ของเดือนกรกฎาคม 2566 จาก 5 แพลตฟอร์มที่เป็นหน่วยศึกษา คือ 1) Facebook 2) Twitter 3) Instagram 4) YouTube และ 5) TikTok พบว่า ส่วนใหญ่เป็นประเด็นการเมือง  Media Alert และ Wisesight จึงเห็นพ้องกันในการเลือกศึกษา 3 ประเด็นทางการเมืองที่ได้รับความสนใจและวิพากษ์วิจารณ์บนสื่อสังคมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ในอันดับต้น ๆ จากจำนวน Engagement ตลอดเดือนกรกฎาคม 2566 คือ 1) การโหวตนายกฯ และท่าทีของพรรคก้าวไกล 2) พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และ 3) ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้พิธาหยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

เห็นได้ว่า Engagement ส่วนใหญ่มาจากสองช่องทางหลัก คือ TikTok 43% และ Facebook 34%  โดยประเด็นที่มี Engagement มากที่สุด 2 อันดับแรกมาจาก TikTok Official Account ของพรรคก้าวไกลโดยได้ Engagement เฉลี่ยโพสต์ละ 1.7 ล้าน Engagement ส่วนอันดับที่ 3 มาจาก Account Themodevan ที่แต่งเพลงให้กำลังใจพรรคก้าวไกล ได้ Engagement ประมาณ 1.2 ล้าน Engagement

ด้านผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ที่ให้ความสนใจเกี่ยวกับประเด็นของพรรคก้าวไกลโดยเฉพาะโพสต์ประกาศจัดตั้งรัฐบาลตามเจตนารมณ์ของประชาชนเพื่อหยุดการสืบทอดอำนาจ โพสต์แถลงการณ์จากพรรคก้าวไกลก่อนวันเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 1 และโพสต์แถลงการณ์ของพรรคก้าวไกลหลังไม่สามารถได้เสียงโหวตพิธาเป็นนายกรัฐมนตรีจากประเด็นการแก้ไขมาตรา 112 เมื่อแยกตามประเภทผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ พบว่า เป็นบุคคลทั่วไปมากถึง 52 ล้าน Engagement รองลงมาได้แก่ ผู้มีอิทธิพลในสื่อสังคมออนไลน์ 30.3 ล้าน สื่อหรือสำนักข่าว 10.7 ล้าน พรรคการเมือง 6.4 ล้าน และอื่น ๆ ประมาณ 7,000 Engagement ตามลำดับ โดยส่วนใหญ่จะเป็นการให้กำลังใจพรรคก้าวไกล การชื่นชมศิลปินที่แต่งเพลงสนับสนุนพรรคก้าวไกลโดยผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์จำนวนมาก

Engagement ส่วนใหญ่จะมาจากสองช่องทางหลัก คือ Facebook 41% และ TikTok 35% โดยประเด็นที่ถูก Engagement มากที่สุด 3 อันดับแรกมาจาก TikTok Zocialnews ที่โพสต์ข่าวพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวในประเด็นหากก้าวไกลตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จจะหลีกทางให้พรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาล, จาก Account Facebook Paul Pattarapon พอล ภัทรพล ที่โพสต์เตือนสติพรรคเพื่อไทยไม่ให้ไปรวมกับพรรคอดีตรัฐบาล และ จาก TikTok Pondonnews ที่กล่าวถึงเพลงเสียดสีพรรคเพื่อไทยของแอ๊ด คาราบาว

ด้านความสนใจเกี่ยวกับประเด็นพบว่า มาจากสื่อจำนวน 25 ล้าน Engagement รองลงมาได้แก่ผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ 8.3 ล้าน Engagement  มาจากพรรคการเมืองและนักการเมือง 3.3 ล้าน ผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ 3.2 ล้าน และอื่น ๆ เช่น แบรนด์ และภาครัฐประมาณ 3 ล้าน Engagement ตามลำดับ โดยเสียงส่วนใหญ่เรียกร้องให้พรรคเพื่อไทยเคารพการตัดสินใจของประชาชนและจับมือกับพรรคก้าวไกลไปจนกว่า สว. จะหมดสมาชิกภาพ รวมไปถึงการเหน็บแนมแอ๊ด คาราบาวถึงที่ดินที่เขากระโดงหลังจากที่แอ๊ดแต่งเพลงเสียดสีพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล

Engagement ส่วนใหญ่จะมาจากสองช่องทางหลัก คือ Facebook 38% และ TikTok 27% โดยประเด็นที่มี Engagement มากที่สุด 3 อันดับแรกมาจากช่อง PPTV และจากช่อง ONE31 เป็นข่าวพิธา ลิ้มเจริญรัตน์เดินออกจากรัฐสภาหลังจากศาลรัฐธรรมนูญให้หยุดปฏิบัติหน้าที่, คลิปจากสำนักข่าว BBC ในประเด็นพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ถูกศาลรัฐธรรมนูญให้หยุดปฏิบัติหน้าที่

ด้านความสนใจของผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับประเด็นนี้พบว่า มาจากสื่อจำนวน 17.3 ล้าน Engagement รองลงมาได้แก่ผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ 15 ล้าน, ผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ต 9.7 ล้าน Engagement , มาจากพรรคการเมืองและนักการเมือง 303,669 Engagement ตามลำดับ โดยส่วนใหญ่ไปในทิศทางเดียวกัน คือ ตำหนิการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ โดยมีบางส่วนกล่าวว่าไม่ศรัทธาในคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญและตั้งคำถามถึงที่มาขององค์กรอิสระอื่นอย่าง กกต. สว. ที่ไม่ได้มาจากประชาชน

กล่าวโดยสรุป ในเดือนกรกฎาคม 2566 ผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ยังคงให้ความสนใจในประเด็นทางการเมืองมากถึง 8 จาก 10 ประเด็น โดยประเด็นที่ได้รับความสนใจส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการโหวตนายกรัฐมนตรีที่มาจากพรรคก้าวไกลทั้งสองครั้ง, ประเด็นพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลหลังจากพรรคก้าวไกลไม่สามารถจัดตั้งได้สำเร็จ โดยอีก 2 ประเด็นที่เหลือเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสื่อ สิ่งบันเทิง อย่างละครมาตาลดา และประเด็นเกี่ยวกับสัตว์ คือพลายศักดิ์สุรินทร์เดินทางกลับเมืองไทย